Skip to content

Archive for

Pilgrimage Turn Into Earthquake Support

I planned to go to Yushu during my pilgrimage to Kham after attending the Guru Rinpoche festival in Aba. But the pilgrimage turned into a relief support for Kunga Sangbo Rinpoche’s family and other victims in Yushu. Here are some pictures from the earthquake site. I wished to be with them more but thought it would be better to help from home:

A girl at her collapsed house

Survivor camp atmosphere – this one is from Tashi Darthang village where I stayed

The disaster brought Tibetans from many regions together. Monks from various monasteries came to rescue.

Half collapsed houses

Another survivor

Wishing we could do more to help relieve our fellows’ suffering

Survivors’ new homes

How we cook

This one collapsed 4 days after the earthquake.

Damage that couldn’t be described

Receiving water

Exhausted rescue soldiers

Hope remains…

 

 

 

 

Radiance in Simplicity

Tonight, a dawn of a new day, twinkling stars fill the sky. Some emit lights above the mountains; some line up linking the sky’s horizon with water. No matter whether we look on the right or left only we see little stars contesting with each other in the dark. Rising moon above the mountains shines with a gentle, calm light. I look through papaya shadows to the scene of that radiant light. The scene leads my mind to another dimension – gentleness of the night, natural beauty amidst simplicity. I sit still in that simplicity. When mind is calm, it connects with the universe. At that moment, there is simply awakening. No thinking, being or seeing. There is only radiance in simplicity and a light body, which is clear mind’s abode…

Khadiravana

6 April 2010

ความกระจ่างในความเป็นธรรมดา

ค่ำคืนนี้ รุ่งอรุณของวันใหม่ ดาวระยิบระยับเต็มฟากฟ้า บางดวงสุกสกาวเหนือขุนเขา บางดวงตั้งทะแยงเป็นเส้นยาวพาดแผ่นฟ้าเหนือแผ่นน้ำ ไม่ว่าจะมองทางซ้ายหรือขวา จะเห็นเพียงดาวดวงเล็กๆที่แข่งกันส่องสว่างในความมืด จันทร์ข้างขึ้นลอยอยู่เหนือหุบเขาเปล่งแสงนวล ฉันมองผ่านเงาของต้นมะละกอไปยังแสงกระจ่างนั้น ภาพเบื้องหน้านำพาจิตไปสู่อีกมิติหนึ่ง มิติแห่งความอ่อนโยนของรัตติกาล แห่งความงามของธรรมชาติในท่ามกลางความเป็นธรรมดา ฉันนั่งนิ่งสงบในความเป็นธรรมดานั้น เมื่อจิตนิ่ง จิตเชื่อมต่อกับจักรวาล ณ วินาทีนั้น มีเพียงการตื่นรู้ ไม่มีการ คิด เป็น หรือ เห็น มีเพียงความกระจ่างในความเป็นธรรมดาและกายอันบางเบาอันเป็นที่พำนักของจิตชัดใส

ขทิรวัน

6 เมษายน 2553

วาดภาพเพื่อสมาธิอย่างผ่อนคลาย

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจพุทธศิลป์ การวาดภาพทังกาแบบทิเบต ผู้ปฏิบัติธรรม นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เข้าอบรมเรื่อง

“การวาดภาพเพื่อสมาธิอย่างผ่อนคลาย”

โดย
อาจารย์ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2553 เวลา 9.00-16.00 น.

บ้านมูลนิธิพันดารา 695 ลาดพร้าว ซอย 11

ความเป็นมาและเหตุผล

ศิลปะมีความสัมพันธ์กับจิตวิญญาณของมนุษย์
ความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งนามธรรมถูกแสดงออกมาเป็นรูปธรรมในสิ่งที่เราเรียกว่าศิลปะ เราคงเคยได้เห็น ได้ยิน ผู้ปฏิบัติธรรมแทบทุกศาสนาแสดงประสบการณ์ของท่านผ่านทางงานศิลปะ ทั้งภาพวาด ดนตรี บทกวี เพราะงานศิลปะเหล่านี้สามารถแสดงประสบการณ์ของผู้สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างถูกตรงที่สุด เช่นเรื่องเล่าของอาจารย์ซ็นท่านหนึ่ง เมื่อท่านมีความจงใจเขียนอักษรพู่กันมากเกินไป อักษรของท่านกลับไม่งดงาม แต่เมื่อท่านปล่อยวาง ปราศจากความจงใจ ปราศจากความคาดหวังในอักษร ตัวอักษรของท่านก็ออกมาอย่างสวยงามที่สุด

ภาพวาดและศาสนา
ภาพวาดหรืองานจิตรกรรม เป็นสื่อเก่าแก่ที่สุดที่ศาสนาต่างๆใช้แสดงคำสอน เรื่องราวทางศาสนา การพัฒนาศิลปะในสกุลช่างต่างๆเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามลำดับ จนเกิดเป็นงานศิลปะที่มีรูปแบบต่างกัน เช่น พระพักตร์พระพุทธเจ้า ในศิลปะ อินเดีย ทิเบต จีน ญี่ปุ่น พม่า หรือไทย ล้วนมีความแตกต่างกันที่สายตาอาจสังเกตได้โดยง่าย แต่ความแตกต่างนี้ล้วนเป็นความแตกต่างทางภายนอก เพราะโดยเนื้อหาแล้ว ล้วนแสดงออกถึงภาวะแห่งพระพุทธเจ้าเฉกเช่นเดียวกัน

การวาดภาพและสมาธิ
ศิลปินผู้วาดภาพพระพุทธเจ้า ไม่อาจจะวาดได้โดยการคัดลอก หรือเพียงทำตามรูปแบบภายนอก หรือแม้ว่าจะกระทำเช่นนั้นได้ ก็ไม่อาจแสดงภาวะของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้งได้ เพราะรูปแบบเป็นเพียงการพัฒนาของศิลปะต่างๆ ตามท้องถิ่น แต่สาระภายใน คือคุณลักษณะของความเป็นพระพุทธเจ้า  พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระกรุณาคุณ เป็นสิ่งสำคัญที่ศิลปินต้องสื่อออกมา ดังนั้นเพื่อที่จะสามารถแสดงภาวะของพระพุทธเจ้าได้ในภาพวาด ศิลปินจึงมีวิธีการต่างกันไปตามแต่ประเพณี เช่น ศิลปินญี่ปุ่น ใช้การทำสมาธิ ปล่อยวางจากความยึดมั่นทั้งปวง  ศิลปินทิเบต ใช้การตรึกภาพพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์องค์นั้นๆ เป็นต้น

การอบรม “การวาดภาพเพื่อสมาธิอย่างผ่อนคลาย”
การวาดภาพเป็นการรวมสมาธิอย่างหนึ่ง ผลการทดลองทางการแพทย์พบว่า การวาดภาพสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสมาธิสั้นในเด็กได้ การวาดภาพเพื่อสมาธิอย่างผ่อนคลายจึงเป็นการประสานการวาดภาพ การฝึกสมาธิ และการผ่อนคลายไปพร้อมกัน การอบรมนี้ไม่ได้เน้นว่าผลงานที่วาดนั้นจะต้องถูกต้องตามแบบแผน ไม่มีการประเมินถึงความสวย เพียงวาดด้วยความรู้ตัวทั่วพร้อม เป็นการเจริญสติอย่างหนึ่ง ดังนั้นผู้เข้าอบรมจึงไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางการวาดภาพ ขอเพียงมีคุณสมบัติแห่งการเรียนรู้และจิตที่เปิดกว้าง

เนื้อหาการอบรม
1. วาดแบบทิเบต เป็นการประยุกต์การวาดภาพให้สัมพันธ์กับสมาธิและการตั้งนิมิต
2. วาดแบบอิสระ เป็นการวาดด้วยความปล่อยวาง ไร้ความคาดหวังในผล

กำหนดการ
9.00-9.30 น.         ทำสมาธิเพื่อผ่อนคลายและฝึกการตั้งนิมิต
9.30-10.30 น.     วาดภาพแบบทิเบต (1)
10.30-11.00 น.     พักรับประทานอาหารว่าง
11.00-12.30 น.     วาดภาพแบบทิเบต (2)
12.30-13.15 น.     พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.15-13.30 น.     ทำสมาธิ
13.30-14.30 น.     วาดภาพแบบอิสระ (1)
14.30-15.00 น.     พักรับประทานอาหารว่าง
15.00-16.00 น.     วาดภาพแบบอิสระ (2)

ค่าอบรม
700 บาท รวมอาหารว่าง อาหารกลางวัน และวัสดุในการวาดภาพ ผู้สนใจกรุณาโอนค่าลงทะเบียนล่วงหน้าภายในวันที่ 30 เมษายน 2553

หมายเหตุ
ทางมูลนิธิขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าลงทะเบียนสำหรับกรณีผู้ลงทะเบียนยกเลิกการเข้าร่วมอบรม

สถานที่อบรม
บ้านมูลนิธิพันดารา เลขที่ 695 ซอยลาดพร้าว 11 (บ้านสีเหลือง หลังสุดท้ายของซอย มีประตูรั้วสีขาวกั้นอยู่) แผนที่ download ได้ที่ http://www.thousand-stars.org หรือ https://krisadawan.wordpress.com

สนใจติดต่อ
คุณพรรณพิไล ไกรฤทธิ์ 1000tara@gmail.com หรือ โทร: อาจารย์ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา โทร 081 7200 645 โทรสาร 02 528 5308

ผู้อบรม
อาจารย์ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา
ศิลปบัณฑิต(จิตรกรรม) มหาวิทยาลัยศิลปากร

ศึกษางานศิลปะในศาสนาต่างๆ ทั้งพุทธ คริสต์ ฮินดู อิสลาม ฯลฯ ในส่วนของศาสนาพุทธ มีความสนใจทั้งในฝ่ายเถรวาท มหายาน และวัชรยาน โดยเฉพาะด้านสัญลักษณ์ในพุทธศิลป์ วิวัฒนาการทางศิลปะ และศิลปะเปรียบเทียบ ปัจจุบันเป็นศิลปินอิสระ สร้างสรรค์ผลงานพุทธศิลป์แบบร่วมสมัย และเป็น อาจารย์พิเศษ คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยบูรพาและอาจารย์พิเศษ ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


ภาพประกอบ

ภาพพระพุทธเจ้าวาดโดยท่านการ์มาปะที่ 10 เชอยิง ดอร์เจ ถือกันว่าท่านมีความสามารถในการวาดภาพอย่างเยี่ยมยอด จากภาพแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ได้ใช้สัดส่วนพระพุทธเจ้าตามแบบประเพณีทิเบต แต่กลับเขียนออกมาอย่างซื่อตรงและงดงาม

………………………………………………………………………………


ใบลงทะเบียนเข้ารับการอบรม “การวาดภาพสมาธิเพื่อผ่อนคลาย”

ชื่อ……………………………………………………………………………..นามสกุล………………………………………………………………………
ที่อยู่…………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………..
เบอร์โทรศัพท์…………………………………………………………………………….อีเมล์………………………………………………………………………………………
เคยเข้าร่วมอบรมกับมูลนิธิพันดาราในหัวข้อ………………………………………………………………………
ความคาดหวังจากการอบรมครั้งนี้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงทะเบียนสำหรับผู้อบรม………….ท่าน    เป็นจำนวนเงิน…………………………บาท
โดยโอนเงินเข้าบัญชี “มูลนิธิพันดารา”
O  บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 052-0-02254-8 ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์
O   บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 038-431667-8 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์
O  บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 924-0-05512-0 ธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์
O  บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 391-2-66998-9 ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์

กรุณากรอกข้อความในที่ว่างข้างต้นแล้วส่งมาที่ 1000tara@gmail.com หรือโทรสาร 02 528 5308 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0817200645 กรุณาลงทะเบียนพร้อมโอนค่าลงทะเบียนภายในวันที่ 30 เมษายน 2552

When There Is No Fire In the Forest

เมื่อไฟไม่ไหม้ป่า : เสียงสะท้อนจากขทิรวัน

บ้านมะค่าสี่ซองเป็นหมู่บ้านเล็กๆในตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นี่เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนที่เราจะเข้าไปในเขตช้างป่า บ้านพักของชาวกะเหรี่ยง และน้ำตกป่าละอู ทางตะวันตกของหัวหิน

ฉันรู้จักที่นี่โดยบังเอิญเมื่อมาดูที่ดินเพื่อหาที่ตั้งของศูนย์ทิเบตและธรรมาศรมที่ฉันตั้งใจสร้างในนามมูลนิธิพันดารา

สี่ปีแล้วที่ฉันได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินผืนนี้ ฉันยังจำวันแรกที่ได้มาเยือนที่แห่งนี้ได้ชัดเจน วันนั้นที่ดินเขียวชอุ่มไปด้วยหญ้าคา มีต้นหางนกยูง ต้นปาล์ม และต้นไม้่ป่าอีกหลายต้น ที่ประทับใจเป็นอย่างมาก คือ ต้นไทรใหญ่ด้านหลังของที่ดินที่มีรากฝังบนก้อนหิน และต้นฟักข้าวที่ออกผลเป็นสีทองอร่าม

ด้านหน้าของที่ดินผืนนี้มีสระน้ำเก็บน้ำซับจากภูเขา เมื่อเดินเข้าไปข้างในที่ดิน แล้วมองไปรายรอบจะเห็นเทือกเขาสุดลูกหูลูกตา เพราะภูเขา ฉันจึงหลงรักที่ดินผืนนี้

ภูเขาทำให้ฉันนึกถึงทิเบต นึกถึงการฝึกจิตขั้นสูงในพุทธแบบทิเบตที่เรียกว่า “ซกเช็น” ในการฝึกปฏิบัติมีการให้พินิจพระอาทิตย์พระจันทร์ที่ขึ้นเหนือยอดเขา

ฉันกับเพื่อนๆตั้งชื่อที่ดินผืนนี้ว่า “ขทิรวัน” แปลว่า ป่าสีเสียด ไม่ใช่เพราะที่แห่งนี้มีต้นสีเสียดอยู่เต็มไปหมด แต่เป็นเพราะเราต้องการตั้งชื่อตามสถานที่ที่พระอาจารย์นาคารชุนเห็นนิมิตพระแม่ตารา ที่ๆเป็นดังสวรรค์ของพระองค์ และเพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าศากยมุนีในคราวที่เสด็จป่าสีเสียดเมื่อพระองค์อาพาธหลังตรัสรู้ได้ 8 พรรษา

เมื่อซื้อที่ดินใหม่ๆ ข้างๆ ขทิรวันยังเป็นพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้ประปราย

สองปีต่อมา เริ่มมีการทำไร่สับปะรดมากขึ้น ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกรถแบคโฮถอนรากถอนโคลนอย่างไม่ปรานี ไม่ไกลจากที่ทำการอบต. หนองพลับ มีบริษัททำสับปะรดกระป๋องของอเมริกาตั้งอยู่

ชาวบ้านดูจะไม่สนใจปัญหาเรืื่องดินเสียหลังทำไร่สับปะรด พวกเขานิยมจุดไฟเผาหญ้า เผาป่า เป็นวิธีที่จะทำให้ดินได้รับการปรับโดยเร็ว และสิ่งที่ไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหญ้าคา หรือตอสับประรดได้รับการขจัดออกไปอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อเผาป่า นอกจากส่ิงไม่พึงประสงค์จะหมดไป ระบบนิเวศที่ธรรมชาติมอบให้พวกเราก็หมดไปด้วย สัตว์ป่าขาดบ้าน ต้องหนีเตลิดเปิดเปิงไปตามที่ต่างๆ ตกเป็นเหยื่อของนายพราน นี่ไม่นับสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่หนีไม่ทันและต้องสังเวยชีวิตเพราะน้ำมือของมนุษย์ที่เป็นพญาม้จจุราช

วันนี้ ขทิรวันยังคงเขียวชอุ่มท่ามกลางความร้อนระอุของไอแดดในเวลากลางวัน แต่ที่ดินข้างๆแทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่อีกแล้ว เมื่อหันไปทางขวาของขทิรวัน เราเจอที่ดินปรับแล้วรอการลงต้นกล้าสับประรด เมื่อมองทางด้านซ้าย เราเห็นดงสับปะรดที่ปลูกเป็นแถว ร่มเงาแห่งธรรมชาติหมดสิ้นไป เหลือเพียงต้นสับประรดที่ออกลูกออกผลให้เจ้าของและเกษตรกรที่มาเช่าที่ดินได้ชื่นใจ

คืนแล้ว คืนเล่า เราเห็นไฟป่าตามจุดต่างๆทั่วหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง ฉันมองดูกองไฟเหล่านั้นเหมือนอยากจะให้ส่ิงที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นเพียงฝันร้าย

ไฟสีแดงเปลี่ยนสีเมฆให้กลายเป็นสีเดียวกัน ควันขโมงในยามค่ำคืนปิดบังความงามของดวงดาวบนฟากฟ้า ฉันนึกถึงฝูงสัตว์ที่หวาดกลัวต่อเสียงประทุของไฟ ต่อความร้อนแรงของอัคนีที่จะแผดเผาทุกอย่าง

ขอพระแม่ตาราโปรดคุ้มครอง โปรดประทานความเข้มแข็งแก่ทุกชีวิตที่หวาดกลัว

อีกนานแค่ไหนหนอที่ไฟจะดับไปจากป่า ขทิรวันจะช่วยดูแลรักษาป่าได้อย่างไร ฉันถามตัวเอง

ไม่ว่าจะเนิ่นนานหรือยากลำบากเพียงไร ฉันจะเฝ้ารอวันนั้น วันที่ไฟไม่ไหม้ป่า วันที่ที่ดินทุกผืนเขียวชอุ่ม และสัตว์เล็กใหญ่อยู่อย่างอิสระปราศจากความกลัว

ขอผู้อ่านทุกท่านโปรดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาป่าหรือสนับสนุนศูนย์ขทิรวันให้สามารถคงความเป็นป่าแห่งความรื่นรมย์เพื่อเป็นแหล่งพักพิงใจของมนุษย์และสัตว์และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ