Skip to content

Archive for

ใช้เวลาที่เรามีอยู่นี้ให้ดีที่สุด รักผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ พลังแห่งความกรุณาจะเยียวยาจิตใจของเรา รักษาเราให้รอด รักษาโลกของเราให้รอดเพราะพลังแห่งความรักเป็นพลังบวก หากพวกเราแผ่ความรักออกมาให้ได้มาก คิดบวกอยู่ตลอดเวลา จักรวาลจะได้รับการเยียวยา อย่าลืมว่าธรรมชาติที่เสียสมดุลย์เพราะมนุษย์เห็นแก่ตัว เพราะมนุษย์รักแต่ตัวเองและไม่เพียงแต่รักตัวเองแต่ยังทำร้ายผู้อื่น เอาประโยชน์จากผู้อืนในทุกรูปแบบ ในคัมภีร์ทิเบตไม่ได้พูดว่าโลกจะแตกปีใหม่นี้ แต่พูดว่าเราอยู่ในกลียุค เป็นยุคแห่งความมืดมนที่ผู้คนไม่อยากปฏิบัติธรรม เมื่อเราเข้าใจว่ายุคนี้เป็นอย่างไรและเราควรจะดำรงชีวิตอย่างไร กลียุคก็เป็นเวลาแห่งความสุขได้ค่ะ

ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชสอนคัมภีร์คลาสสิคของพระพุทธศาสนามหายาน “โพธิจรรยาวตาร” รจนาโดยท่านศานติเทวะ นักปราชญ์และโยคีชาวอินเดียในศตวรรษที่ 8 คัมภีร์นี้เป็นคู่มือของผู้ปรารถนาที่จะดำรงชีวิตบนวิถีพระโพธิสัตว์ ไม่ว่าริมโปเชจะอยู่ที่ใด ท่านจะอัดเสียงคำ สอนให้ลูกศิษย์ซึ่งเป็นใครก็ตามที่ปรารถนาจะศึกษาคัมภีร์ทางอินเทอร์เน็ต โดยคำสอนของท่านจะใช้อรรถกถาของท่านเคนโบ กุนปัลในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นศิษย์ของพระอาจารย์ปัลทรูริมโปเช ท่านเคนโป กุนปัลศึกษาคัมภีร์นี้กับปัลทรู ริมโปเชถึง 40 ครั้งจึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่ริมโปเชได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สอนคัมภีร์นี้ให้ แก่ผู้สนใจวิถีพระโพธิสัตว์…สามารถตามอ่านได้ใน http://www.youtube.com/watch?v=0U8Av9WmFHk

อดีตเจ้าชายผู้เสด็จหนีจากพิธีราชาภิเษก กลายมาเป็นพระภิกษุในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของอินเดียโบราณที่ชื่อว่า นาลันทา แต่ในระหว่างที่พำนักอยู่ที่นาลันทา ท่านได้ชื่อว่าเป็นพระที่เกียจคร้านที่สุด ได้แต่กิน นอน และขับถ่ายเท่านั้น จนพระภิกษุในมหาวิทยาลัยต้องการขับไล่ท่าน จึงได้คิดอุบายให้ท่านแสดงธรรมต่อหน้าสาธารณชนจำนวนมาก ด้วยคิดว่าเมื่อแสดงไม่ได้ ท่านจะได้จากไป แต่ตรงกันข้าม ศานติเทวะแสดงธรรมลึกซึ้งจากใจในหัวข้อ “โพธิจรรยาวตาร” โดยที่ไม่มีใครเคยได้สดับฟังมาก่อน ขณะแสดงธรรม หลายคนเห็นว่าเบื้องหน้าของท่านมีพระมัญชุศรี พระโพธิสัตว์แห่งปัญญาประทับอยู่ และเมื่อแสดงจนถึงบทที่ 9 ว่าด้วยปัญญา ท่านศานติเทวะกับพระมัญชุศรีในเบื้องหน้าของท่านก็ลอยขึ้นไปจากธรรมมาศน์ ลอยขึ้นจนหายไปจากโลกนี้…

The Way of Dzogchen: Introduction

บางส่วนจาก “วิถีแห่งซกเช็น”
หนังสือสายธารเล่มที่ 5 (อยู่ในระหว่างจัดทำโดยมูลนิธิพันดารา)
พระอาจารย์ลาตรี ญีมา ทรักปา ริมโปเช
(Excerpts from “The Way of Dzogchen” by Latri Nyima Dakpa Rinpoche)

หนทางแห่งการฝึกตน
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่อาตมาสอนซกเช็นอย่างจริงจังในประเทศไทย ในช่วงเวลาสี่วันที่เราจะอยู่ด้วยกันนี้ อาตมาจะบรรยายแนวคิดสำคัญของซกเช็นและจะแนะนำวิธีการภาวนา แต่ก่อนที่เราจะทำความเข้าใจว่าซกเช็นคืออะไร มีวิธีปฏิบัติอย่างไร เราต้องเห็นภาพรวมของพระพุทธศาสนาในทิเบตก่อน
การสอนพระธรรมในวัชรยานโดยปกติมีสามหนทาง หนทางแรกคือ “พระสูตร” (Sutra) เน้นการศึกษาพระสูตรซึ่งเป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในทิเบตผู้ที่ศึกษาสายนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักบวชซึ่งไม่เพียงแต่อ่านพระสูตรแต่ยังท่องจำเนื้อความในพระสูตร คนทั่วไปไม่ค่อยได้มีโอกาสศึกษาพระสูตรเท่าไรนัก ผู้ที่ศึกษาปฏิบัติตามแนวนี้จะเน้นการละโลก (renunciation) ด้วยเหตุนี้ แนวนี้จึงเป็นหนทางหลักในการปฏิบัติธรรมของนักบวช แล้วทำไมเราถึงต้องไปบวช นั่นเป็นเพราะเราไม่ต้องการยึดติดกับโลก ไม่ต้องการยึดติดกับครอบครัว

ปัจจุบันวัดในทิเบตทำหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือเป็นสถานที่ให้ผู้คนปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงการหลุดพ้น สามารถละโลกได้ อย่างที่สองคือเป็นสถานที่เพื่อการศึกษาเล่าเรียน บางคนมาอยู่วัดเพียงเพื่อมาบวชเรียนแต่ไม่ได้มีปณิธานเพื่อการหลุดพ้น แต่ไม่ว่าจะด้วยปณิธานใด นักบวชจะต้องศึกษาพระสูตรเป็นสำคัญ
หนทางในการศึกษาพระธรรมแบบที่สองเรียกว่า “ตันตระ” (Tantra) เป็นการตั้งปณิธานที่จะดำรงอยู่ในโลก ไม่ละโลก ตั้งใจเปลี่ยนโลกให้เป็นพุทธเกษตร ซึ่งเป็นสวรรค์ของพระพุทธเจ้า อากาศร้อนก็งดงาม อากาศเย็นก็เป็นสิ่งที่งดงาม ทุกอย่างเป็นลักษณะของพระพุทธเจ้าที่เราปฏิบัติบูชา เช่น หากเราเป็นผู้ปฏิบัติบูชาพระแม่ตารา เมื่อเราเห็นภูเขา เราก็คิดว่าภูเขานั้นเป็นพุทธเกษตรของพระองค์ การปฏิบัติในสายนี้จะเน้นการสวดมนตร์ เน้นการบริกรรมภาวนาเพื่อเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นเสมือนจิตของพระพุทธเจ้า นั่นคือ เน้นการเปลี่ยนโลก (transformation) ผู้ที่ปฏิบัติในทิเบตจริงๆแล้วจะปฏิบัติแนวนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือนักบวชก็ตาม
หนทางในการศึกษาพระธรรมแบบที่สามเรียกว่า “ซกเช็น” (Dzogchen) เป็นหนทางพิเศษที่สอนเฉพาะบุคคล ไม่เปิดให้คนทั่วไปได้ปฏิบัติ ในอดีตแทบจะไม่มีใครได้ฝึกฝนหรือศึกษาหนทางนี้เลย นอกจากผู้ที่ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของคุรุทางด้านซกเช็น แล้วคุรุมอบคำสอนนี้ให้ ดังนั้นทุกวันนี้ถ้าเราไปถามคนทิเบตเกี่ยวกับซกเช็น พวกเขาส่วนใหญ่จะตอบไม่ได้ แต่หลังจากที่ทิเบตเสียเอกราช พระอาจารย์หลายท่านได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในโลกตะวันตก ท่านคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสอนพุทธวัชรยานในทุกแง่มุมเพราะว่านักวิชาการทั่วไปในโลกตะวันตกมีความต้องการที่จะเข้าใจ ถ้าไม่สอน พวกเขาก็ไปศึกษาเอง แต่การศึกษาเองมีโอกาสที่จะเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นพระอาจารย์ในปัจจุบันจึงเริ่มสอนซกเช็นกันและมีการเขียนหนังสือออกมาด้วย
หนทางซกเช็นนี้เราพบเฉพาะในสองนิกาย คือนิกายเพิน (ยุงตรุงเพิน) และนิกายญิงมาปะ (Nyingmapa) ซึ่งเป็นนิกายโบราณทั้งคู่โดยเพินมีประวัติความเป็นมา 18,000 ปีก่อนตั้งแต่สมัยพุทธกาลของพระพุทธเจ้าเติมปา เชนรับ ส่วนญิงมาปะมีประวัติความเป็นมาประมาณ 1200 ปีเริ่มก่อตั้งโดยพระคุรุปัทมสัมภวะในศตวรรษที่แปดที่มีการเผยแผ่พระธรรมจากอินเดียมาสู่ทิเบต
เพินเป็นนิกายที่ถูกทำร้ายมาตลอดด้วยอคติที่ฝังรากลึกซึ่งกำเนิดมาด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่ถ้าเราจะสรุปสั้นๆคือว่าเป็นพุทธศาสนาที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลและได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของชาวทิเบต ทุกวันนี้ประเพณีต่างๆของทิเบตก็ล้วนแต่นำมาจากพระพุทธศาสนานิกายนี้ทั้งสิ้น เเช่น ประเพณีการมอบผ้าคาตัก การกราบอัษฎางคประดิษฐ์ การปั้นตอร์มา ซึ่งล้วนเป็นประเพณีดั้งเดิมที่ไม่เคยมีมาก่อนในอินเดียแต่มีอยู่แล้วในทิเบตก่อนศตวรรษที่เจ็ด
ในนิกายเพินและญิงมาปะ คำสอนซกเช็นเป็นคำสอนสูงสุดในบรรดาเก้าขั้นตอนของการศึกษาและปฏิบัติธรรม กิจกรรมภาวนาในครั้งนี้เน้นซกเช็น การศึกษาของเราจึงเป็นการข้ามขั้นซึ่งจริงๆแล้วในอดีตเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ แต่ที่เราฝึกได้เป็นเพราะเราอยู่ในโลกสมัยใหม่ สังคมสมัยใหม่มีความซับซ้อนและมีปัญหามาก

ดังนั้นการฝึกซกเช็นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะทำ ขณะนี้สังคมกำลังแย่ โลกกำลังเสื่อมโทรม ถ้าเราไม่เปลี่ยนทัศนคติ เราไม่สามารถไปรอดได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเรามาเริ่มฝึกซกเช็นกันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะขึ้นไปที่ขั้นที่เก้าเลย เราต้องเริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ปรับเปลี่ยนจิตใจของเราก่อน เราอาจจะเป็นพุทธเถรวาทหรือเราอาจไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นพุทธ แต่เราสามารถรับคำสอนนี้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ซึ่งจะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น ทำให้จิตใจของเราใหญ่ขึ้น ทำให้เรามีมุมมองที่ถูกต้องเกี่ยวกับธรรมชาติ เกี่ยวกับจิตของเราเอง

Report on the Flood Relief Efforts and Charity Activities for Children

Tarn Namjai Funds, the Thousand Stars Foundation, November 2011 – January 2012

กองทุนธารน้ำใจ มูลนิธิพันดารา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554 ถึงเดือนมกราคม 2555

Upcoming Activities
1. A visit to the Karen children school, Palau Waterfall, Hua-Hin to donate winter wear and clothing the foundation received from K. Amporn Luenglakhanawalai and others, milk and food for the children. Tentative date: 26 December 2011.


2. An activity to bring songs and happiness to Tanaporn School. As a Thai singer Kal is interested to do volunteer work with the foundation the second week of January, our project will take this opportunity to take Kal to the school and give lunch to the children and the teachers on the occasion of the children’s day. Tentative date for the activity: 12 January 2012.
More detail will be announced.

In 2012 we also hope to make donations with Tibetan children both in Tibet and in an exile community in India. The flood relief project enabled us to follow our aspiration to help children, no matter what ethnicity or religious tradition they belong to, and to serve the Thai society. We thank all donors and volunteers who made this task possible.

กิจกรรมที่ทางโครงการฯจะดำเนินงานต่อ
1. ธารน้ำใจสู่โรงเรียนบ้านเด็กกะเหรี่ยง
เนื่องจากคุณอัมพร เหลืองลักขณาวลัยได้บริจาคผ้าห่มที่ใช้แล้วแต่ได้ซักรีดอย่างดี จำนวน 23 ผืน และทางมูลนิธิได้รับบริจาคเสื้อหนาวและเสื้อผ้าในสภาพดีอีกจำนวนหนึ่ง ประกอบกับกรรมการเลขานุการของมูลนิธิ คุณพฤหัส มีเสนได้อนุเคราะห์อุปกรณ์กีฬา จึงเห็นควรนำของบริจาคดังกล่าวไปมอบให้แก่โรงเรียนบ้านเด็กกะเหรี่ยงซึ่ง อยู่ในความดูแล ของตำรวจตะเวนชายแดน น้ำตกป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำหนดวันไปมอบของประมาณวันที่ 26 ธันวาคม 2554 ซึ่งในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะนำเงินกองทุนส่วนหนึ่งจัดซื้อนมและขนมเพื่อบริจาคเพิ่มเติม


2. ธารน้ำใจนำเสียงเพลงและความสุขสู่น้องๆโรงเรียนธนพร
เนื่องจาก นักร้อง คุณแคลอรีน Kal ได้แสดงความจำนงจะมาทำงานเป็นจิตอาสาให้มูลนิธิในช่วงสัปดาห์วันเด็ก และทางมูลนิธิไม่สามารถจัดงานบิ๊กคลีนนิ่งให้ทางโรงเรียนธนพรตามที่ได้เคย รับปากไว้ จึงเห็นควรจัดกิจกรรมวันเด็กที่โรงเรียนเพื่อมอบความสุขกลับมาสู่เด็กๆและ คณะครู ณ ที่ทำการใหม่ของโรงเรียน โดยกิจกรรมจะประกอบด้วยการเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆและคณะครู และกิจกรรมร้องเพลง ทั้งนี้ในระหว่างนั้นทางครอบครัวคุณหมอเซดอร์จากลาซาพร้อมลูกชายอายุ 7 ปีจะได้ไปร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งจะทำให้น้องชาวทิเบตได้แลกเปลี่ยนกับน้องๆชาวไทย กำหนดวันจัดงาน : วันที่ 12 มกราคม 2555 (จะยืนยันกำหนดวันอีกครั้งหนึ่ง) ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทางโครงการฯจะได้นำเงินกองทุนส่วนหนึ่งมาจัดซื้ออาหารกลางวัน ทางศูนย์ขทิรวันจะนำผลไม้มาแบ่งปัน


ในปี 2555 นี้เรายังมีกิจกรรมธารน้ำใจสู่เด็กยากไร้ทั้งในทิเบตและชุมชนทิเบตอพยพใน อินเดียอีกด้วยค่ะ การได้ดำเนินโครงการธารน้ำใจทำให้มูลนิธิได้ดำเนินงานตามปณิธานอย่างหนึ่งใน การช่วยเหลือเด็กๆโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติหรือศาสนา และได้ดำเนินสาธารณประโยชน์ในประเทศไทยอันเป็นวัตถุประสงค์หนึ่งของมูลนิธิ พันดารา ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนอีกครั้งหนึ่ง

Summary of Income and Expenses
รายจ่ายธารน้ำใจเพื่อโรงเรียนธนพร วันที่ 13 ธันวาคม 2554 (เฉพาะที่เบิกจากกองทุนธารน้ำใจพันดารา)
1. โต๊ะเก้าอี้สำหรับเด็กอนุบาลและเด็กประถม 65 คน เป็นเงิน 45,150 บาท
2. เครื่องนอนเด็กเล็ก 30 ชุด เป็นเงิน 8100 บาท
3. นมเปรี้ยว ขนมเลี้ยงเด็กนักเรียน 582 บาท
4. ค่าเช่ารถกะบะขนของจากบ้านมูลนิธิมาโรงเรียน 800 บาท
รวมเป็นเงิน 54,632 บาท


Expenses for Tanaporn School (Only those deducted from the Funds)
1. Desks and chairs for 65 schoolchildren, 45,150 baht
2. Beddings for 30 kindergarten kids, 8100 baht
3. Yoghurt drinks and cookies, 582 baht
4. Cost of pick-up rent, 800 baht
Total: 54,632 baht


รายจ่ายธารน้ำใจเพื่อโรงเรียนวัดป่าวไลย ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ วันที่ 13 ธันวาคม 2554
โดยตัวแทนมูลนิธิพันดารา กรรมการมูลนิธิคุณอัมพร เหลืองลักขณาวลัย คุณมรกตและคณะจิตอาสาได้มอบอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กๆ เนื่องในโอกาสที่โรงเรียนเป็นเจ้าภาพกีฬาสีเก้าโรงเรียนโดยทางโรงเรียนได้ขอ ความอนุเคราะห์มาที่โครงการธารน้ำใจพันดารา ค่าใช้จ่าย 6,761 บาท

รายชื่อผู้ร่วมทำบุญอุปกรณ์กีฬา
1.คุณดวงกมล ยิ่งวรากุล  500 บาท
2.ร้านพรประสิทธิ์เครื่องเขียน 736 บาท


Expenses for Wat Pa Walai School, Hua-Hin
The school requested the support of sports equipment from the foundation. The value is 6,761 baht (only 5,500 baht deducted from the Funds; the amount of 1,236 baht was received as a donation from K. Duangkamol Yingwarakul 500 baht and Pornprasit Shop 736 baht).


Summary of the Expenses (excluding the value of the donations in kinds)

รายจ่ายกองทุนธารน้ำใจพันดารา

Bangphood, Pathumthani Flood Relief Effort 54,361 baht

รายจ่ายปทุมธานี (บางพูด)   54,361 บาท


Bangbuathong, Nonthaburi Flood Relief Effort 72,193 baht

รายจ่ายนนทบุรี (บางบัวทอง)                       72,193 บาท

Pakkret, Nonthaburi Flood Relief Effort 7,641 baht

รายจ่ายนนทบุรี (ปากเกร็ด)                           7,641 บาท

Sangkharajawas School, Singburi Flood Relief Effort 36,108 baht

รายจ่ายสิงห์บุรี (โรงเรียนสังฆราชาวาส)          36,108 บาท

Tanaporn (St.Mary-Anne) School, Bangbuathong, Nonthaburi Flood Relief Effort 54,631 baht

รายจ่ายนนทบุรี (โรงเรียนธนพร บางบัวทอง)    54,632 บาท

Wat Pa Walai School, Nongplub, Hua-Hin, Prajuabkhirikhan 6,761 baht

รายจ่ายประจวบฯ (โรงเรียนวัดป่าวไลย หัวหิน)    6,761 บาท

Total 231,696 baht (Report on 20 December 2011)

รายจ่ายทั้งหมดของกองทุนธารน้ำใจพันดารา (ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2554)   231,696 บาท


Flood Relief for Tanaporn School

ธารน้ำใจสู่โรงเรียนธนพร (บางบัวทอง)

จากอุทกภัยที่ผ่านมา โรงเรียนธนพร เซนต์แมรี่แอน ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก (ระดับเตรียมอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6) มีนักเรียน 65 คน คุณครู 14 คน ตั้งอยู่อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีได้รับความเสียหายอย่างหนักจนถึงขณะนี้น้ำก็ยังท่วมอยู่ ทำให้ไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ในภาคการศึกษานี้ ทางโรงเรียนจึงต้องย้ายที่ทำการไปอยู่ที่บ้านของผู้อำนวยการโรงเรียน ถนนรัตนาธิเบศร์โดยในขณะนี้กำลังดำเนินการกั้นห้องต่างๆให้เป็นห้องเด็กอนุบาลกับเด็กประถม ห้องน้ำ หัองพักครู สำนักงาน ฯลฯ

เนื่องจากบ้านใหม่ของโรงเรียนยังขาดอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก ทางโรงเรียนจึงขอรับน้ำใจจากผู้มีจิตเมตตาทั้งหลายเพื่อจัดหาโต๊ะเก้าอี้สำหรับนักเรียน โต๊ะทำงานครู อุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์ครัว คอมพิวเตอร์ พัดลม เครื่องนอนสำหรับครูที่ประสบภัยน้ำท่วมและต้องพักที่บ้านผอ. และเครื่องนอนนักเรียนในเวลากลางวัน ของเล่น สนามเด็กเล่น ตลอดจนขอรับน้ำใจเป็นอาหารแห้ง ถุงยังชีพให้คณะครู ทางโครงการธารน้ำใจพันดาราขอเชิญกัลยาณมิตรร่วมแบ่งปันกับโรงเรียนเพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาทำการเรียนการสอนได้ดังเดิมและทำให้พวกเราทั้งหลายได้ช่วยฟื้นฟูโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ซึ่งไม่สามารถของบฟื้นฟูจากรัฐบาลได้ ทั้งนี้โรงเรียนธนพรได้ตั้งมา 17 ปีแล้ว ได้รับรางวัลมาหลายครั้ง และในปัจจุบันยังได้เปิดโครงการเด็กพิเศษ (Autism Child Program) อีกด้วย

โครงการธารน้ำใจจะเดินทางไปมอบของให้แก่โรงเรียนและดูความก้าวหน้าของการเตรียมการรองรับนักเรียนในวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2554 ผู้สนใจสามารถเดินทางไปร่วมแบ่งปันกับทางมูลนิธิได้ค่ะ และเราจะจัดกิจกรรมจิตอาสาช่วยทำความสะอาดโรงเรียนหลังน้ำลด ผู้สนใจกรุณาโทร 0878299387 หรือ 0833008119 Email: 1000tara@gmail.com