Skip to content

จิตในความฝันและความตาย

 

การปฏิบัติเกี่ยวกับความฝันได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนในพระพุทธศาสนาวัชรยานโดยเฉพาะในนิกายที่มีคำสอนว่าด้วย “อุบายหก” (ทับทรุก) ซึ่งเป็นหกวิธีการในการปฏิบัติซกเช็น ที่จะทำให้การฝึกเทกเชิดกับเทอกัลได้ผลรวดเร็วยิ่งขึ้น คำสอนเรื่องอุบายหกนี้ไม่ได้มีในทุกนิกาย และในนิกายที่มีคำสอนนี้ก็อาจมีชื่อเรียกและจุดเน้นต่างกัน เช่น ในกาจูร์ปะ เรียกว่า “นาโร เชอทรุก” หรือธรรมะทั้งหกของท่านนาโรปะ
อุบายทั้งหก ได้แก่ (1) ตุมโม/ แผ่ความร้อน ใช้พลังไฟภายในซึ่งเป็นการประสานลม ช่องลมปราณ และทิกเล่ (ในที่นี้หมายถึง จิต) เป็นอุบาย (2) จูลู/ กายมายา ใช้ร่างกายเป็นอุบายของการฝึกฝน (3) มิลัม/ ความฝัน ใช้ความฝันเป็นอุบาย (4) เออเซ/แสงกระจ่าง ใช้การนอนหลับเป็นอุบาย (5) บาร์โด ใช้ความตายเป็นอุบาย และ (6) โพวา ใช้การส่งดวงจิตเป็นอุบาย
เพราะฉะนั้น คำสอนและการปฏิบัติเกี่ยวกับความฝันจึงมาจากอุบายหกซึ่งเป็นคำสอนชั้นสูงของตันตระและเป็นพื้นฐานของซกเช็น เกี่ยวข้องกับการฝึกให้รู้จักธรรมชาติที่แท้ของตัวตน ให้เราดำรงอยู่กับปัญญาญาณ (ไม่ดำรงอยู่กับจิตปรุงแต่ง) และทำให้เราสามารถแปรเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นสภาวะอันผ่องแผ้วแห่งจิตเดิมแท้
การปฏิบัติเกี่ยวกับความฝันจึงป็นเรื่องของจิตโดยตรง ถ้าเราจะเข้าใจจิตอย่างถ่องแท้ เราจึงต้องรู้ว่าจิตทำงานอย่างไร มีอะไรปรากฏต่อจิตบ้าง เพียงศึกษาเฉพาะการทำงานหรือการปรากฏต่อจิตในตอนกลางวันไม่เพียงพอ เพราะเวลาจำนวนมากของชีวิต ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เราใช้ไปในการนอนหลับ ในช่วงเวลานี้เรายังคงหายใจอยู่ ไม่ได้ไม่รับรู้สิ่งใด ไม่ใช่ซากศพ จิตยังคงอยู่กับเรา ประจักษ์พยานที่สำคัญก็คือ ความฝัน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวของจิตในตอนกลางคืนที่สัมพันธ์กับลม โดยเนื้อแท้แล้ว การเคลื่อนไหวของจิตเช่นนี้ไม่ได้แตกต่างจากในตอนกลางวัน หากเราไม่ได้ใส่ใจต่อจิตในตอนกลางวัน โอกาสที่เราจะตื่นรู้ในความฝันและชีวิตหลังตายแทบไม่เกิดขึ้น
จุดมุ่งหมายของการบรรยายในครั้งนี้คือ แนะนำให้รู้จักธรรมชาติของจิตจากมุมมองของพุทธวัชรยานโดยเฉพาะในมรรควิถีซกเช็นซึ่งเน้นการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับปัญญาญาณแห่งการตื่นรู้ (ริกปะ) อันเป็นสภาวะโดยเนื้อแท้ของจิต และชี้ให้เห็นการทำงานของจิตที่ปรากฏในความฝันและความตาย (หรือกล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงคือ ชีวิตหลังตาย) โดยจะอ้างอิงคัมภีร์เตเนิด เซอ หรือขุมทรัพย์แห่งมรรควิถีสามอันเป็นไปตามจริตของสัตว์โลก ว่าด้วยคำสอนและการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับความฝันและความตายที่ถ่ายทอดโดยพระอาจารย์ชาซา ต้าชี เกียลเซ็น ริมโปเช ที่ผู้บรรยายได้รับมอบคำสอนและใช้เป็นหลักในการฝึกฝนตน
การเดินทางของจิตในสภาวะทั้งสองซึ่งเราทั้งหลายประสบในชีวิตนี้และจะประสบในบาร์โดซึ่งเป็นช่วงต่อระหว่างการตายกับการเกิดใหม่มีความน่าสนใจและสำคัญอย่างยิ่งทั้งในเชิงวิชาการและในการปฏิบัติเพื่อให้เราหลุดพ้นจากภาพลวงที่จิตสร้าง เพื่อให้เราใช้เวลาในชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ปล่อยเวลาให้หมดสิ้นไปกับการทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจิต รวมทั้งให้เรามีความระมัดระวังต่อช่วงเวลาที่เรียกว่า การพักผ่อน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว ช่วงเวลานั้นสามารถใช้เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเผชิญกับความตาย ความจริงที่เราแต่ละคนไม่อาจปฏิเสธได้เลย…

กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

27/05/18

บางส่วนของเนื้อหาที่จะบรรยายในเสวนาเรื่อง “The Mind’s Journey จิต กาย และการภาวนา”ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของมูลนิธิพันดาราร่วมกับศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

One Comment Post a comment
  1. ชอบมากเลยค่ะอาจารย์ อยากศึกษาต่อค่ะ ขอบคุณอาจารย์และทีมงานมากที่จัดงานที่มีประโยชน์มากๆอย่างต่อเนื่อง และอนุโมทนานะคะ

    – ภัทร

    June 2, 2018

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: