Skip to content

คุณลักษณะของคุรุและคุณลักษณะของศิษย์

คุณลักษณะของคุรุ
มรรควิถีแห่งการละโลก การเปลี่ยนโลก และการปล่อยให้ทุกสิ่งสลายไปด้วยตนเอง (มรรควิถีแห่งพระสูตร ตันตระ และซกเช็น) กล่าวถึงผู้ที่มีคุณลักษณะของคุรุทางจิตวิญญาณแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้วผู้เป็นคุรุจะมีลักษณะดังท่ีท่านเจ ญัมเม ริมโปเชได้พูดไว้ กล่าวคือ ต้องมีปัญญาจากการเรียนรู้ มีทัศนคติบริสุทธิ์ และมีความเชี่ยวชาญแห่งอุบายในการสอนให้ผู้อื่นได้เปลี่ยนแปลงจิตใจของตนเอง คุรุที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นผู้ควรค่าแห่งการสักการะบูชาและควรค่าแห่งการแสดงความเคารพด้วยกาย วาจา ใจ

คุรุต้องได้รับการฝึกฝนด้วยการฟัง คิดใคร่ครวญ และภาวนา ด้วยศีล สมาธิและปัญญา ต้องมีความรู้ในนิกายอย่างชัดแจ้งและมีความรู้ในคัมภีร์ที่ใช้สอน คุรุต้องมีทัศนคติที่บริสุทธิ์ที่จะทำประโยชน์ต่อพระธรรมคำสอนและสรรพสัตว์ และต่อการพัฒนาจิตใจของศิษย์

นอกจากนี้ คุรุต้องคำนึงถึงความสนใจของศิษย์ จะต้องมีความเชี่ยวชาญในวิธีการและสิ่งที่สอน และในขณะที่สอนศิษย์ คุรุจะต้องไม่เหน็ดเหนื่อยแต่มีความสามารถที่จะสอนตลอดเวลา เมื่อศิษย์ถามคำถามเกี่ยวกับประเด็นยากๆ หลายข้อ ต้องไม่แสดงความเหนื่อยหน่ายหรือไม่พอใจ นอกจากนี้ คุรุต้องสามารถอธิบายอย่างชัดเจนถึงหลักตรรกะทั้งสาม ได้แก่ พระวจนะของพระพุทธเจ้า คำอธิบายของเหล่าพระโพธิสัตว์ และหลักการเหตุผลจากการไตร่ตรองของตนเอง โดยสรุป คุรุต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในคำสอน รู้ว่าประเด็นไหนในข้อธรรมที่เหมาะสมกับจริตและความสามารถของศิษย์ เหมือนหมอที่รู้จักให้ยาให้ถูกโรคแก่คนไข้

IMG_7142

คุณสมบัติของศิษย์
ตามี่ท่านเจ ญัมเมกล่าวไว้ “ผู้ฟังธรรมต้องมีจิตใจเข้มแข็ง เข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างชัดเจน และมีศรัทธาสูง ถ้าศิษย์ใดมีคุณสมบัติเหล่านี้ ก็เหมือนกับเจ้าชายที่ควรค่าแก่การได้รับทรัพย์สมบัติของพระราชา” นั่นคือ ประการแรก ศิษย์ต้องไม่รู้สึกท้อแท้ต่อการบำเพ็ญบุญกุศล สามารถควบคุมจิตใจของตนเองให้ไม่วอกแวก ประการที่สอง ศิษย์ต้องมีสติปัญญา คิดเป็น รู้ว่าสิ่งใดควรรับไว้ สิ่งใดควรละวาง ประการที่สาม ศิษย์ต้องมีศรัทธาสูง มีวิริยะอุตสาหะ และไม่พึงพอใจเพียงแค่การฟังหรือคิดใคร่ครวญข้อคิดทางธรรมเพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น

การปฏิบัติตามคุรุ
ในหัวข้อนี้มีประเด็นย่อยสองข้อซึ่งเกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรม สำหรับทัศนคติ ศิษย์ต้องมีศรัทธาสูงและมีความนับถือคุรุอาจารย์ผู้ที่ศิษย์ระลึกถึงอยู่ตลอดเวลา ความสุข ปีติยินดี และทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้และในโลกหน้าล้วนแต่ขึ้นกับพระคุณของคุรุทั้งสิ้น พระวจนะและคัมภีร์ต่างๆ ทั้งในวิถีพุทธเพินและพุทธนิกายอื่นๆ ก็ล้วนแต่เห็นคล้องต้องกันในประเด็นนี้ แต่ในการที่จะได้รับความสุขเช่นนี้ ผู้เป็นศิษย์จำเป็นต้องมีศรัทธาในระดับที่ว่าสามารถมองเห็นคุรุเป็นพระพุทธเจ้าได้
ศิษย์เอกของพระอาจารย์เจปุงผู้ยิ่งใหญ่ (เทรนปา นัมคา) ถามพระอาจารย์ของเขาว่า “อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้รับความรู้”
พระอาจารย์ตอบว่า “พรของคุรุ”
ศิษย์ถามต่อว่า “แล้วอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ศิษย์ได้รับพร”
พระอาจารย์ตอบว่า “การเห็นคุรุเป็นพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งที่จะทำให้ศิษย์ได้รับพร”

ในทำนองเดียวกัน ท่านลามา ลากล่าวไว้ว่า “คุรุผู้เข้าถึงการตื่นรู้เป็นดังแก้วสารพัดนึก เมื่อเราสวดมนต์ถึงท่านเหล่านั้น ความปรารถนาทั้งหลายของเราจะสมฤทธิ์ผล” ดังนั้น ระดับของพรที่เราจะได้รับจึงขึ้นอยู่กับระดับของศรัทธาที่เรามีต่อคุรุอาจารย์ว่าเป็นแบบดีเลิศ ปานกลาง หรือพอใช้ หากปราศจากศรัทธา ก็ไม่มีพรใดๆ เกิดขึ้น
มหาสิทธาชุงกมกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราเห็นคุรุเป็นพระพุทธเจ้า คำสอนที่เราได้รับก็เป็นดังน้ำอมฤต ถ้าเราเห็นคุรุเป็นปุถุชนธรรมดา คำสอนที่ได้รับก็เป็นดังอาหารและเครื่องดื่ม ถ้าเราเห็นคุรุเป็นสุนัขแก่ๆ ตัวหนึ่ง คำสอนที่ได้รับก็เป็นดังน้ำล้างจาน” ในทำนองเดียวกัน ท่านลามา ลากล่าวว่า “ปราศจากศรัทธาและความเคารพนับถือ เป็นไปไม่ได้เลยที่พรจะเข้ามาสู่จิตใจของเรา พรของคุรุอาจารย์เป็นเหมือนน้ำ เฉพาะศิษย์ที่มีศรัทธาและแสดงความเคารพยกย่องต่อคุรุเท่านั้นที่จะได้รับพรนั้น”

ท่านโจดุงมักสวดภาวนาว่า ”ข้าพเจ้าขอกราบประณตน้อมคุรุด้วยศรัทธาและความเคารพยกย่อง ผู้นำพรเข้ามาสู่จิตใจของข้าพเจ้า” และท่านเจซูน ตัมปาได้ให้ข้อคิดสำคัญว่า “ด้วยเป้าแห่งศรัทธาและความเคารพยกย่อง ก็ไม่มีคำว่าใกล้หรือไกลสำหรับธนูแห่งพร”
ท่านวาทัง ฉังเตินกล่าวว่า “ผู้ที่มีศรัทธาและความเคารพนับถือไม่จำเป็นต้องเรียนวิธีทำสมาธิ ประสบการณ์แห่งธรรมจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติโดยเขาไม่ต้องขวนขวายหรือพยายาม” ในคัมภีร์ทรังเตินระบุไว้ว่า “เรารับพรจากสายการปฏิบัติและจากพระพุทธเจ้าผ่านศรัทธาเท่านั้น”…

little rainbow

จาก บทที่ 1 การปฏิบัติตามคุรุ ต้นกำเนิดแห่งความดีงามทั้งหลาย โดยมีหกประเด็นย่อย ได้แก่ (1) คุณลักษณะของคุรุ (2) คุณลักษณะของศิษย์ (3) การปฏิบัติตามคุรุ (4) อานิสงส์ของการปฏิบัติตามคุรุ (5) ข้อเสียของการไม่ปฏิบัติตามคุรุ และ (6) สรุปประเด็นสำคัญ

คัมภีร์ลัมริม หนทางแห่งการบรรลุธรรมอย่างเป็นลำดับขั้น ดวงประทีปแห่งธรรมอันชัดใส รจนาโดยพระอาจารย์มหาบัณฑิต เจซูน ซูทริม เต็มเบ เกียลเซ็น ริมโปเช

แปลจากภาษาทิเบตโดย กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล, 23 พฤษภาคม 2561

*คำอธิบายเพิ่มเติม : วิธีการเขียนในคัมภีร์ประเภทที่เรียกว่า “ลัมริม” คือสอนธรรมะทีละประเด็นจนเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ลัมริมเป็นอรรถาธิบายที่สำคัญในสายพระสูตร มีในนิกายต่างๆ มิได้มีในนิกายเกลุกปะเพียงนิกายเดียวอย่างเป็นที่เข้าใจกัน คัมภีร์ที่ยกมานี้เน้นคำสอนในวิถีพุทธเพิน (ยุงตรุงเพิน) จะเน้นการอ้างอิงมาก จึงมีการยกชื่อคุรุอาจารย์หลายท่านและคัมภีร์ต่างๆ เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญและความน่าเชื่อถือในประเด็นที่ผู้เขียนนำเสนอ

No comments yet

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: