Skip to content

โพธิจิตอะไร

IMG_7142.JPGใน Intensive Ngondro เราได้คุยกันเรื่องโพธิจิต ศิษย์ถามครูว่า ในการภาวนาโพธิจิต เราควรเน้นอะไร ครูประทับใจคำถามนี้เพราะเป็นหัวใจของความเป็น “มหายาน” ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับประเทศหรือชาติพันธุ์ จึงเขียนบทนี้มาให้อ่านกัน

โพธิจิต คืออะไร

What is Bodhicitta? How is it relevant to our life in the 21st century?

โพธิจิต คือ ความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจที่จะให้ทุกชีวิตได้เข้าถึงการหลุดพ้นซึ่งเป็นความสุขอันเป็นนิรันดร ไม่แปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และไม่ขึ้นกับเงื่อนไข

ความปรารถนานี้เกิดจากการตระหนักรู้ว่าทุกชีวิตเคยเกิดเป็นพ่อแม่ของเรามาก่อนในกระแสธารแห่งชีวิตอันยาวนานของสังสารวัฏ

เมื่อเกิดการตระหนักรู้ จึงเกิดความรู้สึกอยากช่วยให้พ่อแม่สัตว์โลกได้หลุดพ้นจากความทุกข์ โดยความปรารถนานี้เกิดจากจิตที่เปี่ยมไปด้วยความกรุณาอย่างที่สุด จิตที่เมตตาต่อผู้อื่น ยินดีที่ผู้อื่นเป็นสุข ไม่วางเฉยต่อชีวิตผู้ใด แต่เคารพยกย่องพวกเขาอย่างไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

ด้วยคุณธรรมแห่งพรหมวิหารสี่ ซึ่งเบิกบานงอกงามในใจ เราจึงหยุดตามสิ่งเร้าที่เรียกร้องให้เราไม่สนใจคนอื่น สัตว์อื่น เรียกร้องให้เราทำทุกอย่างเพื่อตัวเราเองและผู้ที่เรารักเท่านั้น แล้วพากเพียรบำเพ็ญบารมี บำเพ็ญประโยชน์และบุญกุศล และทำสมาธิ เพื่อมอบผลบุญให้เป็นเหตุปัจจัยแก่สรรพสัตว์ให้บรรลุพระโพธิญาณ โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบากใดๆ

เราจึงกำลังเดินตามรอยพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ เหล่านักรบแห่งจิตวิญญาณผู้กล้าหาญ ที่ทรงทำการกระทำทั้งหลายเช่นนี้เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์โดยไม่มีแม้เพียงร่องรอยอันบางเบาของอัตตา ไม่มีความปรารถนาใดๆ ที่เน้นให้กับตนเอง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือให้สัตว์โลกที่ประสบทุกข์อยู่ในสังสารวัฏได้เข้าถึงการหลุดพ้น

ผู้ใดที่มีความปรารถนานี้ อธิษฐานจิตและสวดภาวนาด้วยหัวใจแห่งโพธิสัตว์เช่นนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้มีโพธิจิต หรือ จิตแห่งการตื่นรู้

จิตเช่นนี้เกิดขึ้นได้ในใจของเราทุกคนเพราะเรามีศักยภาพแห่งการตื่นรู้ ดุจดังเมล็ดงาที่มีน้ำมันอยู่ภายใน พุทธภาวะมิได้พรากจากเราไปเลยนับแต่วันแรกที่เราถือกำเนิดมาเป็นสัตว์โลก จะอยู่กับเราและจะปรากฏให้เห็นโดยสมบูรณ์เมื่อเราเข้าถึงการบรรลุธรรม

การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยน้ำใจอันประเสริฐโดยไม่คาดหวังสิ่งใดคือการแสดงออกแห่งโพธิจิต แต่หากการช่วยเหลือนั้นไม่ได้เชื่อมโยงกับการตั้งจิตจะให้ผู้อื่นหลุดพ้น การกระทำนั้นก็ยังไม่ใช่โพธิจิต เป็นเพียง “แฉนแพน” หรือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ซึ่งสำคัญแต่ไม่เพียงพอที่จะดับทุกข์ถาวรของเขา

ในโลกที่เราอยู่นี้ โพธิจิตสวนทางกับกระแสหลักที่ผู้คนคำนึงถึงแต่ประโยชน์และความสุขของตนเอง เราอาจถามคำถามว่า ในขณะที่โลกยังวุ่นวาย สังคมยังเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการเอารัดเอาเปรียบ การเจริญโพธิจิตจะมีประโยชน์อันใดเล่า

คำตอบคือ ความทุกข์ที่เราประสบในศตวรรษที่ 21 นี้ไม่ได้ต่างจากความทุกข์ในสมัยที่พระพุทธเจ้าเสด็จมา ต้นเหตุแห่งทุกข์ล้วนเกิดจากกิเลสทั้งสามซึ่งเป็นพิษจิตใจที่แบ่งแยกเราจากผู้อื่น แบ่งแยกเราจากสภาวะพุทธะอันเป็นธรรมชาติที่แท้แห่งตัวตน

ฉนั้น เมื่อเราเจริญโพธิจิต เรากำลังกลับสู่ธรรมชาติเดิมแท้นี้ ผ่านการบำรุงต้นโพธิให้เติบโต เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจึงทุกข์น้อย เราจึงสามารถร่าเริงเบิกบานแม้อยู่ท่ามกลางความเจ็บป่วย การพลัดพราก วิกฤติและสิ่งท้าทายต่างๆ

เราจะไม่เหงา ว้าเหว่ เพราะพลังแห่งโพธิจิตนำมาซึ่งกำลังและพลังอันเต็มเปี่ยมที่จะดำรงอยู่เพื่อทำสิ่งดีๆ ต่อผู้อื่น และโพธิจิตนำมาซึ่งความหวังว่าวันหนึ่งความทุกข์ของสรรพสัตว์จะหมดสิ้นลง แม้ว่าเราจะไม่ใช่หมอ แต่เมื่อเราเจริญโพธิจิตแม้เพียงเสี้ยวนาที เราได้ทำให้รากเหง้าแห่งอวิชชา ต้นเหตุแห่งโรคและทุกข์ สั่นสะเทือน

กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล
22/05/18

No comments yet

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: