Skip to content

Posts from the ‘Dharma Reflections’ Category

โพธิจิตอะไร

ในโลกที่เราอยู่นี้ โพธิจิตสวนทางกับกระแสหลักที่ผู้คนคำนึงถึงแต่ประโยชน์และความสุขของตนเอง เราอาจถามคำถามว่า ในขณะที่โลกยังวุ่นวาย สังคมยังเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการเอารัดเอาเปรียบ การเจริญโพธิจิตจะมีประโยชน์อันใดเล่า

Read more

Krisadawan’s Retreat Diary

ยามบ่ายหลังการปฏิบัติอันหนักหน่วงใน 4 ช่วงได้ผ่านไป เสียงกลองประโคมสรรเสริญเหล่าพระผู้ปกป้องพระธรรมและประกาศชัยชนะแห่งพระธรรม นอกหน้าต่าง ควันที่นำกลิ่นหอมของกำยานและแป้งข้าวบาร์เลย์กระจายไปทั่ว นำความหวังและความเบิกบานมาสู่โลก ด้วยยุคสมัยของเราจะไม่มีวันขาดมารดาผู้ปกป้องจากอวิชชา ที่ทำให้เห็นศัตรูเป็นศัตรู

Read more

Kundrol Dragpa’s Teachings

Base, Path and Fruit

If Buddha of the Base is not recognized, Buddha of the Path does not illuminate in the mindstream. When Buddha of the Path does not shine in the mindstream, Buddha of the Fruit is not achieved. Hence, one needs to practice on all the three – Base, Path and Fruit.

That the mind does not move, is empty but radiantly clear is the Base. That reflection of clarity in emptiness manifests is the Path. That clarity and emptiness exist without grasping is the Fruit.

Kundrol Dragpa

Kundrol

Kundrol Dragpa, non-sectarian Bon Buddhist master of the 18th century A.D.

 

Accumulations of Merits & Wisdom

 

SONY DSC

การสั่งสมบุญบารมีไม่ใช่เรื่องศรัทธางมงาย แต่คือการเพียรพยายามทำความดีอันเกิดจากความเข้าใจยิ่งใหญ่ แม้สวดมนตราหนึ่งบท กราบหนึ่งครั้ง เดินเวียนเทียนหนึ่งรอบ ถวายดวงประทีปหนึ่งดวง หรือการให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ก็ถือเป็นการสั่งสมบุญบารมีที่สำคัญ แต่เราต้องทำด้วยความเข้าใจ ด้วยคุณภาพของการปฏิบีัติ และยิ่งเป็นบุญใหญ่ หากเราทำโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่หวังประโยชน์กลับมาสู่ตัวเรา ด้วยจิตอันเปี่ยมไปด้วยความกรุณาต่อผู้อื่น

เมื่อหมั่นบำเพ็ญบุญบารมี จิตจะผ่องใสเพราะเราได้สลายกิเลสอันเป็นสนิมแห่งอัตตาตัวตน หากเราสังเกต จะเห็นว่าจิตใจที่เคยกระด้างอ่อนโยนขึ้น เรามีความอ่อนน้อมกับผู้อื่นมากขึ้น จิตใจของเราเกิดการยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากขึ้น สีหน้าแววตาของเราจะฉายแสงแห่งความพึงพอใจตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงของจิตและบุคลิกลักษณะของเรามีผลอย่างยิ่งต่อสุขภาพและการทำสมาธิ เพราะเมื่อจิตผ่องใส สุขภาพจะดีและสมาธิจะเกิด นี่เองที่คุรุอาจารย์สอนว่าการบำเพ็ญบุญบารมีคือการสลายบาปกรรมอันเป็นการดับความมืดบอดในจิตใจ เมื่อความมืดบอดออกไป ก็เหลือเพียงความผ่องใส ผ่องแผ้ว กระจ่าง ดุจดังฟ้าหลังฝน ดังพระจันทร์ในคืนเดือนมืด

ความกระจ่างแห่งจิตนี้คือตัวรู้ ในฝ่ายซกเช็นเรียกว่า “ริกปะ” คือความชัดใส ที่นำเราไปสู่ปัญญาญาณในระดับลึก เมื่อเข้าถึงสภาวะนั้น จิตของเราจะเชื่อมโยงกับสภาวะธรรม หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอวกาศ เราเข้าถึงสภาวะนี้ด้วยสมาธิซึ่งให้โอกาสเราได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของจิตและทำให้เราได้เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง

Hold the Dharma As If It Were a Precious Diamond!

photo-1

 

สำนวนทิเบตกล่าวไว้ว่า “พระธรรมเป็นเรื่องไม่ยาก แต่จะเข้าถึงพระธรรมได้เป็นเรื่องยาก” เมื่อเราได้เข้าถึงพระธรรมแล้วไม่ว่าจะด้วยสายการปฏิบัติใด ขอให้เห็นคุณค่า ทะนุถนอมพระธรรมไว้ดุจดังได้เพชรล้ำค่า อย่ามองการปฏิบัติธรรมเหมือนสินค้าที่เราเปลี่ยนตามรสนิยม เหมือนงานที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบ การปฏิบัติธรรมคือการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อชีวิต คือการเรียนรู้ด้านในด้วยใจเปิดกว้าง คือสายใยอ่อนละมุนที่ถักทอเรากับโลกและจักรวาล

Thought on Dzogchen

SONY DSC

สถาจาริกแสวงบุญ กงโบ้ เพินรี (Mt. Kongbo Bonri, Central Tibet)

“ถ้าเราบีบคั้นจิตจนเป็นทุกข์ เราจะไม่เข้าถึงการตรัสรู้ ถ้าเราผ่อนคลาย เราจะเห็นสัจธรรม”

คำสอนซกเช็นนี้เตือนใจให้รู้ว่าสภาวะเดิมแท้ของจิตคือผ่อนคลาย ไม่ซีเรียส เครียด กังวล หรือเต็มไปด้วยกฎกติกา จิตต้องไม่หนัก แต่เบา สบาย เบิกบาน อันนำไปสู่คุณสมบัติดีๆ อื่นๆ อีกมากมาย

ซกเช็นไม่เน้นรูปแบบภายนอก ไม่ได้ระบุว่าเราต้องทำอย่างนี้และไม่ทำอย่างนี้ ไม่ได้ระบุว่าเราต้องกินอาหารอย่างไร แต่งตัวอย่างไร แต่เน้นการตื่นรู้ในจิตใจของเราแต่ละคน เน้นพรของครูและศรัทธาของศิษย์

เมื่อเรามีความมั่นคงกับการปฏิบัติ แม้ไม่มีกฎที่ผู้อื่นกำหนด เราจะรู้ทิศทางและเป้าหมายของชีวิต แต่การไม่มีกฎ ไม่มีรูปแบบ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่ได้แปลว่าเราทำอะไรก็ได้ที่เบียดเบียนคนอื่นหรือกระทำสิ่งต่างๆตามอำนาจของกิเลส และการที่เราผ่อนคลายไม่ได้แปลว่าเราเกียจคร้านได้ การผ่อนคลายในที่นี้หมายถึงสภาวะของจิตอันเป็นสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากมากเพราะในแต่ละขณะเราคิดปรุงแต่งและเพิ่มเติมสีสันให้แก่จิตเราอยู่ตลอดเวลา

 

Obstacles to Good Meditation

อุปสรรคของสมาธิสามประการ ประการที่สามผู้ทำสมาธิไม่ทั้งง่วงหรือวอกแวก แต่จิตไม่มีกำลัง การนั่งนั้นจึงไม่แจ่มใส ขาดความชัดใส ดูภายนอก ผู้นั่งสมาธิกำลังทำสมาธิ แต่จริงๆ แล้ว เขาเพียงแต่นั่งเฉยๆ เพราะการทำสมาธิที่แท้ จิตจะต้องมีกำลัง มีความรู้ตัว มีการตื่นรู้

Read more

Tara Mantra & Saving Bird’s Life

photo-10

ค่ำคืนนี้ (2 มกราคม 2556) มีโอกาสได้ปล่อยชีวิตลูกนกสีดำตัวหนึ่งที่ถูกแมวตะครุบจนเกือบเสียชีวิต นำลูกนกมาไว้ที่อุ้งมือ สวดมนตราพระแม่ตารา นึกถึงความรักของพระองค์ต่อสรรพสัตว์ ขอให้ความรักของพระองค์เยียวยาจิตอันเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวของชีวิตเล็กๆ ขอให้มนตรารักษาบาดแผล ขอให้นกน้อยหายเจ็บและมีอายุยืนยาว ได้มีชีวิตอิสระในโลกกว้างจนกว่าจะสิ้นอายุขัย ภาวนาแล้วพาไปปล่อยข้างต้นไทรที่ปลอดจากภัยอันตราย สักครู่ นกน้อยก็รวบรวมกำลังได้และบินจากไป เวลาสั้นๆที่เราได้รู้จักกัน ได้ภาวนาให้ ช่างเป็นเวลาอันงดงาม วินาทีที่เห็นนกบิน  ทำให้ได้ตระหนักถึงพรอันเปี่ยมล้นของพระแม่ตารา

ปิดทององค์พระ

พระแม่ตาราองค์นี้ทางมูลนิธิได้มอบให้คุณรสนา เพื่อให้ท่านปกป้องคุ้มครองและประทานพรแก่การทำงานเพื่อสังคม ดีใจที่องค์พระได้รับการปิดทองซึ่งคุณรสนาบอก “เป็นความสำเร็จเล็กๆน้อยๆที่เป็นรูปธรรม และช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจได้เป็นอย่างดีในระหว่างการต่อสู้อันยาวไกลทางสังคม”

534287_507038056007371_1936318475_n

 

ปิดทองตารา – รสนา โตสิตระกูล (จาก facebook)

วันหยุดสิ้นปี มีเวลาพอที่จะปิดทองพระแม่ตารา ซึ่งกล่าวกันว่า ท่านเป็นสัมโภคกายที่เกิดจากหยดน้ำตาของพระอวโลกิเตศวรหรือพระแม่กวนอิม เมื่อทรงเห็นความทุกข์ของสัตว์โลกมากมาย ที่ท่านไม่สามารถขนข้ามโอฆสงสารได้หมด หยดน้ำตาของพระองค์ได้กลายเป็นดอกบัว และในดอกบัวนั้น มีพระแม่ตาราเกิดขึ้นเพื่อช่วยประกอบภารกิจในการนำพาสัตว์โลกข้ามโอฆสงสาร

หลังจากลงสีแดงชาดแล้วต้องรอจนสีแห้งสนิท จึงลงรักเพื่อปิดทอง คงใช้เวลาอีก2-3วันจึงจะเสร็จ

วันหยุดหลายวัน มีเวลาสงบๆทำงานปิดทองพระ ช่วยในการเจริญสติ เพื่องานต่อสู้ในปีหน้า จะได้มีกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง

หลายปีก่อน ไปเรียนปิดทอง เพราะเห็นว่างานต่อสู้ทางสังคม ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะสำเร็จ หรืออาจไม่สำเร็จในชั่วชีวิตของคนๆหนึ่ง การปิดทองพระพุทธรูป เป็นความสำเร็จเล็กๆน้อยๆที่เป็นรูปธรรม จะช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจได้เป็นอย่างดีในระหว่างการต่อสู้อันยาวไกลทางสังคม

ค่ำคืนนี้จะไปสวดมนต์ข้ามปี จะส่งไมตรีอันเป็นกุศลมาถึงเพื่อนมิตรทุกท่าน ให้ได้รับความสะอาด สว่าง สงบ ในจิตใจเพื่อพลวปัจจัยสำหรับปีใหม่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้

Bond between Spiritual Teacher & Student

photo-11

สายใยระหว่างคุรุกับศิษย์เป็นความมหัศจรรย์ยิ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกี่วัน กี่เดือน กี่ปี เมื่อเราตั้งจิตว่าคุรุอยู่เหนือกระหม่อม ท่านมองดูเราอย่างปรานีและเราผู้เป็นศิษย์เปี่ยมไปด้วยศรัทธาภักดีในท่าน เราจะไม่มีวันพรากจากท่าน และพรของคุรุจะหลั่งไหลมาสู่จิตใจของศิษย์เสมอ ไม่มีคำว่า ใกล้ หรือ ไกล สายใยนี้เชื่อมโยงเรากับท่านไว้ไม่เพียงแต่ในชาตินี้เท่านั้น แต่จะผูกพันเราไปตราบจนเข้าถึงการหลุดพ้น ไม่ว่าเราจะเกิดใหม่อีกกี่ภพกี่ชาติ เราจะได้พบคุรุ ผู้เราภาวนาถึง ได้บำเพ็ญเพียรต่อกับท่าน ได้ประกอบการงานเพื่อสรรพสัตว์กับท่านอีก

ด้วยเหตุนี้ มิลาเรปะจึงไม่เคยแยกจากมาร์ปะไม่ว่าท่านทั้งสองจะอยู่ห่างไกลกันเพียงไร เมื่อมิลาเรปะ ผู้ใช้ชีวิตในป่าเขา คิดถึงมาร์ปะผู้เป็นคุรุ มาร์ปะก็สามารถรับรู้ได้ เช่นเดียวกับท่านฑากินียีชี ซกเกียลที่แม้จะบำเพ็ญภาวนาในถ้ำอย่างโดดเดี่ยวห่างไกลจากพระปัทมสัมภวะ ก็สามารถติดต่อกับคุรุผ่านกระแสจิต พรของคุรุทำให้ท่านเข้มแข็งและฝ่าฟันความยากลำบากนานับประการจนท่านเข้าถึงจุดหมายสูงสุดของชีวิต

ในสายซกเช็นแห่งพุทธวัชรยาน ปัญญากับกรุณาของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์หลอมรวมอยู่ในพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ คุณงามความดีทั้งปวงของคุรุถ่ายทอดผ่านพระองค์ เมื่อเรานึกถึงคุรุ เราแปรเปลี่ยนท่านเป็นสัมโภคกายในลักษณะ “พระพุทธเจ้าแห่งแสงกระจ่าง” โดยความกระจ่างเป็นคุณลักษณะของจิตเดิมแท้ของเรา ท่านมีพระวรกายผ่องแผ้ว ไม่มัวหมองจากความมืดมนของกิเลส ทรงแผ่แสงแห่งความกรุณาแก่สรรพสัตว์ ทรงบำเพ็ญสมาธิอยู่เหนือศรีษะของเรา ท่านกับคุรุของเราไม่แยกจากกัน

ด้วยวิธีการเช่นนี้ สมาธิจึงเชื่อมโยงเรากับคุรุไว้ด้วยกัน ประสานจิตของเรากับของท่านอันเป็นจิตเดียวกับพระหทัยของพระพุทธเจ้าไว้ด้วยกัน เมื่อเราหมั่นทำสมาธิ ระยะทางกับกาลเวลาจึงไม่สามารถกั้นขวางความรักและพรได้ และแม้ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องมือสื่อสารอันวิเศษใดๆ แม้เราจะไม่ได้พูดคุยกับท่านเลย เราก็ยังสามารถเชื่อมโยงกับท่านได้ทุกเวลานาที