Skip to content

Archive for

Prayer to Dispel Earthquake & Other Disasters

สวดมนตร์สะเดาะเคราะห์จากแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ

รจนาโดยพระอาจารย์เตรเช็น ซังงัก ลิงปะ

พระชินพุทธเจ้าห้าตระกูลแห่งทะเลสาบและแดนหิมะ
พระผู้คุ้มครองสัตว์โลกในกลียุค ได้แก่ พระคุรุเทรมปา พระมารดา และบุตร
พระคุรุริมโปเช พระผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวแห่งทิเบต
พระวิทยาธรแห่งอินเดีย ชางชุง ทิเบต
สาวก ๒๕ ท่านและเตรเช็นทั้ง ๑๐๘
ข้าพเจ้าขอสวดถึงเหล่าพระอาจารย์ผู้มีชาติกำเนิดอันประเสริฐ
ขอทรงโปรดป้องกันภัยทั้ง ๘ ภัยจากแผ่นดินไหว ภูเขาถล่ม
จากโรค หายนะ จากบ่วงของพญามัจจุราช
ขอพระบารมีของท่านทำให้มารและพญามัจจุราชพ่ายแพ้
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากเหตุแห่งการตายอันไม่สมควร
ขอให้ข้าพเจ้ามีชีวิตยืนยาวและมีโชคลาภเพิ่มพูน
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากอันตรายทั้งในชาตินี้และชาติหน้า
ขอให้ข้าพเจ้าไม่มีวันพลัดพรากจากแดนสุขาวดี
ขอให้ความปรารถนาทั้งหลายสมประสงค์ด้วยเทอญ
วันที่ ๙ เดือน ๙ ปีกุนธาตุน้ำ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหว พระอาจารย์ได้เขียนคำว่า “มารและพญามัจจุราช” และ “การตายอันไม่สมควร” หลังจากนั้นเกิดแผ่นดินไหวขึ้น แต่ผู้คนไม่เป็นอันตราย ท่านฑากินีวังโม, ชกทรู ยุงตรุง, ยุงตรุง ยีชี, ต้าชี่ นัมเกียล, กาทา ลามะ โลเตรอ และยุงตรุง ปาซัง จึงขอให้พระอาจารย์ซังงัก ลิงปะเขียนบทสวดมนตร์นี้ให้จบ พระอาจารย์แห่งสัจธรรมทั้งสองจึงเขียนบทนี้ บุญกุศลที่ได้รจนาบทนี้ขอให้สัตว์โลกได้รอดพ้นจากภัยพิบัติด้วยเทอญ บุญกุศลและสุขสวัสดี
แปลจากภาษาทิเบตโดยกฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
***
ซังงัก ลิงปะ เป็นพระอาจารย์ชั้นสูงของทิเบต ท่านเป็น “เตรเช็น” พระอาจารย์ผู้เข้าถึงการตระหนักรู้ มีญาณวิเศษ ท่านมีจิตเป็น “รีเม” ไม่แบ่งแยกนิกาย สายการปฏิบัติหลักของท่านคือ เพินซามา (เพินใหม่) ซึ่งอยู่ในนิกายยุงตรุงเพิน ผู้ปฏิบัติเพินซามาเน้นการบูชาพระคุรุสามองค์ ได้แก่ คุรุเทรมปา นัมคา, คุรุเซวัง ริกซิน และคุรุเปมา จุงเน (คุรุริมโปเช) และคู่ปฏิบัติของพระองค์ ในบทนี้เรียก “พระมารดา”
ในขณะนี้ชาวจีนได้เริ่มมาสวดบทนี้กันเพื่อป้องกันภัยพิบัติ ผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา ตามการเผยแพร่ของลามะสำคัญท่านหนึ่งคือ ท่านเซ็งเก ทุลกุ ที่พำนักในประเทศจีน
ขอเชิญชวนคนไทยสวดบทนี้เพื่อช่วยกันป้องกันแผ่นดินไหว ภัยพิบัติอื่นๆโดยเฉพาะอุทกภัยในประเทศไทย เมื่อมนุษย์เห็นแก่ตัวมากขึ้น ขาดศีลธรรม ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คิดร้ายต่อกัน ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น เมื่อกรรมเก่าของผู้คนสุกงอมพร้อมกัน จะทำให้ได้รับผลจากภัยพิบัติร่วมกัน
การสวดมนตร์เป็นวิธีหนึ่งในการขจัดปัดเป่าภัยพิบัติเนื่องจากภาษาในบทสวดมนตร์เป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการถ่ายทอดจากพระอาจารย์ที่ได้บรรลุธรรม โดยการสวดมนตร์ควรทำควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราเอง เปลี่ยนพฤติกรรมและการกระทำต่อผู้อื่น ไม่ดำรงชีวิตเพียงแค่ประโยชน์สุขของตนเองและครอบครัวเท่านั้น แต่มีจิตเมตตากรุณาต่อผู้อื่น และเชื่อในกฎแห่งกรรมเพื่อการดำรงชีวิตอย่างไม่ประมาท ดังคำกล่าวของชาวทิเบตที่ว่า “ชาตินี้เป็นอย่างไร คือ ผลของอดีตชาติ ชาติหน้าเป็นอย่างไร ให้ดูการกระทำในชาตินี้”

Senators’ Visit to Khadiravana

18 March 2011 : Khadiravana (Kundrol Ling) welcomed two senators, Nongplub mayor and 40 people mainly from the Nongplub district who came to receive the senators. It was a joy to have them with us.

A dharma gift to the center by Dr. Worasak, former owner of the land.

Bangkok Senator Rosana and Petchburi Senator Sumon visited the center and learned a new expression of Tibetan wisdom here.

Senator Rosumon in the retreat zone with blooming Kapi tree.

Thai sakura

The senators learned about Khadiravana’s philosophy and the Stupa project.

A walk in the retreat zone to the Stupa site

At our special banyan in the innermost zone

Informal forum with the senators.

 

 

 

Pilgrimage and Faith

ศรัทธานำพาชีวิต Pilgrimage that is drawn by faith (May 2007)

Close

ལུས་གུས་པའི་སྒོ་ནས་ཕྱག་འཚལ་ལོ།། སེམས་དངས་བའི་སྒོ་ནས་ཡིད་ཀྱིས་སྐྱབས་སུ་མཆི།

With body I prostrate to the Triple Gems; with steady mind I take refuge in them.

 

Tibetan Art of Happiness

“ความสุขคือการรู้จักตัวตน ตรวจสอบนิสัยของเรา และพึงพอใจในสิ่งที่เราเป็น”
Happiness is knowing oneself, checking one’s habits and being content with what we are.

ฟันของหมากับอัศจรรย์แห่งศรัทธา

ชายชาวคามคนหนึ่งเดินทาง ไปลาซาเพื่อไปกราบสักการะพระพุทธรูปโจโวริมโปเชที่วัดโจคัง แม่ของเขาสวดมนตร์ถึงพระโจโวริมโปเชทุกวัน ขอให้ได้พระธาตุจากพระองค์มาบูชา ชายคนนี้เมื่อไปถึงวัดและสักการระพระพุทธรูปเสร็จแล้วก็เดินทางกลับบ้านที่ อยู่ในแคว้นคามที่ห่างไกล โดยลืมหาพระธาตุมามอบให้แม่ ระหว่างทางเขานึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ก็ตกใจ เพราะแม่ขอร้องเขาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เขามองหาสิ่งที่จะนำไปฝากแม่ได้ พลันเห็นหมาตายตัวหนึ่ง เขาก็เลยเอาฟันออกมาซี่หนึ่งจากปากของหมาที่ตายไปแล้ว ขัดฟันนั้นจนขาว ห่อด้วยผ้าอย่างดี แล้วเอาไปให้แม่

วินาทีที่แม่เห็นหน้าเขา แม่ก็ถามว่า “ลูกนำพระธาตุมาฝากแม่หรือเปล่า” ชายผู้นี้ก็ตอบว่า “แน่นอน ลูกได้สวดมนตร์ถึงพระโจโวริมโปเชและขอพระทนต์จากพระองค์ นี่ไง พระองค์ประทานมาให้แม่” เขาหยิบฟันของหมาที่ตายไปแล้วออกมา ด้วยคิดว่าเป็นพระทนต์จริงๆ แม่ก็นำมาวางไว้บนหิ้งพระและกราบไหว้ด้วยจิตศรัทธาเต็มเปี่ยม วันแล้ววันเล่า หญิงผู้นี้กราบฟันของหมาอย่างสนิทใจจนวันหนึ่งมีแสงสว่างส่องออกมาจากฟันซี่ นี้ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปจริงๆ เนื่องจากศรัทธาอย่างไม่สั่นคลอนของหญิงผู้นี้

เรียบเรียงจากเรื่องเล่าในพุทธทิเบต

Medicine & Healing Buddha

พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าทรงเป็นพระพุทธเจ้าทางการแพทย์และการเยียวยารักษา สถิตอยู่ ณ พุทธเกษตรด้านทิศตะวันออก อันเป็นทิศตรงข้ามกับพุทธเกษตรของพระอมิตาภพุทธเจ้าทางทิศตะวันตก ทรงมีพระนามเต็มว่า “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” ทรงมีพระวรกาย สีน้ำเงินเข้มเหมือนสีของแก้วไพฑูรย์ ทรงบาตรบรรจุยาสมุนไพร “อโรคยา”

เมื่อทรงเป็นพระโพธิสัตว์นั้น พระไภษัชยคุรุได้ทรงตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่า หากบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์จะอุทิศชีวิตให้แก่การบำบัดรักษาเยียวยาสรรพสัตว์ ให้พ้นจากโรคทั้งโรคทางกาย ทางใจ และทางจิตวิญญาณ ทรงบำเพ็ญสมาธิอันลึกซึ้ง ซึ่งแก่นอันเป็นหัวใจของสมาธินี้ ปรากฏออกมาเป็นมนตร์ธารณีประจำพระองค์​ ซึ่งหากใครสวดเป็นประจำ ก็จะช่วยให้แรงสัตยาธิษฐานของพระองค์เป็นจริงแก่ชีวิตของเขาตลอดเวลา พระพระไภษัชยคุรุฯก็จะทรงมาสถิตอยู่ใกล้ๆเขาเสมอ

ธารณีประจำพระไภษัชยคุรุ ภาษาสันสกฤต : นโม ภควเต ไภษัชยคุรุ ไวฑูรยประภาราชายะ ตถาคตายะ อรหเต สัมยักสัมพุทธายะ ตัถยถา โอม ไภษัชเย ไภษัชเย ไภษัชยคุรุ สมุทคเต สวาหะ

คาถาหัวใจพระไภษัชยคุรุ สำเนียงทิเบต : เตยาตา โอม เบคันเซ เบคันเซ มหาเบคันเซ รันซา สมุทกาเต โซฮา

Tibetan Medicine and Nature

Excerpt from an interview with Dr. Tsedor Nyarongsha on the relationship between Tibetan medicine and nature.


Tibetan medicine has been transmitted for more than 2000 years. Before 1950 the Tibetans knew very little about the outside world. Their way of life and healing were tied with nature. The medicine they use is home remedy made of herbs which grow naturally on the Tibetan plateau. Not only that these medicinal herbs are natural but the way they are picked also reflect the care for nature.

ทำไมถึงกล่าวว่าการแพทย์ทิเบตสัมพันธ์กับธรรมชาติ

1. การแพทย์ทิเบตเป็นองค์ความรู้ที่ถ่ายทอดมามากกว่าสองพันปี ก่อนปี 1950 ชาวทิเบตใช้ชีวิตรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกภายนอกน้อยมาก พวกเขาผูกพันกับธรรมชาติและใช้ธรรมชาติในการบำบัดรักษา
2. ยาปัจจุบันแม้แต่ยาจีนรักษาเฉพาะที่ ยาทิเบตเป็นยาที่เน้นสมุนไพร ซึ่งเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว โยงกับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ มีแต่สรรพคุณ ไม่มีโทษ แต่ยาปัจจุบันใช้สารเคมีซึ่งทำให้ร่างกายมีปัญหา
3. ต้นกำเนิดของสมุนไพรเหล่านั้นเป็นที่บริสุทธิ์ ภูเขาสูง มีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด จึงไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
4. ในขณะเก็บสมุนไพร ชาวทิเบตจะระมัดระวังมาก ไม่ขุดอย่างถอนรากถอนโคลน เอาแต่ตัวยาจริงๆ จึงเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติไปในตัว เช่น สมุนไพรบางอย่างเมื่อเก็บมาแล้วต้องตากในที่ร่ม เพราะอานุภาพจากแสงอาทิตย์จะเปลี่ยนสรรพคุณของยา
5. ในการตรวจรักษาคนไข้ หมอต้องดูด้วยว่าคนไข้เป็นแบบใด ธาตุของเขาเป็นอะไร การดูธาตุก็เป็นความสัมพันธ์กับธรรมชาติเหมือนกัน การแพทย์ตะวันตกปฏิบัติต่อคนไข้ทุกคนเหมือนกันหมด แต่การแพทย์ทิเบตให้ความสำคัญต่อคนไข้แต่ละคน เช่น คนไข้มะเร็งคนหนึ่งปวดศรีษะ ไม่สามารถให้ยาแก้ปวดได้มาก เพราะต้องระวังว่าจะทำให้ร่างกายมีลมมากเกินไป

Memory from Body & Mind Conference

Saturday 19 March 2011, Chulongkorn University

Khru Dol of Jiivit Sikkha led the prayer from the Theravada tradition.

Aj. Setapong recited the Heart Sutra in Chinese and prayed to Amitapha Buddha to relieve the suffering of the Japanese victims.

Vajrayana prayer: “If I am happy, I dedicate my happiness to those who seek it. May happiness spread in the sky! If I suffer, I take others’ suffering upon myself. May the ocean of suffering dry out!

Aj. Soraj gave a short opening speech. This is the second Body and Mind conference the foundation organized. The first one was an international conference in 2006.

Young staff and volunteers helped with registration and Tibetan fair.

Dr. Issarang recounted his experiences caring for terminally ill children patients. The aim of his foundation is to make the kids’ dream come true.

K. Nidda Hongwiwat, publisher of the Saengdad Media Group talked on natural way of healing and eating.

Aj. Krisadawan gave a report on Pandara activities and talked on healing Tibetan way.

Aj. Parichart introduced the concept of “dialog” in body-mind work to the audience.

Aj. Taweesak recounted his experiences using the Buddha-dharma in healing himself from cancer.

Thanks to the speakers, Ple (MC), Amy, Nuch, Nong-On and family, Tor, House, Kan, Sherab and all who made this conference possible.

 

 

Yoga & Meditation

มูลนิธิพันดารา ร่วมกับ ชีวิตสิกขา เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต

ขอเชิญผู้รักสุขภาพและการทำสมาธิเข้าร่วม

โยคะภาวนา

ฝึกโยคะง่ายๆ เพื่อสมาธิและเสริมสร้างสุขภาพให้สมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ

วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2554 เวลา 9.00-11.00 น.

และทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือน

ณ บ้านมูลนิธิพันดารา ลาดพร้าว ซอย 11

โดย ครูดล/ชีวิตสิกขา เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต

รับจำนวนจำกัด รอบละ 20 คน

* กิจกรรมนี้เน้นผู้สนใจด้านการภาวนา และสามารถมาร่วมกิจกรรมได้จริงๆ เนื่องจากบ้านมูลนิธิสามารถรับได้
เพียง 20 ท่านเท่านั้น

*กิจกรรมนี้ไม่เก็บค่าลงทะเบียน ขอเชิญชวนให้ผู้ร่วมกิจกรรมทำบุญสนับสนุนกิจกรรมการกุศลของมูลนิธิพันดาราและชีวิตสิกขา ตามจิตศรัทธา

*แต่งกายตามสบาย ทางผู้สอนจะนำอาสนะมาให้

*ทางมูลนิธิมีบริการเครื่องดื่มร้อน/เย็น

กรุณาสำรองที่ล่วงหน้า
อีเมล์: 1000tara@gmail.com
โทร: 087 8299 387
หมยเหตุ : ไม่มีโยคะภาวนาในเดือนเมษายน

 

Body & Mind Conference

ประชุม/เสวนาเรื่อง “กายกับใจ : วิถีธรรมชาติและจิตวิญญาณ”

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2554

ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

กำหนดการ (แก้ไขล่าสุด)

8.30 น. ลงทะเบียน

9.00 น. พิธีเปิด

9.05 น. รายงานกิจกรรมของมูลนิธิพันดารา

9.10 น. กายกับใจในมุมมองของพระพุทธศาสนาเซ็นแบบจีน อ. เศรษฐพงษ์ จงสงวน (นักวิชาการอิสระด้านพุทธศาสนามหายาน)

10.10 น. การดูแลเด็กป่วยระยะสุดท้าย รศ. นพ. อิศรางค์ นุชประยูร (คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง)

11.00 น. พัก

11.15 น. วิถีธรรมชาติในการบาบัดรักษาและดูแลตนเอง อ. นิดดา หงษ์วิวัฒน์ (สานักพิมพ์แสงแดด)

12.15 น. พักอาหารกลางวัน

13.15 น. เยียวยากายกับใจจากมุมมองของทิเบต รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (มูลนิธิพันดารา)

14.00 น. เรื่องของกายกับใจ โดยผ่านกระบวนการไดอะล็อค ผศ.ดร. ปาริชาด สุวรรณบุบผา (รองผู้อานวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล )

15.00 น. พักดื่มชากาแฟ

15.30 น. ประสบการณ์จริง การดูแลกายกับใจ อ. ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม (อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

16.15 น. โยคะกับการทาความเข้าใจชีวิต อ. ธนวัชร์ เกตน์วิมุต (ชีวิตสิกขา : เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต)

17.00 น. จบการประชุม

 

สนใจ ติดต่อ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387