Skip to content

Archive for

Stupa Update and Another Day to Remeber

รุ้งในสายฝน การงานพระสถูปกับวันดีๆอีกวันหนึ่ง (20 กุมภาพันธ์ 2553)

รุ้งกินน้ำพาดบนขอบฟ้าในขณะที่ฝนตก เห็นเส้นบางๆทอแสงบนภูเขา ปลายรุ้งมาจรดบริเวณก่อสร้างพระสถูป

เช้านี้ เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อเตรียมประกอบพิธีถวายเครื่องบูชาแด่พระปัลเดน ลาโม ธรรมบาลผู้ปกป้องพระธรรม

10 โมงเช้า ทีมทำงานจาก Voice TV มาเยี่ยมขทิรวันโดยมีจุดประสงค์จะมาถ่ายทำเรื่องราวทิเบตๆที่นี่ มีน้องพิธีกร 2 คนคือแพรกับโน

10.30 น. คุณจุุ่น เมธี พี่ตู๋ และพี่เอิร์ท (ทีมทำงานพระสถูป) พร้อมกับแอนกับอุ้มที่มาให้กำลังใจ มาถึงขทิรวัน ก่อนหน้านั้น พี่ตู๋นำรถแทรกเตอร์จากหัวหินมาเตรียมปรับดิน

เสียงรถแทรกเตอร์สตาร์ทเครื่องดังกระหึ่ม เยินเต็นเปรยว่าช่างเป็นเสียงที่ไพเราะจริงๆ อยากได้ยินเสียงแบบนี้ที่ขทิรวันนานแล้ว แต่เพียงไม่นาน สายไฮโดรลิกระเบิด ทำให้การปรับดินชะงักลง คนงานต้องออกไปหาซื้อสายก่อนจะทำงานต่อ

ฉันขอให้รายการโทรทัศน์ดูแลตัวเอง ถ่ายมุมต่างๆที่สนใจ ส่วนตัวฉันและทีมพระสถูปไปนั่งคุยการงานพระสถูปกัน เราปรึกษากันเรื่องปรับดิน เสริมถนนที่เป็นแอ่งเพื่อรองรับเครื่องจักรเสาเข็ม ทำถนนชัวคราวสำหรับเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างพระสถูป เรายังคุยกันถึงเรื่องลักษณะของเสาเข็มที่ต้องใช้ วิธีตอก และเงื่อนไขต่างๆที่ทางบริษัมเสาเข็มกำหนด

ครอบครัวน้องภูมาช่วยกันทาสี

คุณอ๊อนสอนวิธีสร้างบ้าน

11.30 น. กลุ่มจิตอาสารักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดินทะยอยกันมา กลุ่มโทรทัศน์เข้าไปร่วมสร้างบ้านด้วย คุณจุ่นมาตรวจงานก่อสร้าง ขทิรวันดูครึกครื้นสนุกสนาน

อีกด้านหนึ่งของขทิรวัน ช่างทาสีกำลังทาสีศาลาเตวาวัฒนาอย่างขมักเขม้น กำลังลุ้นให้งานเสร็จทันวันเปิด 28 กุมภาพันธ์

พร้อมๆกับคนงานขทิรวันช่วยกันสอยมะม่วงไปขาย มีขาวบ้านข้างเคียงมาขอซื้อเพื่อนำไปฝากญาติพี่น้องที่ภาคใต้ ปีนี้เราขายมะม่วงได้ค่าแรงคนงานขทิรวันไปเดือนหนึ่ง (ประมาณ 2 หมื่นบาท) ที่เหลือทางมูลนิธิแบ่งให้คนงาน และมอบเป็นของขวัญให้แก่ผู้มีอุปการะคุณ จิตอาสาบ้านดิน และผู้มาเยือน

บ่ายโมง: รถแทรกเตอร์ซ่อมเสร็จ ดินบริเวณพระสถูปได้รับการปรับอีกครั้ง

บ่ายสาม:  หลังข้าวกลางวัน และทดลองย่ำดินเหนียว กลุ่มโทรทัศน์กลับมาที่ศาลาวสุตาราพร้อมกับสัมภาษณ์เยินเต็น

บ่ายสี่: วิศวกรบริษัทเสาเข็มเข้ามาตรวจชมสถานที่ และปรึกษาหารือกับคุณเมธี ธงมนตราที่สถูปมนตร์โบกสะบัด นำความเย็นช่ำมาทั่วดินแดน

บ่ายห้า: เมื่อวิศวกรกลับไปแล้ว เราได้ข่าวดีว่าจะมีอาจารย์ทางวิศวกรรมโยธาที่มีประสบการณ์และเป็นที่เคารพนับถือในสังคมจะเข้ามาช่วยพวกเราอีกแรงหนึ่ง

ทางกลุ่มโทรทัศน์ขอสัมภาษณ์ฉันบ้าง ฉันพาน้องแพรกับโนเข้าไปในสถูปมนตร์ เด็กสาวเรียนรู้เรื่องธาตุทั้งห้าและธรรมะจากสถูปมนตรา

เยินเต็นสอนเขียนอักขระ โอม อา ฮุง ด้วยไม้ไผ่ เราสอนพิธีกรวัยรุ่นให้กราบอัษฎางคประดิษฐ์ และสอนท่านั่งสมาธิแบบทิเบต

อากาศเริ่มครึ้มขึ้น ฝนตกหนักซู่ใหญ่ ประมาณ 10 นาที กลุ่มโทรทัศน์ดีใจที่เห็นฝน บอกว่าวันนี้มีองค์ประกอบของห้าธาตุครบ แดดร้อนคือธาตุไฟ ย่ำดินทำบ้านดิน คือธาตุดิน ฝนตก คือ ธาตุน้ำ ธงพัด คือ ธาตุลม และพื้นที่ทุกแห่ง คือ อากาศ

เมื่อฝนซาลงแต่ยังตกอยู่ เยินเต็นมาเรียกฉันออกไปดูรุ้งกินน้ำครึ่งวงกลมที่พาดจากหัวโค้งมุมถนนเลยบ้านดินมาทางศาลาวสุตารา มาบรรจบบริเวณที่เราจะสร้างพระสถูป ปลายรุ้งเป็นประกายตัดกับภูเขา เห็นสายรุ้งพาดเขา เราเกิดความปีติยินดี วันนี้เป็นวันแรกที่ดินพระสถูปได้รับการปรับ ก็เกิดนิมิตดี เราทำมุทรามันดารา ถวายรุ้งเป็นเครื่องบูชาแด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์

เมื่อฝนหยุด ไม่มีแดด สักพักความมืดก็ค่อยๆเข้ามาเยือน รุ้งในสายฝนมลายหายไป เตือนใจให้เรานึกถึงความไม่เที่ยงของทุกสรรพสิ่ง…


“Tashi Lhunpo Monastic University”

=========================
THE TASHI LHUNPO MONASTIC UNIVERSITY by Ruth Hayward, PhD
at Serindia Gallery, O.P. Garden, Soi Charoenkrung 36
Saturday 20 February 4 –6 pm
(Talk is in ENGLISH)
————————————————
Free of Charge, Refreshments served
Seats limited. Please RSVP
RSVP serindiagallery@gmail.com
Tel: 02 238 6410
Mobile: 081 428 5453

The history of Tashi Lhunpo Monastic University in Tibet intersects with that of the relationship over the centuries of the Dalai Lama and the Panchen Lama. Gendun Drup, who posthumously was recognized as the first Dalai Lama, founded Tashi Lhunpo in 1447 in Shigatse, Tibet’s second largest city. He was an outstanding but wandering teacher who was inspired by Jey Tsong Khapa, founder of the Gelukpa or “Yellow Hat” sect and of the first Gelukpa monastic university, Ganden, in Lhasa, to build his own “Ganden” in Shigatse. Both he and the second Dalai Lama resided there. The Great Fifth Dalai Lama, who built the Potala in Lhasa, gave Tashi Lhunpo in appreciation to his teacher, Lobsang Choyki Gyaltsen, (1570–1662) as his seat, along with support from some nearby villages, freed from paying tax to Lhasa. The Great Fifth named him the “Panchen Lama,” or “Great Scholar”; reserved the title “Panchen” only for him and his reincarnates and declared him to be the incarnation of Amitabha Buddha. Since then, Tashi Lhunpo Monastic University has been intended as the seat of the successive Panchen Lamas. They and the Dalai Lamas have played important roles in recognizing each other’s reincarnations and as each other’s teachers where possible. Together they are generally considered the two highest religious leaders for Tibet, the “sun and moon.”

The historic link of the Dalai Lama and the Panchen Lama to Tashi Lhunpo makes it an important institution. And it specializes in teaching logic. In addition, its geographic location nearer to the border with India and further west than Lhasa, put it into contact as early as the 17th century with European explorers and foreign powers seeking influence in Tibet , but who were not always welcome in Lhasa. There were apparent attempts from many quarters to manipulate the Panchen Lama and disrupt ties with and influence of the Dalai Lama, for the advantage of foreign powers as well as some insiders.

Ruth Hayward will discuss and show a DVD about the history of Tashi Lhunpo Monastic University in Tibet and the Tashi Lhunpo in exile in India, and its relevance in contemporary history as well as for the future of Tibetan Buddhism. She is a Social Anthropologist (PhD Harvard, ’70), with both an academic and United Nations career, and is the President and Executive Director of the Panchen Lama-Tashi Lhunpo Project . She has published on topics ranging from child to international development, including lessons from South Asia on how to end violence against women and girls, and contributed to Serindia Publications’ “Wooden Wonders: Tibetan Furniture in Secular and Religious Life” (2004).

Dharma Talks by Outstanding Women in Buddhism

The 1000 Stars Foundation is pleased to invite interested persons to attend dharma talks by outstanding women in Buddhism  on 6-8 March 2010 at Khadiravana. Organized by the committee of outstanding women awards chaired by Bhikkhuni Ratanavali and Bhikkhuni Dr. Lee, the event celebrates the United Nations’s women’s day on 8 March. There will be guided meditation in the evening and prayers for world peace. The program will be distributed soon.

To the 1000 Stars, the event is an auspicious opportunity for international female masters and teachers to bless the foundation’s projects, particularly the planting of 500 pilings for the Tara Great Stupa’s foundation.

We are seeking volunteers to help make sure the event go smooth. And we look for supports of various kinds such as tents, food, refreshments as well as translators. Please contact me directly at 1000tara@gmail.com , or call 0813431586.

มูลนิธิพันดาราร่วมกับคณะกรรมการมอบรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาโดยมีภิกษุณีรัตนาวลีและภิกษุณี ดร. ลีเป็นประธาน ขอเรียนเชิญผู้สนใจ ร่วมภาวนาและฟังธรรมบรรยายโดยพระอาจารย์และอาจารย์สตรี ผู้ได้รับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาเนื่องในวันสตรีสากลแห่งสหประชาชาติ ประจำปี 2553 ในวันที่ 6-8 มีนาคม 2553 ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวข้อบรรยายเกี่ยวกับการงานบนวิถีแห่งจิตวิญญาณและสังคม และพระพุทธศาสนาทั้งในเถรวาท มหายาน และวัชรยาน ในช่วงเย็นของทุกวันจะมีการสอนการนั่งสมาธิกรรมฐาน และจะมีการภาวนาเพื่อสันติภาพของโลก

การเดินทางมาภาวนาของสตรีดีเด่นที่ขทิรวันในครั้งนี้นับเป็นศุภนิมิตต่อการงานของมูลนิธิพันดารา โดยเฉพาะการตอกเสาเข็มพระศานติตารามหาสถูป 500 ต้น

มูลนิธิขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นจิตอาสา เป็นล่าม เตรียมเอกสาร ติดต่อสื่อมวลชน ช่วยดูแลคณะพระอาจารย์ ภิกษุณี แม่ชี จากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ รวมทั้งประเทศไทย จำนวน 50 รูปและฆราวาสปฏิบัติธรรมที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และให้ข้อคิดในการดำรงชีวิต การบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์กับคณะจิตอาสาช่วยกันแปลเป็นภาษาไทย

เนื่องจากศูนย์ขทิรวันมีเรือนปฏิบัติธรรมเพียงหลังเดียว ต้องรองรับคณะภิกษุณีและแม่ชีจำนวนมากในเต๊นท์ แต่เต๊นท์มีเป็นจำนวนน้อยและบางส่วนหักใช้งานไม่ได้ ใคร่ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคเต๊นท์จำนวน 20 หลังหรือให้ทางมูลนิธิยืมสำหรับงานนี้

หากท่านมีความประสงค์จะร่วมเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารและเครื่องดื่มในงาน ใคร่ขอให้ท่านติดต่ออ. กฤษดาวรรณ ได้โดยตรงที่ 0813431586 หรือ อีเมล์ 1000tara@gmail.com

Six Celebrations on Maghapuja

The Foundation is delighted to invite interested persons to join our six celebrations and receive blessings from Kunga Sangbo Rinpoche at Khadiravana on Maghapuja Day (28 February 2010), 10 am – 4 pm. The event is free of charge. It is dedicated to Bodhisattva Tara, the foundation’s patron deity and marks the foundation’s fifth anniversary.

1.

10.09 am Maghapuja Celebration (Chutrul tendrel)- merit making to celebrate the unplanned assembly of 1,250 arhats during Buddha’s time.

2.

11.09 am Achievement Celebration (Lekdrup tendrel) – Opening ceremony for Dewa Watana Sala (Pavilion).

3.

1.09 pm Blessing Celebration (Chinlab tendrel) – Khadiravani Tara Empowerment to grant quick achievements, blessing against 8 fears, and remove obstacles.

4.

2.39 pm Birthday Anniversary Celebration (Jeka tendrel) – Foundation’s anniversary and those whose birthdays fall on this auspicious date.

5.

3.09 pm Great Planting Celebration (Sazhang tendrel) – Blessing ceremony for the planting of 500 pilings for the Tara Great Stupa’s foundation.

6.

3.39 pm Dedication Celebration (Gewa ngowe tendrel) – Dedication of merits and auspicious prayers

The event is part of Tara Maghapuja Retreat (26 February to 1 March).

Vegetarian lunch and snacks will be served. To facilitate our arrangements, please contact us if you plan to join the event (Email: 1000tara@gmail.com). Kindly forward the mail to those who may be interested in this.

Om Tare Tuttare Ture Soha

Telling Lies

การโกหกเป็นหนึ่งในอกุศลกรรมทางวาจา มีอยู่สองอย่าง  การโกหกที่เป็นอกุศลกรรมมาก เช่น การที่เราไม่มีสมบัติแต่บอกว่าเรามี  หรือการที่เราไม่มีพลังอำนาจหรือพลังวิเศษ แต่เราไปโกหกว่าเรามี       ส่วนโกหกแบบที่สองที่เราอาจจะคุ้นเคยกันซึ่งเป็นการโกหกในชีวิตประจำวัน เช่น ตอนนี้เราอยู่กรุงเทพฯ แต่พอมีคนโทรมาหา เราบอกว่าเราอยู่ปักกิ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นการโกหกแบบไหนก็ถือว่าเป็นอกุศลกรรมซึ่งควรละเว้นทั้งสิ้น

คำถาม: บางครั้งถ้าเราไม่พูดโกหกอาจทำให้คนสองคนผิดใจกัน อันนี้จะบาปหรือไม่

ริมโปเช: การพูดปดหรือพูดโกหกกับเก่งในอุบายแตกต่างกัน  ที่เรียกว่าเก่งในอุบายคือเรามีอุบายที่ไม่ให้คนสองคนผิดใจกัน  เราพยายามถนอมน้ำใจของคนสองคน  แต่ถ้าเราพูดปดมันหมายถึงจิตของเราต้องการพูดปดกับคนอื่น เหมือนกับทองกับทองเหลือง ดูข้างนอกหน้าตาคล้ายกันแต่มันเทียบกันไม่ได้ ทองก็เหมือนเก่งในอุบาย แต่ทองเหลืองก็เหมือนการโกหก

จากหนังสือเรื่อง “อกุศลกรรมสิบประการ” สิ่งที่ควรละเว้นเพื่อประโยชน์สุขในชีวิต โดยกุงกา ซังโป ริมโปเช หนังสือสายธารแห่งธรรม มูลนิธิพันดารา แจกเป็นธรรมทานเนื่องในวันมาฆบูชา 2553

Getting to Know Vajrayana Buddhism

ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ โครงการพระศานติตารามหาสถูป  มูลนิธิพันดารา

ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจเข้าฟังธรรมบรรยายเรื่อง

“ทำความรู้จักพระพุทธศาสนาวัชรยาน” (Getting to Know Vajrayana Buddhism)

โดย

พระอาจารย์กุงกา ซังโบ ริมโปเช (Kunga Sangbo Rinpoche)
วัดเจคุนโดและวัดต้าชี่กง ทิเบต

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553
13.00-16.00 น.
ห้อง 707 อาคารบรมราชกุมารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ทำไมถึงควรรู้จักวัชรยาน

ในปัจจุบัน มีผู้พูดกันมากเกี่ยวกับพระพุทธศาสนานิกายนี้ และมีความเข้าใจไม่ครบถ้วน มีความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในหมู่ผู้ศึกษาในเชิงเปรียบเทียบ ผู้ปฏิบัติธรรม และผู้สนใจเรื่องราวของทิเบต/หิมาลัย

ประเด็นบรรยายและสนทนา

ความเหมือนความต่างของวัชรยานกับเถรวาทและมหายาน
อุดมคติของพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์
การปฏิบัติธรรมในสายวัชรยาน
ประวัติความเป็นมาของนิกายสาเกียปะ
ทิศทางของวัชรยานในโลกปัจจุบัน

การบรรยายเป็นภาษาทิเบต รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ แปลเป็นภาษาไทย

*ไม่เก็บค่าลงทะเบียน
*โปรดแจ้งชื่อผู้เข้าฟังภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ 1000tara@gmail.com โทร. 02 2184761 คุณภาคภูมิ

New Sala Update (2)

Dewa Watana Sala, drawing by Yonten

Dewa is happiness and Watana is prosperity.  May all sentient beings are happy and prosperous!

New Sala Update

ปลายเดือนธันวาคม ในขณะที่อยู่จำศีล ดิฉันได้รับแจ้งข่าวดีว่าญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพร้อมกับกลุ่มญาติและเพื่อนๆของท่านจะมาช่วยกันสร้างศาลาหลังใหม่ที่ศูนย์ขทิรวัน ให้เป็นอาคารอเนกประสงค์ เกือบหนึ่ีงเดือนผ่านไป ศาลาหลังนี้ก็เกิดขึ้นพร้อมๆกับมะม่วงขทิรวันนับร้อยๆต้นที่ออกดอกและผล

10 กุมภาพันธ์ ครบรอบวันเกิดมูลนิธิพันดาราปีที่ 5 โครงสร้างศาลาหลังใหม่เสร็จสมบูรณ์ เหลือเพียงการทำพื้นหินขัดลายทิเบต ทำหลังคา และทาสี

เราจะได้ใช้ศาลาหลังนี้ในช่วงทำกิจกรรมมาฆบูชา 26 กพ – 1 มีค และกิจกรรมภาวนาของสตรีดีเด่น 6-8 มีนาคม

ศิลปะทิเบตบนพื้นหินขัด นอร์บุ สัญลักษณ์ของอัญมณีที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เถาวัลย์ทิเบตตามมุมต่างๆ ฝีมืประดิษฐ์ลายโดยอ. เยินเต็น

ปีนป่ายทำโครงสร้างหลังคา

ศาลาหลังใหม่นี้ชื่อไทย-ทิเบตว่า “เตวา วัฒนา” หมายถึง “ความสุข ความเจริญ”

เตวาเป็นภาษาทิเบต แปลว่า ความสุข วัฒนา เป็นชื่อของพี่วัฒนา ศิลปสมัย ผู้ล่วงลับ ที่ผู้สร้างศาลาตั้งใจทำบุญอุทิศให้

Tibetan Earth House, Week 7

รวมภาพกิจกรรมแห่งความสุขที่ศูนย์ขทิรวันเมื่อกลุ่มอาสาสมัครรักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดินมาช่วยกันสร้างบ้านดินทิเบต กลุ่มนี้จะกลับมาอีกในวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเร่งงานให้เสร็จทันริมโปเชมาใช้ในช่วงมาฆบูชาภาวนา

6-7 February 2010, Khadiravana Center

Another layer of mud to strengthen the walls

From drafts

to reality

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญสร้างบ้านหลังนี้ซึ่งจะใช้เป็นเรือนปฏิบัติธรรมพระอาจารย์ ขณะนี้เรายังขาดเฟอร์นิเจอร์และยังต้องจ่ายค่าวัสดุอีกหลายอย่าง

On Tibetan Buddhism

การปฏิบัติในสายยุงตรุงเพิน (Yungdrung Bon) และญิงมาปะ (Nyingmapa) แบ่งเป็น 3 แบบคือ แบบพระสูตร (Sutra) ตันตระ (Tantra) และซกเช็น (Dzogchen)

แบบพระสูตรเน้นการสะสมบุญบารมี ค่อยๆปฏิบัติธรรมจนกว่าจะเข้าถึงพระนิพพาน หัวใจหลักของสายนี้การสละโลก (renunciation path)

แบบตันตระและซกเช็นจะเน้นการเข้าถึงโดยฉับพลัน โดยตันตระ เป็นการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าจากภายใน เน้นการเปลี่ยนสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์ เปลี่ยนโลก (transformation path) และซกเช็นเป็นการปฏิบัติที่เข้าถึงภาวะจิตกระจ่างโดยตรง เป็นวิถีแบบการปล่อยให้ทุกอย่างสลายไปด้วยตัวเอง (self libaration path)

ในสายซกเช็น ปัจจัยสำคัญในการตรัสรู้ธรรม ได้แก่
1. การได้รับพรจากครู ปราศจากครูโอกาสที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้มีน้อยมาก
ข้อนี้เป็นเรื่องแรกที่จะต้องทำความเข้าใจว่า พรของพระพุทธเจ้า พระมหาโพธิสัตว์ ครู มีอยู่จริง แม้ว่าเราจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เหมือนลมที่มีอยู่หนทุกแห่งแต่เราไม่สามารถจับต้องได้
2. บุญบารมีที่สั่งสมมาในอดีตชาติจนถึงปัจจุบัน
3. การเข้าถึงภาวะดั้งเดิมของจิตตนเอง โดยไม่มีการปรุงแต่ง

เรียบเรียงจากคำสอนของกุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ริมโปเช