Skip to content

Archive for

เตรียมตัวตายอย่างมีสติ เพื่อวาระสุดท้ายอันงดงาม

ประชุมและเสวนาเรื่อง

“เตรียมตัวตายอย่างมีสติ เพื่อวาระสุดท้ายอันงดงาม”
(Towards a Beautiful End: Preparing for Death Mindfully)

วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553

เวลา 8.30-18.00 น.
ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จัดโดย มูลนิธิพันดารา ร่วมกับ ศูนย์จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลักการและเหตุผล
ความตายเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของชีวิตและมนุษย์ ทุกคนก็จะต้องตายไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่น่าประหลาดใจว่าผู้คนในสังคมดูจะไม่ได้ให้ความสำคัญแก่ความตายหรือการตายเท่าที่ควร การอภิปรายหรือการประพฤติปฏิบัติเกี่ยวกับความตายมักจะทำกันเมื่อเกิดการตายขึ้น เช่น ในพิธีศพ หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ในกรณีของคนไข้ใกล้ตาย ลักษณะเช่นนี้ทำให้สังคมขาดการคิดอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบเกี่ยวกับความตายและทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนสำคัญยิ่งของชีวิตส่วนนี้ ผลก็คือความตายกลายเป็นสิ่งลึกลับ น่าสะพรึงกลัว เป็นสิ่งที่ต้องพยายามหลบหนีไปให้พ้น หรือเป็นสิ่งที่จะคิดถึงก็ต่อเมื่อเวลามาถึง

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการคิดคำนึงเกี่ยวกับการตายและความตาย คณะผู้จัดจึงได้จัดประชุมและเสวนาเรื่อง “เตรียมตัวตายอย่างมีสติ เพื่อวาระสุดท้ายอันงดงาม” ขึ้นเพื่อให้นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติธรรม และประชาชนทั่วไป ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมุมมองของวิทยาศาสตร์และศาสนา

ในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์ได้เข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการตายและความตายในหลายลักษณะ เช่น การแพทย์แผนใหม่มีวิธีชะลอความตายและมีปัญหาเกี่ยวกับเกณฑ์วินิจฉัยการตาย รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงนิยามของความตาย นอกจากนี้ก็มีปัญหาเชิงจริยธรรมเกี่ยวกับสิทธิของผู้ป่วยในการปฏิเสธการรักษา หรือแม้แต่การทำการุณยฆาต ซึ่งได้แก่การทำให้ผู้ป่วยถึงแก่ความตายในกรณีที่ผู้ป่วยทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสจนไม่มีความหมายที่จะดำรงชีวิตอยู่ต่อไป คำสอนของพุทธศาสนาไม่ว่าเป็นนิกายใดก็มีความเกี่ยวข้องกับความตายและชีวิตหลังตายอย่างชัดเจน ดังนั้น การพบปะกันระหว่างวิทยาศาสตร์กับพุทธศาสนาเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ และจะเป็นประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการและในเชิงปฏิบัติแก่บุคคลทั่วไป

การประชุมและเสวนาในครั้งนี้นอกจากจะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเข้าใจเรื่องความตายดียิ่งขึ้นแล้วยังทำให้้ได้มุมมองต่างๆซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการตื่นตัวในสังคมไทยเกี่ยวกับความตายอีกด้วย คณะผู้จัดเชื่อว่าการตื่นตัวเช่นนี้เป็นแรงสำคัญในการผลักดันให้ผู้คนมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าและเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง ก็จากไปอย่างงดงาม ด้วยจิตที่ไม่ตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว แต่เป็นจิตที่ได้รับการเตรียมมาดี

เนื่องจากเรื่องความตายเป็นประเด็นสำคัญในพุทธศาสนาวัชรยานของทิเบตและเรื่องราวเกี่ยวกับทิเบตที่โยงกับความตายเป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงไปทั่วโลก ในการประชุมครั้งนี้จึงได้มีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความตายในทรรศนะของชาวทิเบตอีกด้วย

วัตถุประสงค์
1. เพื่อปลุกจิตสำนึกของผู้คนในสังคม ไม่เพียงแต่ผู้ป่วยเท่านั้น ให้ตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเตรียมตัวตายซึ่งจะทำให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาทและมีคุณค่า
2. เพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องความตาย การเตรียมตัวตาย  และชีวิตหลังตาย
3. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ผู้ปฏิบัติธรรม และประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับความตายและการตาย

วันเวลาและสถานที่
วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553 เวลา 8.30-18.00 น. ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จำนวนผู้คาดว่าจะเข้าประชุม
250 คน ประกอบด้วย ผู้ปฏิบัติธรรม นิสิตนักศึกษา นักวิชาการ แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ตลอดจน ผู้ทำงานองค์กรเอกชน และประชาชนทั่วไป

รูปแบบการประชุม
บรรยายพร้อมฉายสไลด์และ/หรือภาพยนตร์  เล่าเรื่องแบ่งปันประสบการณ์​ เสวนากับผู้เข้าร่วมประชุม

อาหาร
ทางการประชุมจะมีอาหารว่างและเครื่องดื่มร้อน/เย็นบริการ ส่วนอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับประทานได้ที่โรงอาหาร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ติดกับห้องประชุม

การลงทะเบียน
การประชุมนี้ไม่เก็บค่าลงทะเบียน แต่ขอให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าที่
Email: 1000tara@gmail.com โทร. 0806100770 โทรสาร 025285308 ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2553

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. สังคมเกิดการตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการเตรียมตัวตายอย่างมีสติ ซึ่งจะทำให้เพิ่มคุณภาพในการดำรงชีวิต
2. เกิดการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนในแวดวงวิทยาศาสตร์และศาสนารวมทั้งประชาชนทั่วไปซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและตระหนักถึงความสำคัญของกันและกัน

กำหนดการ
8.30-9.00 น.     ลงทะเบียน

9.00-9.15 น.     พิธีเปิด

9.15-10.00น.     “ข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตและความตาย”
ศ. ดร. สมภาร พรมทา (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

10.00-10.45 น.     “ตายอย่างพุทธ”
อ. สมฤทธิ์ ลือชัย (พิธีกรรายการธรรมในใจและอาจารย์พิเศษสาขาวิชา
เอเชียอาคเนย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

10.45-11.15 น.     พักรับประทานชากาแฟ

11.15-12.15 น.     “เผชิญความตายอย่างสว่าง”
ผศ. นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว (คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ
คุณวรรณา จารุสมบัติ (เครือข่ายพุทธิกา)

12.15-13.00 น.     พักรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

13.00-14.30 น.     สนทนาหลากหลายมิติเรื่อง “ชีวิต ความตาย และการุณยฆาต”
ผู้ร่วมเสวนา : รศ. ดร. พระศรีคัมภีรญาณ (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย) รศ. พญ. ศรีเวียง ไพโรจน์กุล
(คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) รศ.​ ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์
(คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

14.30-15.00 น.     พักรับประทานชากาแฟ

15.00-16.00 น.    ชมภาพยนตร์และสไลด์เกี่ยวกับประเพณีการตายของทิเบต รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบพิธีโพวาเพื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทิเบต (เมษายน 2553) และการนำเสนอเรื่อง “บาร์โด : ชีวิตหลังตาย”
รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (มูลนิธิพันดารา)

16.00-18.00 น.     “คำสอนเกี่ยวกับความตายในพุทธวัชรยาน”
พระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช (วัดต้าชี่กง นครลาซา และวัดเจคุนโด
เมืองยูชู ทิเบตตะวันออก)

Pilgrimage and Journey of the Mind (2)

เพียงแค่เดินทางไปปูชนียสถานไม่ใช่การจาริกแสวงบุญ การจาริกเน้นการขัดเกลาจิตใจให้ใสกระจ่าง ปราศจากกิเลส ยึดติดกับตัวตนให้น้อย และฝึกฝนให้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติ



ขอขอบคุณพระอาจารย์ ดร. อนิล ศากยะ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ วิทยากร สต๊าฟและจิตอาสาพันดารา โดยเฉพาะน้องและครอบครัว (อ้น แทน ลาล่า) นุช โบว์ และคุณพ่อคุณแม่ของนุชที่ถวายต้นผ้าป่าแก่มูลนิธิ ตลอดจนคุณหมอเซดอร์ที่มาให้กำลังใจและมาช่วยจัดของ คุณเต็งและเลาซือที่มาเป็นล่ามภาษาจีนให้  ขอบคุณศูนย์จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สปอนเซอร์ค่าห้องประชุม อาหารว่าง ค่าเดินทางของวิทยากร และค่าล่วงเวลา

ขอบคุณโบ้สำหรับ teaser ไกรลาศ พวกเราจะเฝ้ารอวันที่หนังฉบับสมบูรณ์ได้ไปสู่สาธารณชน

และอนุโมทนาต่อผู้ร่วมทำบุญผ้าป่าและสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธิพันดารา

Pilgrimage & Journey of the Mind

จาริกแสวง “บุญ” เพราะบุญ คือการขัดเกลาจิตใจ คือการนอบน้อมต่อ “พระเจ้า” อย่างสุดใจ คือความเชื่อในพุทธานุภาพของพระโพธิสัตว์ที่จะปกป้องคุ้มครองผู้จาริกตลอดการเดินทาง คือการเดินทางของหัวใจ แต่ละวันคืน ต้นไม้แห่งรักและศานติได้รับการรดน้ำให้โตวันโตคืน แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่โลกและจักรวาล…

เรื่องราวของอีกหนึ่งวันอันอบอุ่นที่นักวิชาการและผู้ปฏิบัติธรรมจากหลากหลายวิถีแห่งจิตวิญญาณ​ (พุทธ คริสต์ ฮินดู อิสลาม) มาร่วมกันปลูกต้นไม้แห่งรักและศานติในหัวใจของผู้คน

17 July 2010: Another day in Pandara’s history when seven academics cum practitioners share their spirit and experiences of pilgrimage with Thai audience.

Ven. Dr. Anil Sakya, a spiritual advisor to the foundation, gave a talk on “Following Buddism to Jambudvipa”.

This conference hall at Chulalongkorn University has been Pandara’s venue of dialogues across spiritual traditions since 2004 .

Thailand’s foremost public intellectual, Ajarn Sulak gave an opening speech. He asked us to ponder the motive of going on a pilgrimage: is it to serve ego or to let go of self clinging?

Ajarn Sulak kindly chairs the 2nd Phapa fund-raising project for the Tara Great Stupa this year. He made the first donation on the phapa tree. All the donations will be collected at Wat Thongnoppakun on 28 August.

Support team contributing to the star of sustainability

Ajarn Worayut’s talk on the meaning of pilgrimage in Christianity

Ven. Thanomsing, chair of Yodtham foundation recounts the time he leads lay people on a walking pilgrimage from Chiang Mai to Nakorn Prathom.

Pat, a graduate in religious studies from SOAS is our new MC. She offers to edit the conference’s video for a wider audience.

Happy atmosphere outside the lecture hall where friendships are established and renewed.

“Pilgrimage and Faith” by Serindia Publications is a gift of appreciation for the speakers. Thanks to Shane and Serindia for their generous contribution of the book.

Aj. Komkrit shares his remarkable Hindu pilgrimage to India with us.

Friendship across religious boundaries

Kang Rinpoche (Mt. Kailash/Mt. Tise) – with loving memory of the pilgrimage taken in July 2009 with Bo and Yonten

Among the greatest mountains of Tibet, symbol of fraternity of humankind. From home thousands of miles away at the sea level, we take a lifetime journey to pay homage to the crystal stupa on earth.

Sewing Prayer Flags (2)

The activity of sewing prayer flags this past weekend not only enriched our spiritual being and gave us a chance to make merit together, but it strengthened the bond between us and connected us with sacred mantra of Tibet.

Sewing prayer flags will continue this upcoming weekend July 10-11, 9.30 am-5.30 pm at the foundation house.

More than two years ago a few volunteers sat on the same spot sewing prayer flags together. Now we are back to do the work once more for the 4th Mantra Stupa, which will be celebrated this August.

Sewing flag tails of five colors representing five natural elements: yellow (earth), white (water), red (fire), green (wind), and blue (air)

This year we added orange, the color of abundance, of Sherab Chamma, Loving Mother of Wisdom.

Tan offered a hand cutting flag tails with fun and in a creative way.

Khun Niramon brought an enthusiastic sewing team, hence speeding up our work.

At the end of the day we sat in a circle reciting Tara mantra to generate our love for sentient beings and to reflect on what we did.

No other word is greater than “thank you”. When we thank others, we learn to be humble. At that moment, our heart is pure and radiant.

Sewing Prayer Flags

Everything is possible if we do it together. Volunteers were folding, cutting and sewing prayer flags yesterday at the foundation house. The flags of six colors: blue, green, red, white, yellow and orange will be taken to Kundrol Ling (Khadiravana) for the making of the fourth “Mantra Stupa”. The work will continue today from 9.30 am till 5.30 pm. Everyone is welcome.

We celebrated our work with sticky rice of rainbow colors.

Pilgrimage & Journey of the Mind

Seminar on “Pilgrimage and Journey of the Mind” (in Thai)

Saturday, July 17, 2010, Room 105, Maha Chulalongkorn Building, Chulalongkorn University

Organized by the Thousand Stars Foundation in Collaboration with the Center for Ethics of Science and Technology, Faculty of Arts, Chulalongkorn University

Rationale

Moving and travel are among those that all human beings love to do. We love to explore our world as soon as we are able to move; we are always desirous of going to places in order to learn what they look like. Infants are happy with their freedom that arrives with the ability to use their hands and feet. This freedom opens up a whole new world, and they learn that the world is very large and full of exciting things. And when we grow up, we also want to travel to more places further away. Our travels include those that are necessary, such as traveling to work, and those that are for our pleasure, such as becoming tourists to foreign lands. It seems that the purposes of traveling for people in today’s world consist only of these two, as we can see when we have to fill up immigration forms when we enter some countries—whether we travel for “business” or “pleasure.”

However, there is another important dimension of traveling which seems to be neglected in our world today. This concerns spiritual journey or “pilgrimage.” It is a kind of traveling that is different from both business or pleasure travels. What is interesting is that all religions we know emphasize traveling and pilgrimage as an important part in their teachings. The Buddha, for example, said that one of the ways Buddhists can do in order to accumulate merit is to travel to places associated with the Buddha’s life story so that the practitioner learn about impermanence and other important topics in the teachings. In Islam, there is an injunction that Muslims should find an opportunity to travel to Mecca in Saudi Arabia at least once in their lives so that they become closer to God. Both Hindus and Buddhists travel to Mount Kailash in Tibet in order to purify their minds on the way to attaining the Supreme Goal. For Hindus the mountain represents the abode of Shiva, and for Tibetan Buddhists, it is the center of the world and all the positive energies.

In today’s world, especially among young people caught up in the globalized economy, this kind of traveling seems to be lost from their consciousness. Even though people can travel with much more ease and speed than in the past, their travels unfortunately miss the spiritual and religious dimensions that characterized many of the travels undertaken by their forefathers. Furthermore, traveling not only means the physical activity of moving from one place to another, it also signifies the kind of movement of the mind. We usually compare our lives with a journey in our ordinary discourse, starting from the moment we are born and appears to end when we die. However, religious teachings all emphasize that our journeys do not actually end when we die; on the contrary, we do continue our journeys afterwards. This is another very important and interesting dimension of traveling that is totally neglected by modern science as well as by the modern consciousness informed by the scientific mindset.

Hence, the organizers have created this event and meeting and have invited a number of respected scholars and religious practitioners from various traditions to talk about pilgrimage and journey of the heart through their own points of view. It is hoped that the meeting will create a ripple in today’s society so that people become more aware of this apparently neglected dimension of travel.

Registration

The conference will be in Thai. There are no registration fees. However, those who would like to attend the event are requested to tell their names and their contact details to the organizers at this email address: 1000tara@gmail.com. They can also call 0806100770 or fax to 025285308.

Program

Saturday, July 17, 2010

8:45 – 9:15 am Open ceremony, presided by Ajarn Sulak Sivaraksa

9:45 – 10:00 am Journey of the Tara Great Stupa, 4th Year

10:00 – 11:00 am Following the Footpaths of Buddhism in India and Pakistan” by Ven. Dr. Anil Sakya, Wat Bovornnives

11:00 – 12:00 noon “Pilgrimage in Christianity” by Dr. Warayuth Sriworakul, Assumption University

12:00 – 1:00 pm Lunch

1:00 pm – 2:00 pm “Leading Lay People to Pilgrimage” by Phra Thanomsingh Sukesalo (Wat Yanavessakavan)

2:00 pm – 3:00 pm “Path of Faith and Yatra in Hinduism” by Komgrich Uytekkeng (Silpakorn University)

3:00 pm – 3:30 pm Break

3:30 pm – 4:30 pm “Mecca and the Hajj in Islam” by Dr. Pranee Lapanich (Retired faculty, Chulalongkorn University)

4:30 pm – 5:30 pm “From Bangkok to Kailash: Journeying to Transform the Mind in Tibet” by Dr. Krisadawan Hongladarom (The Thousand Stars Foundation)