Skip to content

Origins of Tara

Recently, I translated a Tibetan text about origins of Tara into Thai, as follows

ศูนย์รวมแห่งพระรัตนตรัยอันประเสริฐ
พระอารยาแหล่งกำเนิดสิทธิสมประสงค์
มารดาแห่งเหล่าพระชินเจ้า
นิรมาณกายหลากหลายตามแต่สภาวะ
หากสวดถึงพระองค์ด้วยศรัทธามั่น
คำอธิษฐานใดๆก็จะสมประสงค์
ขอทรงอำนวยพรด้วยเทอญ

ประวัติความเป็นมาของพระแม่ตารา

จากพระมารดาผู้ยิ่งใหญ่ ปรากฏเป็นพระแม่ปรัชญาปารมิตาและพระแม่ตารา
พระพุทธเจ้ามีจำนวนมากมายมหาศาล ทรงเป็นสัพพัญญู มีเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ มีพระกรณียกิจ ปรากฏพระเทวี คือพระแม่อารยาตารา ในกัลป์ที่นับจำนวนไม่ได้

ในสมัยของพระตถาคตเจ้าไวโรจนะ (ภาษาทิเบต งาตรา) พระแม่ตารากำเนิดเป็นธิดาของกษัตริย์ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เจ้าหญิงพระองค์นี้มีนามว่า “ยีชี ตาวา” หรือ “ดวงจันทร์แห่งปัญญา”

ในสมัยนั้น แต่ละปี พระองค์ถวายเครื่องบูชามากมายแด่พระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์และพระภิกษุสงฆ์ ทรงแผ่โพธิจิต (มีจิตยิ่งใหญ่ต่อสรรพชีวิต) อยู่ตลอดเวลา ในขณะนั้น พระภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า การที่ทรงได้กำเนิดและมีจิตใจเช่นนี้ เป็นเพราะอานิสงส์ของบุญบารมีในอดีตชาติ ด้วยเหตุนี้ ถ้าพระองค์ตั้งจิตอธิษฐานอะไรเพื่อประโยชน์ ของพระพุทธศาสนา และสัตว์ทั้งหลายก็จะสมประสงค์ (เช่น อธิษฐานว่าให้ได้เกิดในร่างของบุรุษเพื่อการตรัสรู้ธรรม) เจ้าหญิงตรัสว่า “ผู้ตั้งจิตเพื่อประโยชน์ของสัตว์ทั้งหลาย ในร่างบุรุษมีมากมาย แต่ในร่างสตรีมีเป็นจำนวนน้อย ข้าพเจ้าจะทำประโยชน์ให้แก่สรรพสัตว์ในร่างของสตรีจนกว่า สังสารวัฏจะสิ้นสูญ” ทรงตั้งสัตย์ปฏิญาณเช่นนั้น จากนั้น ทรงถวายเครื่องบูชาอันประเสริฐ 5 อย่าง ได้แก่ รูปงดงาม เสียงไพเราะ น้ำหอม รสหวาน และการสัมผัสอ่อนนุ่ม จากนั้น ทรงทำจิตเป็นสมาธิ ทรงเข้าถึงปัญญาแห่งการไม่เกิด ในแต่ละวัน ทรงเข้าถึงปัญญาญาน ทรงไม่รับประทานอาหารแต่ภาวนาเพื่อประโยชน์ของสัตว์นับหลายแสนซึ่งมี จิตผูกพันกับสังสารวัฏ

พระพุทธเจ้าไวโรจนะทรงพยากรณ์ว่า “พระแม่ตาราจะเป็นผู้นำพาสัตว์ทั้งหลายไปสู่การหลุดพ้นจากสังสารวัฏ” นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “เตรอมา” อันหมายถึง มารดาผู้เป็นสรณะของสัตว์ทั้งหลาย ผู้นำสัตว์ที่ตกในห้วงทุกข์ ให้เข้าถึงการหลุดพ้น

ต่อมา พระแม่ตาราทรงถือกำเนิดในอีกกัลป์หนึี่ง ในสมัยของพระพุทธเจ้าเทินเยอ ทรุปบา มีศิษย์จากสิบทิศมาปฏิบัติกับพระองค์มากมาย ทรงตั้งจิตอธิษฐานที่จะปกป้องพวกเขา ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บและจากการทำร้ายของมารทั้งหลาย ทรงปฏิบัติสมาธิและเข้าถึงญาน ที่ทำให้มารจำนวนมากหมดส้ินไป ทรงมีจิตยิ่งใหญ่ จึงได้พระนามว่า “เตรอมา ญูมา ปาโม” หรือ “ตาราวีรสตรีผู้ว่องไว”
ในอีกกัลป์หนึ่ง จากพระหทัยของพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ (พระไวโรจนะ อมิตาภะ อักโษภยะ อโมฆสิทธิ และรัตนสัมภวะ) และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่เปี่ยมไปด้วย ความกรุณา มีแสงสว่างสุกใส ทรงประกอบพิธีมนตราภิเษก จากลำแสงทั้งห้า มีแสงบิดามารดาสองสายประสานกันปรากฏเป็นพระแม่ตารา จากพระหทัยของพระอวโลกิเตศวร เปี่ยมด้วยความคิดปีติยินดีของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงประกอบกรณียกิจเพื่อขจัดความกลัวของสัตว์ทั้งหลาย

ในอีกกัลป์หนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงประกอบพิธีมนตราภิเษก ในครั้งนั้น พะรแม่ตารากลายเป็นมารดาของพระชินเจ้าทั้งหลาย

ในกัลป์ที่เราอยู่นี้ ที่ภูเขาโปตาลา พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ประกอบด้วยเทพ นาคราช และคนธรรพ์ พระอวโลกิเตศวรทรงสวดคาถาตาราและแสดงธรรมะของพระแม่ตาราที่นี่

จากคัมภีร์ “แก่นแท้อันเป็นรหัสยะของฑากินี” ที่ยอดเขาทรูซิน จากสายการปฏิบัติของศากยะ เซงเก มีการกล่าวไว้ว่า หลังจากที่พระศากยมุนีทรงเข้าถึงการตรัสรู้ ได้แสดงเทศนาต่อสัตว์ทั้งหลายถึงตอนที่พระองค์ได้ตรัสรู้ธรรม ทรงปฏิบัติโพธิจิตสมาธิ ที่ระหว่างคิ้วของพระองค์ มีแสงออกมาทั่วทั้งจักรวาล ทำให้กองทัพของมารสลายไป ในขณะนั้น มีเสียงแห่งความยินดี ตุตตารา ซึ่งเป็นคาถาของพระแม่ตารา ดังก้องไปทั่ว เสียงปีติยินดีนี้ทำให้มารทั้งหลายสิ้นสติไป หลังจากนั้น พระพุทธองค์ได้แปรเป็นปางพิโรธ ทรงปราบมารจนหมดสิ้น ทรงได้พระสัมมาสัมโพธิญาณ พระตาราเทวีถวายเครื่องบูชา เป็นที่มาของตารามนตรา

ในทำนองเดียวกัน พระพุทธเจ้าหกพระองค์ ได้แก่ พระไวโรจนะ พระอมิตาภะ พระอโมฆสิทธิ พระอักโษภยะ พระรัตนสัมภวะ และพระวัชรธร ทรงประกอบพิธี ทรงปรึกษากับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายที่ภูเขาโปตาลาว่า ทำอย่างไรที่จะไม่ให้สายการปฏิบัติธรรมวัชรยานสูญหายไปจากสัตว์โลกหกภพภูมิ ได้แก่ เทวดา มนุษย์ อสูร สัตว์นรก เปรต และสัตว์เดรัจฉาน ทรงประกอบพิธีิมนตราภิเษกแก่ เทวดา นาคราช คนธรรพ์ จนพวกเขาเหล่านั้นได้เข้าถึงการตรัสรู้

ต่อมา มีการพูดเกี่ยวกับสายการปฏิบัติของวัชรปาณี ผู้ไว้เส้นผม (วิทยาธร) และผู้ไม่ไว้ผมที่สถานสำคัญหลายๆแห่งปฏิบัติพระแม่ตารา เพื่อให้การปฏฺิบัติของวัชรยานไม่สูญหายไปจากโลกมนุษย์ วัชรปาณีได้กลายเป็นกษัติรย์อินทรภูต ทรงประพันธ์คัมภีร์สายการปฏิบัติวัชรยานทั้งหมด ทรงซ่อนธรรมสมบัติ วีรบุรุษ โยคีได้ปฏิบัติเตรมาเหล่านั้น ในสมัยของทิเบต ศตวรรษที่ 11 สมัยของอติชา ได้เผยแผ่คำสอนของพระแม่ตารา

No comments yet

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: