Skip to content

Archive for

บทเพลงวัชระเจ็ดวรรคแห่งพระคุรุริมโปเช

มีบทเพลงบทหนึ่งในพุทธวัชรยานที่่ได้กล่อมจิตวิญญาณมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นขณะกราบจาริกแสวงบุญ ขณะเดินรอบภูเขาศักดิ์สิทธิ์ หรือขณะทำงานโดดเดี่ยวอยู่กลางป่า บทเพลงบทนี้ปลุกจิตใจที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นมาเห็นความจริงของสังสารวัฏ ปลุกจิตอ

่อนแอของศิษย์ให้แข็งแกร่งดุจจิตวัชระของพระอาจารย์ ขอมอบบทเพลงบทนี้ให้แก่กัลยาณมิตรทุกคนในวันนี้ซึ่งเป็นอีกคราหนึ่งที่ “วันครู” (วันคุรุริมโปเช) ได้มาถึง ขอความรักของครูอย่าได้จางหายไป ดุจน้ำในมหาสมุทรอันไม่มีวันเหือดแห้ง ขอเสียงเพลงวัชระได้รับการขับขานไปในโลกของเราตลอดชั่วกาลนาน…

บทเพลงวัชระเจ็ดวรรคแห่งพระคุรุริมโปเช

ณ แดนตะวันตกเฉียงเหนือแห่งอุฑฑิยาน
ใจกลางก้านปทุมเกสร
สิทธาผู้เปี่ยมด้วยคุณสมบัติอันประเสริฐ
เลื่องลือในนาม “ปัทมสัมภวะ”

รายรอบด้วยเหล่าฑากินีจำนวนมาก
ศิษย์ขอเดินตามรอยของท่าน
ขอท่านโปรดเสด็จมาอำนวยพร
“คุรุ ปัทมะ สิทธิ ฮุง”

ฮุง โอแจน ยุลจิ นุบชัง ซัม
เปมา เกซา ตงโบ ลา
ยัมแซน ชกกิ เงอดรุบ เญ
เปมา ชุงเน เฉสุ ทรัก

คอร์ตุ คันโดร มังเบอ กอร์
เชจิ เจสุ ตักตรุบ ชี
ชินจิ ลบชี เชกสุ เซอ
กูรู เปมา สิทธิ ฮุง

Remembering Teacher on Guru Rinpoche Day

Back to 2006, the first year we conceived of building the Stupa, my teacher Kundrol Mongyal Lhasey Rinpoche came to Thailand to attend the 1000 Stars conference on “Body and Mind” and to bless the land, which was to become the Stupa site. Two years later he was invited to Thailand again to perform a ritual for the Stupa called “sa long” land permission from sacred land owners. After the ceremony was over, we knew we have great karma to build this precious Stupa. That time Rinpoche and his son, tulku of Sang-ngag Lingpa also performed several practices related to Guru Rinpoche. Today on the occasion of Guru Rinpoche day, I think of my teacher’s kindness and one of his practical advice: “Never judge people from their outward personalities. But look into the purity of their mind. And make every moment your practice.”

 

Tibetan Tea

There will be workshops on Tibetan tea making at the Thailand ASEAN Coffee & Tea 2012 at Mahisorn Hall, SCB Park on 25-30 September 2012, 10 am-8 pm. All is welcome to visit our booth and taste old Tibetan tea kept in yak skin from Highland Tibet. At the exhibition there will be Tibetan tea products on sale. The proceeds support the 1000 Stars Funds for charity. For more detail, please call: 02-973-5090-5.

ในวันที่ 25-30 กันยายน นี้ ทางมูลนิธิโดยอาจารย์เยินเต็นได้รับเชิญให้ไปสาธิตวิธีการชงชาทิเบต จะมีชาหมักจากหนังจามรี อายุ 40-60 ปีให้ชิม โดยงานจะมีที่หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ SCB Park ทางมูลนิธิเห็นความสำคัญของชาซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางการค้าและวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ทิเบตและจีน ในงานจะมีสินค้าชาสมัยใหม่จำหน่ายด้วย รายได้สมทบกองทุนการกุศลของมูลนิธิพันดารา รายละเอียดของงานอ่านได้จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1348053639&grpid=&catid=05&subcatid=0503

Questions-Answers about Tibetan Buddhism

คำถาม: ยีตัม ฑากินี คือใคร

คำตอบ: ทั้งสองคำเป็นคำพิเศษในพุทธวัชรยาน ยีตัม คือพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์องค์ที่เราปฏิบัติบูชาเป็นหลัก บางคนอาจปฏิบัติมากกว่าหนึ่งองค์ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานทางธรรม ส่วนฑากินี คือส่ิงศักดิ์สิทธิ์ในลักษณะสตรีเพศที่แทนพลังแห่งการตื่นรู้ในตัวเรา พลังแห่งการเข้าใจตัวตนที่ปราศจากการปรุงแต่ง จะเข้าใจประเด็นนี้ชัดเจน ต้องเข้าใจด้วยว่าการยึดเป็นสรณะของวัชรยานเน้นสามระดับ คือ ระดับนอก (outer refuge) ซึ่งเห็นชัดในวิถีแห่งพระสูตร ยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ ระดับใน (inner refuge) อันเป็นหัวใจของวิถีแห่งตันตระ ยึดลามะ (พระอาจารย์) ยีตัม และคันโดรมา (ฑากินี) และระดับในสุด (innermost refuge) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของสายซกเช็น ยึดเส้น ลมปราณ ทิกเล่ (หยดธรรมชาติ) ในระดับในสุดนี้ พุทธะได้เข้ามาสู่เลือดเนื้อและจิตวิญญาณของเรา เพราะสภาวะพุทธะที่แท้ไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ในสภาวะจิตของเราเอง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ผู้ปฏิบัติซกเช็นจะไม่ยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือไม่ยึดลามะ ยีตัม คันโดรมา เพียงแต่สรณะเหล่านี้ได้หลอมรวมมาเป็นหนึ่งเดียวกับสภาวะพุทธะภายในซึ่งเป็นทองคำแท้ที่เรามีอยู่แล้ว

ปั้นดินแทนใจ

เมื่อหลายปีก่อนขณะที่ยังเป็นนักวิจัยจากจุฬาฯ ได้เข้าไปใช้ชีวิตในแคว้นคามซึ่งอยู่ภาคตะวันออกของทิเบต ช่วงหนึ่งมีโอกาสไปพักที่บ้านผู้ใหญ่บ้านท่านหนึ่ง (คนที่คาดผมด้วยด้ายสีแดง ซึ่งเป็นทรงผมของผู้ชายชาวคาม) ช่วงนั้นทุกเช้าที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ คนหนุ่มสาว รวมทั้งเด็กๆ จะมานั่งปั้นสถูปองค์เล็กๆจากดินเหนียวกัน เมื่อถามว่าทำไปทำไม น้องผู้หญิงคนหนึ่งตอบว่าเพื่อสั่งสมบุญบารมีและทำเครื่องรองรับแทนใจของพระพุทธเจ้า

มาวันนี้พวกเราก็กำลังทำสถูปเล็กๆแบบนี้ในเมืองไทย เพียงแต่จากดินเหนียว เราใช้ดินเซรามิค และจากสีดิน เราทาสีทองทับ เพืื่อให้สถูปองค์เล็กที่เป็นเครื่องบูชา และเครื่องแทนจิตศรัทธาและใจที่ปรารถนาจะทำความดีของพวกเรา ได้อยู่ยั่งยืนเป็นพันปีตราบเท่าอายุของพระมหาสถูป

เมื่อเราตายไป กายของเราเน่าเปื่อยไป แต่สถูปองค์เล็กจะยังคงอยู่ สถูปเล็กๆเหล่านี้จะได้รับการบรรจุในพื้นที่ว่างบริเวณบัลลังก์พระสถูป (เหนือมหาวิหาร) ซึ่งมีอยู่สี่ชั้นแทนคุณธรรมที่เราเรียกกันว่า พรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยมีนัยยะว่า สถูปเหล่านี้ที่พวกเราช่วยกันสร้าง ทำให้พื้นที่ว่างในบัลลังก์พรหมวิหาร 4 ไม่ว่างเปล่า แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยหัวใจแห่งศรัทธา หัวใจแห่งความรัก และจิตที่ปรารถนาจะยังประโยชน์แก่สัตว์โลก

ขอขอบคุณและอนุโมทนากับคุณบุดดิส เพื่อนศิลปินที่ทำให้โครงการถวายสถูปดิน 100,000 องค์แด่พระมหาสถูปเริ่มเป็นจริง ขออนุโมทนากับคุณอ้อและเพื่อน ที่เป็นคณะแรกที่ถวายสถูปพิมพ์อันงดงาม 1,000 องค์นี้ ขออนุโมทนากับกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรมและปฏิบัติธรรมในกิจกรรมศิลปะแห่งชีวิตและอาสาฬหบูชาภาวนาที่ได้ช่วยกันระบายสีทองแด่องค์สถูปดินนี้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม สถูปแต่ละองค์จะได้รับการปลุกเสกจากพระอาจารย์ที่เราเคารพรักและจะได้รับการอัดแน่นด้วยมวลสารจากทิเบตเพื่อให้เป็นวัตถุธรรมที่ควรค่าแก่การบูชา

ต่อไปนี้ ทุกครั้งที่เรากราบสักการะพระสถูปองค์ใหญ่ ก็เท่ากับเราได้กราบสักการะพระสถูปองค์เล็กแต่ละองค์ไปด้วย เมื่อสถูปองค์เล็กทำครบ 100,000 องค์ เราก็ได้เห็นหัวใจแห่งศรัทธา 100,000 ดวง ช่างเป็นช่วงเวลาอันประเสริฐที่พวกเราเกิดมาในยุคที่มีการสร้างพระมหาสถูปนี้

*ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญสร้างและถวายสถูปองค์เล็กแทนใจของเราเพื่อนำไปประดิษฐานบริเวณบัลลังก์พระสถูป (เหนือมหาวิหาร) องค์ละ 99 บาทค่ะ

กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์
12/09/12

On Shambhala Film

ชัมบาลาอีกครั้ง
พบภาพนี้โดยบังเอิญ เป็นหลังฉากของหนัง “ชัมบาลา” ตอนที่ทีมงานไปถ่ายทำหนังด้วยกัน ถ้าไม่ดูว่าเป็นเรื่องแต่งขึ้นของหนัง ภาพนี้ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ…ชาวต่างชาติผู้ตัดสินใจไปกราบแสวงบุญเพื่อไถ่บาปที่ตัวเองเคยทำ (แสดงโดยอนันดา) ถ่ายรูปกับคนทิเบตผู้ตั้งใจจะไปช่วยผู้ไถ่บาป ให้เขาได้ค้นพบ “ชัมบาลา” ที่แท้ (แสดงโดยโจ)นอกจากความงามของต้นฤดูหนาวของทิเบต ภาพสะท้อนความงามในจิตใจของผู้จาริกแสวงบุญ…แม้ว่าหนังอาจจะไม่ได้ถ่ายทอดมุมมองแง่คิดของคนทิเบตอย่างลึกซึ้งและอาจจะแต่งเติมสีสันด้านลบแก่ตัวละคร “ทิน” ที่แสดงโดยอนันดาจนรู้สึกมากเกินพอดี หนังก็ประสบความสำเร็จในการที่ทำให้เราได้เห็นว่าการสำนึกผิดเป็นสิ่งสำคัญ และเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ต้องทำความดีทดแทน

On Meditation (2)

บางครั้งเมฆสีดำปกคลุมท้องฟ้า เมฆมีสีอะไรไม่สำคัญ

สิ่งสำคัญคือเรารู้จักสภาวะดั้งเดิมของท้องฟ้าหรือไม่

ในทำนองเดียวกัน ความคิดมีทั้งดีและไม่ดี

ความคิดเป็นอย่างไรไม่สำคัญ

สิ่งสำคัญคือเรารู้จักสภาวะเดิมแท้ของจิตหรือไม่

ผู้ที่เข้าถึงความเป็นสมถะในสมาธิจะประสบความสงบนิ่งเหมือนทะเลที่ปราศจากคลื่น

แม้ความคิดเกิดขึ้น ก็ไม่ถูกรบกวนเพราะจิตไม่ตามความคิดไป

ช่วงแห่งสมถะเป็นช่วงเวลาที่เราได้สัมผัสความว่างแห่งจิต

ได้ตระหนักรู้ว่าความคิดแต่ละครั้งเกิดขึ้นและดับไป

เป็นช่วงแห่งความสงบสุข ปีติ เบิกบาน

แต่สมถะไม่สามารถนำเราไปสู่การบรรลุธรรมได้

สมถะเป็นเพียงการเตรียมจิตให้พร้อมสำหรับการลงไปสู่ก้นบึ้งของทะเล

ซึ่งมีหลากหลายประสบการณ์ที่จะสอนให้เรารู้จักสภาวะที่แท้ของจิต

On Meditation (1)

ก่อนออกเดินทางไปที่ใด เราต้องรู้ว่าเป้าหมายของการเดินทางของเราอยู่ที่ไหน

และเราจะเดินทางไปสถานที่นั้นด้วยวิธีใด ในทำนองเดียวกัน

ก่อนทำสมาธิ เราต้องรู้ว่าจุดมุ่งหมายของการทำสมาธิของเราคืออะไร

และเราจะไปถึงจุดมุ่งหมายนั้นด้วยวิธีการใด

In Praise of Tara

 

 

ความมืดมนของสังสาระอันยากที่จะกำจัด
พระองค์ทรงเอาชนะได้ดุจแสงแห่งตะวัน
ข้าพเจ้าขอกราบองค์ตาราไปตลอดกาลนาน
ผู้ซึ่งพระหทัยเปี่ยมไปด้วยความกรุณา
[พระอาจารย์จันทรโคมิน]

Tibetan Saying

“ชีวิตเราต้องตั้งตรงดุจเสาและมั่นคงดุจหินที่รองรับเสานั้น”
“Our life must be as straight as a pillar and firm as stones that support it.”