Skip to content

Posts from the ‘Great Stupa’ Category

งานจิตอาสาก่อสร้างฐานรากพระมหาสถูป

Volunteer & merit making activity for the Great Stupa, 1-2 December 2012, Kundrol Ling (Hua-Hin). Volunteers are welcome to help with the preparation phase for the building of the Great Stupa’s foundation pillars. This involves digging work

 at the area which is the heart of the Stupa (16 m x 16 m). The work starts at 10 am on Saturday and ends at noon on Sunday. Interested persons can join us any time of the day. Food and accommodation will be provided. Those who wish to make contribution to support this event or the construction work, please contact the foundation at 1000tara@gmail.com.

กิจกรรม “ก่อสร้างฐานรากเพื่อรองรับเสาตอม่อพระมหาสถูป”
วันเสาร์ที่ 1 – วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม 2555 ศูนย์ขทิรวัน หัวหินมูลนิธิพันดาราขอเชิญจิตอาสา ผู้มีอุปการะคุณ และผู้มีจิตอนุโมทนาต่อโครงการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ตลอดจนประชาชนทั่วไป ร่วมก่อสร้างฐานรากเพื่อรองรับการตั้งเสาตอม่อด้วยการช่วยกันขุดดินบริเวณใจกลางพระมหาสถูป (ขนาด 16 เมตร x 16 เมตร) ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ดินที่ขุดได้บ

างส่วนเมื่อผ่านการปลุกเสกแล้วจะนำไปเป็นมวลสารสำหรับการสร้างวัตถุมงคล เช่น พระพิมพ์ สถูปดิน ตลอดจนการสร้างพระพุทธรูปที่ทางมูลนิธิจะดำเนินการต่อไป ส่วนบริเวณใจกลางพระสถูปที่ขุดแล้วจะเทคอนกรีตเสริมเหล็ก ตัดหัวเสาเข็ม เทปูน และทำตอม่อ เมื่อก่อสร้างส่วนนี้เสร็จ เราจะได้ส่วนที่เป็นฐานมันดาลาของพระสถูปซึ่งสามารถใช้เพื่อการทำสมาธิภาวนาแม้ในขณะที่การก่อสร้างส่วนที่เหลือของพระสถูปยังคงดำเนินไปอาหาร-ที่พัก : ทางมูลนิธิยินดีบริการอาหารและที่พักแก่ทุกท่านที่มาร่วมงานในครั้งนี้กำหนดการ
วันที่ 1 ธันวาคม
10.00 น. พบกันที่ศูนย์ขทิรวัน เตรียมอุปกรณ์
10.30 น. เริ่มงานฐานราก (ช่วงที่ 1)
12.00 น. พักอาหารกลางวัน
14.00 น. ทำงานฐานราก (ช่วงที่ 2)
16.00 น. พักอาหารว่าง
17.00 น. ทำงานฐานราก (ช่วงที่ 3 – สำหรับผู้สะดวกช่วงเย็นซึ่งแดดไม่ร้อนจะเข้ามาร่วมงานในช่วงนี้ก็ได้)
19.00 น. พักอาหารเย็น
20.30 น. เข้านอนวันที่ 2 ธันวาคม
06.00 น. ดื่มเครื่องดื่มยามเช้า
06.30 น. ทำงานฐานราก (ช่วงที่ 4)
08.30 น. พักอาหารเช้า
09.30 น. ทำงานฐานราก (ช่วงที่ 5)
11.30 น. พักอาหารกลางวัน จบกิจกรรมผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจะมาร่วมงานในช่วงใดก็ได้ และหากต้องการค้างที่ศูนย์ฯ ทางมูลนิธิจะจัดที่พักให้ซึ่งมีทั้งแบบเรือนพัก เต้นท์ และศาลาที่มีมุ้งลวดกันยุง

ส่วนผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะร่วมอนุโมทนาด้วยการทำบุญในลักษณะอื่นก็ได้ เช่น
– ทำบุญเป็นอาหาร เครื่องดื่มให้แก่จิตอาสา หรือมาร่วมกิจกรรมด้วยการช่วยเตรียมอาหารให้จิตอาสา
-ให้ความช่วยเหลือเรื่องการเดินทางมาศูนย์ขทิรวัน เช่น ยินดีใช้ระบบ car pooling
– บริจาคหรือให้ยืมวัสดุอุปกรณ์ขุดดิน อาทิ จอบ ที่ตักดิน บุ้งกี๋ รถเข็นขนดิน
– ทำบุญเป็นค่าจ้างรถขุดดิน ซึ่งจะใช้ทันทีหลังจากกิจกรรมนี้ จำนวนชั่วโมงที่ต้องขุด 16 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 1800 บาท เป็นเงิน 28,800 บาท สามารถทำบุญเป็นชั่วโมง
– ทำบุญเป็นค่าแรงตัดหัวเสาเข็ม ต้นละ 900 บาท จำนวน 144 ต้น เป็นเงิน 129,600 บาท สามารถทำบุญเป็นจำนวนเสาเข็ม
– ทำบุญด้วยการบริจาคคอนกรีต เหล็ก หรือปูน ทางมูลนิธิจะแจ้งปริมาณต่อไป

ทางมูลนิธิขออนุโมทนาล่วงหน้าต่อทุกกุศลจิตที่ได้ร่วมกันทำให้การก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูปได้เป็นพุทธสถานแห่งสันติภาพและความปรองดอง เป็นคุณงามความดีที่ยังคงมีอยู่ในกลียุคอันเป็นยุคสมัยที่เราถือกำเนิดมานี้

ติดต่อ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387; 0833008119

กรุณากด share และประชาสัมพันธ์ต่อ ขอบคุณค่ะ

ทอดผ้าป่าสร้างพระประธานพระมหาสถูป พระไพศาล วิสาโล (ประธาน)


โครงการทอดผ้าป่าสามัคคี พุทธานุสสติเพื่อศานติสุข

“สร้างพระประธานของพระศานติตารามหาสถูป”

นับแต่มูลนิธิพันดาราได้ดำเนินการจัดสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป” ตามแบบพุทธศิลป์ทิเบต  เพื่อเป็นพุทธสถานแห่งความกรุณาและสันติภาพ สำหรับใช้ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบารมี และประกอบบุญกุศลขนาดใหญ่ในประเทศไทย สมดังคำอำนวยพรของพระอาจารย์กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ซกญี เกียมโซ ที่รจนาไว้ว่า 

“พระศานติตารามหาสถูป จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพระธรรมและสัตว์โลก”

การสร้างพระพุทธรูปเป็นพุทธบูชา หนึ่งในหนทางที่น้อมนำผู้คนสู่พุทธานุสสติอันเป็นการรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและทำให้ผู้ที่มาพบเห็นเคารพสักการะได้เกิดศรัทธาในพระปัญญา และกรุณาแห่งองค์สมเด็จพระศาสดา ในปี ๒๕๕๕ นี้ ซึ่งเป็นปีมหามงคลเนื่องด้วยครบรอบการตรัสรู้ ๒๖๐๐ ปีของสมเด็จพระศาสดา มูลนิธิพันดาราจึงถือเป็นศุภฤกษ์ในการดำเนินการจัดสร้างพระพุทธรูปสี่พระองค์ซึ่งจะประดิษฐานเป็นองค์พระประธานของพระศานติตารามหาสถูป พระพุทธรูปทั้งสี่จะเป็นเครื่องเตือนใจถึงกระบวนการในการตรัสรู้ธรรม

พระพุทธรูปอยู่ในลักษณะสัมโภคกาย (กายรื่นรมย์) ของพระพุทธเจ้า มีขนาดความสูงรวมฐานบัว ๒ ชั้นประมาณ ๒ เมตร (๖.๕ ฟุต) หล่อด้วยทองเหลือง ปิดทองแบบทิเบต ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการหล่อ ณ กรุงกาฏมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยช่างฝีมือชาวเนวาร์ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านความเชี่ยวชาญพุทธศิลป์ทิเบตหิมาลัย หลังจากองค์พระได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะอัญเชิญมาประเทศไทยโดยองค์แรกที่สร้างเสร็จจะอัญเชิญมาในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ หลังจากนั้นทางมูลนิธิจะจัดพิธีพุทธาภิเษกเพื่อให้องค์พระมีความศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การสักการะบูชาและจะอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในวิหารหลักขององค์พระศานติตารามหาสถูปเมื่อพระมหาสถูปสร้างเสร็จสมบูรณ์

พระพุทธรูปทั้งสี่ที่อยู่ในระหว่างการจัดสร้าง ได้แก่

พระพุทธมารดาปรัชญาปารมิตา  : องค์แทนความว่างแห่งสภาวะจิต 

พระพุทธเจ้าแสงกระจ่าง :  องค์แทนความกระจ่างและความกรุณา

พระพุทธเจ้าอุบายแห่งธรรม :  องค์แทนการบำเพ็ญบารมีและการขจัดอุปสรรค

พระพุทธเจ้าผู้ชี้นำทาง :  องค์แทนปัญญาสูงสุดในการบรรลุธรรมโดยสมบูรณ์

มูลนิธิพันดาราจึงขอเชิญชวนท่านสาธุชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสะสมบุญบารมีอันอุดมเพื่อยังประโยชน์ทั้งส่วนตนและผู้อื่น ด้วยการร่วมถวายปัจจัยในการนำไปสร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นสิ่งแทนกายของพระพุทธองค์ อันจะเป็นการดำรงสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทยสืบไป

อานิสงส์ของการสร้างพระ 

๑.ได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างเครื่องรองรับพระวรกายของพระพุทธเจ้าเพื่อให้ตนเองและผู้อื่นได้กราบสักการะบูชา

๒. ทำให้ได้สลายบาปกรรมที่ได้เคยทำมานับภพชาติไม่ถ้วน อานิสงส์นี้จะน้อมนำให้ผู้สร้างพระประสบความสุขความเจริญและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งในชีวิตนี้และชีวิตต่อไปในกาลอนาคต

๓.ได้อานิสงส์ในการขจัดอุปสรรคทั้งทางโลกและทางธรรมอันนำไปสู่การทำสมาธิที่ดีขึ้นและปัญญาเพิ่มพูน

๔. ได้บำเพ็ญบุญกุศลเพื่อบุพการี ญาติพี่น้อง ลูกหลาน บุคคลในครอบครัว ตลอดจนมิตรสหายให้มีความสุขความเจริญและไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

๕.ได้บำเพ็ญบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับเพื่อให้พวกเขาได้ไปเกิดใหม่ในสุคติภูมิ โดยเฉพาะในแดนพุทธศาสนาและได้เข้าถึงพระธรรมอันนำไปสู่การบรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ

นอกจากนี้ เนื่องจากการหล่อพระพุทธรูปในครั้งนี้เน้นช่างฝีมือที่มีความเชี่ยวชาญของประเทศเนปาล ผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพยังได้ชื่อว่าเป็นผู้อนุรักษ์พุทธศิลป์ให้สืบไปและทำให้คนไทยได้มีโอกาสสักการะบูชาพระพุทธรูปปางทิเบตอันงดงามและเปี่ยมไปด้วยสัญลักษณ์ธรรม

รายละเอียดการทอดผ้าป่าและการโอนเงิน

เพื่อให้ครอบคลุมค่าใชัจ่ายในการสร้างพระพุทธรูปสี่พระองค์ซึ่งมีค่าใช้จ่ายองค์ละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ทางมูลนิธิจึงได้จัดให้มีการทอดผ้าป่ากองละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๓๒๐๐ กอง ผู้มีจิตศรัทธาสามารถทำบุญเป็นกองหรือตามกำลังศรัทธา โดยโอนเงินไปที่

ชื่อบัญชีออมทรัพย์ “มูลนิธิพันดารา” 

ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์

บัญชีเลขที่ ๙๒๔-๐-๐๕๕๑๒-๐

ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์

บัญชีเลขที่ ๓๙๑-๒-๖๖๙๙๘-๙

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสยามสแควร์

บัญชีเลขที่ ๐๓๘-๔-๓๑๖๖๗-๘

ธนาคารกรุงไทย สาขาสยามสแควร์

บัญชีเลขที่ ๐๕๒-๐-๐๒๒๕๔-๘

เมื่อโอนเงินแล้ว กรุณาแจ้งให้มูลนิธิทราบด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ติดต่อมูลนิธิพันดารา 

๖๙๕ ซอยลาดพร้าว ๑๑ ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐

Email: 1000tara@gmail.com

โทรศัพท์/โทรสาร ๐๒ ๕๑๑๔๑๑๒ มือถือ ๐๘๗๘๒๙๙๓๘๗, ๐๘๓๓๐๐๘๑๑๙

เว็บไซต์ http://www.thousand-stars.org/

บล็อก https://krisadawan.wordpress.com/

กำหนดการทอดผ้าป่า 

วันอังคารที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

ณ บ้านมูลนิธิพันดารา

๐๙.๓๐ น. เริ่มงาน

๐๙.๕๙ น. พิธีทอดผ้าป่าและแสดงธรรมโดยพระไพศาล วิสาโล

๑๑.๐๐ น. เสร็จพิธี ถวายภัตตาหาร และขอเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหารกลางวัน

คณะกรรมการทอดผ้าป่า

โครงการสร้างพระประธานของพระศานติตารามหาสถูป

ประธานฝ่ายสงฆ์

พระไพศาล วิสาโล

วัดป่าสุคะโต

ประธานฝ่ายฆราวาส

คุณรสนา โตสิตระกูล

สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

รองประธาน

ศาสตราจารย์กิตติคุณอัมพิกา ไกรฤทธิ์

คุณอัมพร – คุณสำราญ  เหลืองลักขนาวลัย

คณะกรรมการ

รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

คุณสันติสุข โสภณสิริ

คุณธนา – คุณเกียว เมธาวิกุล

คุณจรรยง ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

คุณดวงใจ สัตยชิติ และบุตร

อาจารย์มิว เยินเต็น (Meu Yontan)

คุณประเสริฐ  ศิลปสมัย และครอบครัว

คุณรสสุคนธ์ บุญวรเศรษฐ์

คุณสิริเกียรติ บุญวรเศรษฐ์

คุณจวง ตัณฑเสถียร

คุณจิตร์ ตัณฑเสถียร

นาวาเอกแพทย์หญิงมนัสสวาสดิ์ หงศ์ลดารมภ์

รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์

เด็กชายปริวัฒน์ หงศ์ลดารมภ์

คุณวรรณวิภา มาลัยนวล

อาจารย์ณัฐ มาลัยนวล

คุณพิลาวัณย์ มหพันธ์

คุณวรวัฒน์ – คุณเปรมจิต ศิลปสมัย และบุตร

นพ.ภิญโญ ศรีวีระชัย

คุณอมรรัตน์ องคเศรษฐ์

คุณปรัชวัน เกตวัลห์และครอบครัว

ผศ. ดีรภรณ์ บัณฑิตชน

คุณรัชฎาภรณ์ ขวัญปัญญา

คุณชลทิศ ตามไท

คุณชลิสา เดอซูซ่า

ดร. อาทิตย์ ชีรวณิชย์กุล

ดร. จันทิมา อังคพณิชกิจ

คุณสุทธิศักดิ์ อังคพณิชกิจ

คุณปริศนา ตั้งสิน

คุณประเสริฐ  เลอเลิศยุติธรรม

พ.ต.อ. สมศักดิ์ คล้ายอักษร และครอบครัว

คุณนิยะดา  เกตุพันธุ์

คุณกานติมา  เลอเลิศยุติธรรม

ดร. ปนันดา  เลอเลิศยุติธรรม

คุณพรชัย  สุตันไชยนนท์

คุณทรัพยา ไกรฤทธิ์

คุณวลีพร ธนาธิคม

คุณสิทธิชัย ไกรสิทธิศิรินทร

คุณเกสินี กังสนารักษ์

คุณปิยะพงศ์ เอมสำราญ

คุณวรรณงาม สันติมณีรัตน์

คุณปริญดา ลิมกุล

คุณสมใจ สุชาติเจริญยิ่ง

คุณฐาปนิต ธนัตขจรกุล

คุณเสาวภา โขมศิริ

คุณฐนิดา อภิชนะกุลชัย

คุณหัทยา สงวนสิน

อาจารย์เพชร เพ็งชัย

คุณชลลดา ณ ลำพูน

คุณสุภัทร์ – คุณนิลนุช กิตติภิญโญวัฒน์

คุณอธิพงศ์ ภาดานุพงศ์

คุณพฤหัส มีเสน

คุณกฤษฎางค์ ใจสอาด

คุณรัศมี เมธาวิกุล

คุณอัษฎางค์ ใจสอาด

คุณสัญชัย – คุณกรุณา นนทิวัฒน์วณิช

คุณภากร นนทิวัฒน์วณิช

คุณวศกร นนทิวัฒน์วณิช

คุณยศ – คุณวันทนีย์  เมธาวิกุล

เด็กชายศรุต  เมธาวิกุล

เด็กหญิงพุทธิมา เมธาวิกุล

คุณสันติ – คุณนภาพร เมธาวิกุล

คุณธนภูมิ เมธาวิกุล

คุณธนภัทร เมธาวิกุล

คุณสมบัติ – คุณพรรณพิไล ไกรฤทธิ์

เด็กชายธาวิน ไกรฤทธิ์

เด็กหญิงลลิดา ไกรฤทธิ์

คุณพิมพ์นิภา สุขสิริวรพงศ์

คุณนุดี ศรีบุญ

คุณวรงค์รอง พราหมณ์นาด

คุณนาวี – คุณบุญเพ็ง ศรีสมหวัง

คุณณฬณัณฑ์ – คุณณัฎฐะอัฐ อัครนิธิพิรกุล และครอบครัว

คุณยศวีร์ ดวงจิตต์เจริญ

คุณเพลินจิต ลอยประเสริฐ

คุณกัญชรัตน์ อิสระเสนีย์ และครอบครัว

คุณมยุรี บุญทอง

คุณอยู่กุ่ย เกื้อกูลวงศ์

คุณหทัยลักษณ์โคนเหลืองทอง

คุณปารณัฐ สุขสุทธ์

คุณประเสริฐ – คุณสกุลทิพย์ นิธินันทวัฒน์

คุณณัฐวีณ์  นิธินันทวัฒน์

คุณเวช – คุณกาญจนาภา กี่หมัน

คุณชินนาฏ  กี่หมัน

คุณเมธี คุณเจริญ

คุณสิมาภรณ์ สำกลาง

คุณสุวรรณา วิภาเจริญวงศ์

คุณสุชาติ หนูมี – คุณเสาวนี เฉลิมสิน

คุณธันยวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

คุณเอกสกล เพลินพนา

คุณอดิสรณ์ หัดทำ

คุณพฤหัส อึ่งสกุล

คุณปภากร สิรสุนทร

คุณยุพิน เสมอวงศ์ และครอบครัว

คุณวีรชัย ขำไพโรจน์

อาจารย์ปาริดา สุขประเสริฐและครอบครัว

ดร. พงษธร ตันติฤทธิศักดิ์

Ms. Geraldine Dubreuil

Mr.  Manuel Garcia

Mrs. Celia Fernandez

คุณสุรชัย เจริญศักดิ์และครอบครัว

คุณสดใส – คุณสมาน แก้วจรัส

คุณวราภรณ์  อรุณสิกขพันธ์

คุณธิดารัตน์ ไตรรัตนกุล

คุณณัฏฐารมณ์ สินศิริอมร และครอบครัว

คุณไตรรัตน์ ไตรรัตนกุล และครอบครัว

คุณพจนีย์ ทิพย์กรรณ์ และครอบครัว

คุณสำเนียง เสถียรกาล และครอบครัว

คุณอุรุพงษ์ เสถียรกาล และครอบครัว

คุณสินีนาถ ชำนาญยนต์ และครอบครัว

คุณจรรธพร กรกิ่งมาลา และครอบครัว

คุณเพ็ญพรรณ ปทุมมาศ

คุณฐิติพงษ์ ยิ่งยง

คุณวราภรณ์ อรุณสิกขพันธ์

ดร.กฤตินี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

คุณอัตศฎา ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

คุณสุธารัตน์ ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

ดญ.นภัสนันท์ ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

คุณรุจิเรศ แก้วตา

คุณอุษาวรรณ คู่อรุณ

คุณกิตติมา จิตติยากูล

คุณจิรายุ พูลฉงวน

คุณพ่อสมคิด – คุณแม่ช้อย ไกรเทพ

คุณอิน นฤหล้า

คุณซูคอินเดอร์ ปาลกอร์ นฤหล้า

คุณเทวิน นฤหล้า

คุณวรินทร์ นฤหล้า

คุณแม่เจริญ พุทธภิญโญ

คุณภิรมย์ – คุณนิตยา พุทธภิญโญ

จ่าอากาศเอกกิตติภัฏ อัติโชติ

คุณสิทธิธรรม – คุณวัฒนา อัติโชติ

คุณผ่องศรี เดชวิเศษ

คุณจริมศรี เพ็ชรกุล

คุณแม่กิมเล้ง ประเสริฐผล

คุณเสรี – คุณอัปสร ฉายะเจริญ

คุณชีวเทพ – คุณสุภามณี โคมทองสถิต

คุณถวิล – คุณอนัญพร สมบูรณ์

คุณสุนทร ประกอบทรัพย์

นพ. วันชัย – คุณชูติมา แจ้วจิรา

คุณหาญ – คุณกิมเง็ก บุญเลิศ

คุณพรชัย ธวัชวดีวงศ์

คุณรพีพร ธวัชวดีวงศ์

นพ.ณัฏฐา ธวัชวดีวงศ์

ดช.ณภัทร ธวัชวดีวงศ์

คุณภณชนก โชติกันตสิริ

คุณบุญมา ชัยวงศาไพบูลย์

คุณสุนทร หอมมณฑา

คุณเบญจวรรณ วงศ์วารและครอบครัว

คุณกิตติมา จิตติยากูล

คุณพรชัย ตั้งสุณาวรรณ

เด็กหญิงธะมา ตั้งสุณาวรรณ

คุณบรรเจิด ตั้งสุณาวรรณ

คุณประยูร ตั้งสุณาวรรณ

คุณสกุลฤดี ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

เด็กชายคณิน ณัฏฐวุฒิสิทธิ์

พลโทพิชา วัฒนะธารี

คุณฉันทนา วัฒนะธารี

นพ.วัฒนา ตั้งสืบกุล

คุณอรอนงค์ สินธวาลัย

คุณอุษา สังขพันธ์

คุณอัจฉรา รัตนวงษ์

คุณธวัช มุทะธากุล

คุณเชน สุวิกะปกรณ์กุล

คุณงามจิต มุทะธากุล

คุณภาณุ มุทะธากุล

คุณภุชงค์ มุทะธากุล

คุณดวงตา สัตยชิติ

คุณปิ่นทิพย์ นวธรรมพิเชษฐ์

คุณพรหมมินทร์ นวธรรมพิเชษฐ์

คุณปภาพิต ผลเจริญ

คุณเผด็จ บรรจงจิต

คุณเฉลิมวงษ์ บรรจงจิต

คุณทรงยศ – คุณประภาพรรณ เจริญธรรมวัฒน์

คุณสุวลักษณ์ สิงห์แก้ว

คุณเจริญ – คุณสุภาวดี ชัยชื่นชอบ

คุณบุญทรง – คุณลำเจียก ผาสุข และครอบครัว

คุณสมจิต อุดมสินค้า และครอบครัว

คุณนิภา ปานสูงเนิน

คุณศิริรัตน์ บุณยเกตุ และครอบครัว

คุณต้นน้ำ ต้นน้ำธารธรรม

คุณบุญตา พิสุทธิ์โกมล

คุณทรงศักดิ์ พิสุทธิ์โกมล

คุณกฤตนัย พิสุทธิ์โกมล

คุณพลวิชญ์ พิสุทธิ์โกมล

คุณพีรวิชญ์ พิสุทธิ์โกมล

คุณบุญมี  สุขประพฤติ

คุณมัจจรี  สุขประพฤติ

คุณสุธี  สุขประพฤติ

คุณภาวัต เนาว์โสภา

คุณสุทธิพันฐ์ จันทนป

คุณวนิดา สุวรรณสา

คุณอ๊อด อินทรสอาด

คุณไอริณ อินทรสอาด

คุณแม่สวรรค์ สายกระสุน และครอบครัว

คุณพัฒนา สายกระสุน

Dr. Paul Johnson

คุณวิรัตน์ มั่นยืน

คุณมยุรี บุญทอง

คุณวิระพงษ์ มงคล และครอบครัว

คุณเฉลียว มงคล

คุณศักดิ์สิทธิ์ อุ่นจิตร์ และครอบครัว

คุณสำรอง จันทร์ทอง

คุณชุมากร พิชัย และครอบครัว

คุณทวี เกษางาม

คุณสวาท เกศางาม

คุณพัชรพรรณ ขุนวงษ์

คุณชัชลี อู่โภคิน

คุณอดิศัย มนะเวส

คุณพิชญพธู – นิชชิตา – พิชญาภา – ขุนวงษ์

คุณกรวิกา – วิรัตน์ – ศศิธร กสานติกุล

คุณภาสพงษ์ – พัธนันท์ ปรีธรรมา

คุณจารุวัชร วงศ์คำจันทร์

คุณจิราวรรณ จีนวรรณ

คุณวีนา อิทรประพันธ์

คุณสำเริงศรี อิทรประพันธ์

คุณอัญญาอร ธีรกุลวาริช
คุณวรงค์ศัลย์ ลัทธิ และครอบครัว

คุณสราวุฒิ กาญจนถาวร

คุณกนกวรรณ ช่วยประสม

คุณเวชยันต์ อุณหสุวรรณ

คุณสุพร ตั้งใจพิทักษ์

คุณอนุสรณ์ ศิริปิ่น

คุณศุภสุตา มุลบรรจง และครอบครัว

คุณเศรษฐสิทธิ์ ควรเลี้ยงกุล

คุณตุ๊ก

พี่โจ้

คุณภาคย์ ชีวธนากรณ์กุล

คุณเชิดชัย ศิริโภคา

คุณสุวัฒนา อินทร์พงศ์พันธุ์

คุณอัฏฐวัฒน์ ควรเลี้ยงกุล

คุณศศิอำไพ ศิริวิโรจน์

คุณพัชรพรรณ ขุนวงษ์

คุณทิพากร กำจัดโรค

คุณวรรณา ช่อทับทิม

คุณวรวัฒน์ ช่อทับทิม

คุณชุติมา ว่องวิภาสมิตกุล

คุณจิรายุ พูลฉนวน

คุณจำเนียร รัตนโชติ

คุณไพฑูรย์-มาสพร-ชยพล-ภูริภาคย์ บุญศิริไพบูลย์                   คุณพิสิษฐ์ นิธินันทวัฒน์ – คุณจิตติมาภรณ์ ขุนรัตนชัย

คุณวสันต์ – คุณชวนพิศ – คุณพาลินท์ – คุณปาณิศา วุฒิชาติวานิช

คุณจรูญ – คุณฐิดาพา ชัยชื่นชอบ และครอบครัว

คุณสุริยะ ฉายะเจริญ

ขอพรแห่งคุรุผู้ประเสริฐ พระพุทธเจ้าทั้งสามกาลผู้นำพาสัตว์โลกไปสู่การหลุดพ้น พระโพธิสัตว์ทั้งสิบทิศ ประทานแด่ท่านผู้มีจิตศรัทธาและครอบครัว จงประสบความสุขความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม และเข้าสู่หนทางแห่งการหลุดพ้นโดยเร็วด้วยเทอญ

Praise to the Great Stupa

บทตั้งปณิธานและบูชาอานิสงส์ของการสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป”

พระอาจารย์และเทพ
ผู้สืบสายธารแห่งธรรมจากตรีกายของพระพุทธเจ้า
พระตถาคต เทพปางสันติ เทพปางพิโรธ ทั้งนอก ใน และลึกล้ำ

เหล่าธรรมบาล ผู้มุ่งมั่นปกป้องพระสูตร พระธรรมเตรมา และพระกรณียกิจทั้งสี่อยู่เป็นนิจ ข้าพเจ้าขอประณตน้อมแด่พระองค์ทั้งหลาย ด้วยการบูชาพระสถูปตราบจนถึงการตรัสรู้

ในเวลานี้ เพื่อให้สัตว์ผู้ท่องไปในสังสารวัฏทั้งหกภพภูมิได้สั่งสมบุญบารมี จึงตั้งปณิธานจะประดิษฐานพระสถูปตามแบบ “ยุงตรุง เกอเลก เชอแตง” สถูปอันสรรค์สร้างไว้อย่างวิจิตรดังปาฏิหาริย์

พระสถูปมีคุณลักษณะดังนี้…
พระสถูปอันเป็นธรรมกาย
สิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า
คัมภีร์อันเป็นสัมโภคกาย
สิ่งแทนพระวจนะของพระพุทธเจ้า
พระพุทธรูปอันเป็นนิรมาณกาย
สิ่งแทนตรีกายของพระพุทธเจ้า
รูปพระอาจารย์ ยีตัม ฑากินี
สิ่งแทนมนตร์ธารณี
รูปพระตถาคตทั้งสี่
สิ่งแทนพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์
รูปพระเทรมปา นัมคา พระเซวัง รินซิน พระคุรุปัทมสมภวะ
สิ่งแทนความกตัญญูยิ่งใหญ่ต่อพระธรรมและสัตว์ทั้งหลาย
รูปพระกุนเทรอ ทรักปา
สิ่งแทนการเผยแผ่พระธรรมให้ขจรไกล
รูปพระศรีเทวี เชนเจ ผู้ให้คำสัตย์ปฏิญาณ
สิ่งแทนผู้ปกป้องคำสอนและสัตว์ทั้งปวง
พระสถูปคือเทพปางสันติประทับอยู่ในความไพศาล
คือพระรูปส่องสว่างอยู่กลางอากาศ
ด้วยพุทธานุภาพ ขอสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงจงมลายสิ้นไป
เหล่าเทพปางพิโรธพิชิตผู้ยากจะปราบได้โดยมิหยุดหย่อน
ขอมารยักษิณีไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวกลับใจสู่บุญกุศล
ขออกุศลนานัปการของมารทั้งสามกาลจงแปรเปลี่ยนไป
ขอความชั่วร้ายในโลกนี้จงสิ้่นสูญ
ขอศานติสุขจงบังเกิดขึ้นในโลกไม่ว่าแห่งหนตำบลใด
ขอให้บังเกิดความเห็นแจ้งว่า ปรากฏการณ์และสิ่งดำรงอยู่คือศูนยตาอันไพศาล ขอพระธรรมจงดำรงมั่นและขจรไกลไปทั่วสากลจักรวาล
ขอพระธรรมทั้งสามมรรควิถีจงเผยแผ่ชั่วกาลนานมิมีวันเสื่อมสลาย ขอบุญบารมีทั้งสองอันอุดมยังประโยชน์ทั้งส่วนตนและผู้อื่นด้วยเทอญ

พระอาจารย์กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ซกญี เกียมโซ รจนาเพื่อประโยชน์ของพระธรรมและสัตว์โลก ในระหว่างการดำเนินงานเพื่อประดิษฐานพระศานติตารามหาสถูป ณ ขทิรวัน ศูนย์ปฏิบัติธรรมของมูลนิธิพันดารา ประเทศไทย

นครเฉิงตู
วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอความดีเพิ่มพูนทวี

Casting the Four Noble Buddhas Project

The 2-meter hight statue of Buddha of Clear Light (Shenlha Okar) is under casting by Newar artists at Patan in the  Kathmandu Valley, Nepal. Together with the other three Noble Buddhas, it will be transported to Thailand and be placed in the main temple of the Great Stupa for Peace and Harmony under construction at Kundrol Ling (Khadiravana Center).
We are grateful to our master Nyima Dakpa Rinpoche, who kindly supervises the casting of the Four Noble Buddhas (Deshek Tsowo Zhi) and travels to Nepal to give instructions to the artists.
The Foundation invites all to make contributions to this Buddha casting project and the building of the Great Stupa as a way to practice our bodhicitta as well as to preserve Buddhist heritage for countless generations.
The casting of the Buddha of Clear Light Statue will be finished in January 2013 and will be transported to Thailand right away. The remaining Buddha statues will be finished every six month and by August 2014 the last Buddha statue will be shipped to Thailand.
For more information, please contact us at 1000tara@gmail.com.
May you all enjoy prosperity and long life and may you attain the  ultimate happiness of enlightenment!

Casting the Four Noble Buddhas

ร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนา
Casting the four Noble Buddhas for the Great Stupa
ขอเชิญร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทยด้วยการหล่อพระพุทธรูปในโครงการ “4 ฐานธรรมแห่งศานติ” ซึ่งจะประดิษฐานเป็นพระประธานของพระศานติตารามหาสถูปเนื่องในปีมหามงคลซึ่งครบรอบการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 2600 ปี มูลนิธิพันด

าราได้ถือศุภนิมิตนี้เริ่มโครงการ 4 ฐานธรรมแห่งศานติด้วยการหล่อพระประธานของพระศานติตารามหาสถูป เป็นพระพุทธรูปในปางต่างๆ แบบพุทธศิลป์ทิเบต 4 พระองค์ แทนขั้นตอนการตรัสรู้ธรรม 4 ระดับ ได้แก่1. พระพุทธมารดรปรัชญาปารมิตา องค์แทนความว่างแห่งจิต
2. พระพุทธเจ้าแสงกระจ่าง องค์แทนความกระจ่างและความกรุณาแห่งจิต
3. พระพุทธเจ้าอุบายแห่งธรรม องค์แทนการบำเพ็ญบารมีและเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง
4. พระพุทธเจ้าผู้ชี้นำหนทาง องค์แทนการเข้าถึงปัญญาในการบรรลุธรรมโดยสมบูรณ์

ระยะเวลาดำเนินงาน : 2 ปี ระหว่างเดือนมิถุนายน 2555-สิงหาคม 2557 โดยพระพุทธรูปองค์แรกจะสร้างเสร็จในเดือนมกราคม 2556

สถานที่ดำเนินงาน : กรุงกาฏมัณฑุ ประเทศเนปาล

สถานที่ประดิษฐาน : พระศานติตารามหาสถูป ศูนย์ขทิรวัน ธรรมาศรมแบบทิเบตที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

คุณลักษณะ : องค์พระรวมฐานบัว 2 ชั้น สูงขนาด 2 เมตร ทำด้วยทองเหลือง ปิดทองคำแท้ เป็นลักษณะพุทธศิลป์ทิเบต-หิมาลัย โดยช่างฝีมือชาวเนวาร์จากประเทศเนปาล องค์พระเป็นลักษณะสัมโภคกาย (กายทิพย์) ของพระพุทธเจ้า ประดับด้วยเครื่องประดับอันวิจิตร และจะได้รับการบรรจุและผ่านพิธีพุทธาภิเษกโดยพระอาจารย์สำคัญของทิเบต

จึงขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมหล่อพระในครั้งนี้ โดยมีความก้าวหน้าของการดำเนินงานดังนี้

1. พระพุทธมารดรปรัชญาปารมิตา ได้เจ้าภาพทั้งองค์แล้ว กำหนดเสร็จ กรกฎาคม 2556
2. พระพุทธเจ้าแสงกระจ่าง ได้เจ้าภาพบางส่วน กำหนดเสร็จ มกราคม 2556
3. พระพุทธเจ้าอุบายแห่งธรรม กำหนดเสร็จ มกราคม 2557
4. พระพุทธเจ้าผู้ชี้นำหนทาง กำหนดเสร็จ สิงหาคม 2557

ผู้สนใจสามารถร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูปองค์ที่ 2-4 ได้ตามกำลังศรัทธา และขอความกรุณาท่านช่วยเป็นสะพานบุญให้แก่ผู้อื่นที่ยังไม่ได้ทราบข่าวอันเป็นมงคลนี้

อานิสงส์ในการหล่อพระ : ทำให้ได้บุญบารมีทั้งทางโลกและทางธรรมและได้ปัญญาในการเข้าถึงการตรัสรู้ธรรมโดยสมบูรณ์ ทำให้ชีวิตมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข มีสุขภาพแข็งแรง และอายุยืนยาวความหมายของการหล่อพระ : เป็นการสร้างเครื่องรองรับพระวรกายของพระพุทธเจ้า

ความหมายของการพิมพ์คัมภีร์ : เป็นการสร้างเครื่องรองรับพระวจนะของพระพุทธเจ้า

ความหมายของการสร้างพระสถูป/เจดีย์ : เป็นการสร้างเครื่องรองรับพระหทัยของพระพุทธเจ้า ทำให้ชีวิตประสบแด่ความสุขและได้มงคลสูงสุดซึ่งจะทำให้แคล้วคลาดจากภัยพิบัติและอันตรายทั้งปวง

การสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนกาย วาจา ใจของพระพุทธเจ้าทำให้เราได้รำลึกถึงพระปัญญาธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระวิสุทธิคุณของพระองค์และได้เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

ร่วมทำบุญด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี

“มูลนิธิพันดารา”
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 924-005512-0
สาขา เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์

หลังโอนเงินแล้ว กรุณาแจ้งให้มูลนิธิทราบโดยส่งแฟกซ์สลิบธนาคารมาที่ 025114112

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 1000tara@gmail.com
โทร 0878299387, 0833008119

ขออนุโมทนาล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

องค์พระพุทธเจ้าแสงกระจ่างในระหว่างดำเนินการปั้น ณ ประเทศเนปาล
ในภาพนี้ พระพุทธเจ้าแสงกระจ่างทรงมงกุฏแล้ว พร้อมด้วยพระอาจารย์ญีมา ทรักปา ริมโปเช ช่างศิลป์และคณะทำงานที่เนปาล ริมโปเชกรุณาเดินทางไปให้คำแนะนำแก่ช่างศิลป์ถึงสองครั้งและภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน แบบแรกขององค์พระดำเนินการได้อย่างงดงาม ขออนุโมทนากับคุณสิริเกียรติ (คุณบอย) เจ้าภาพรายแรกของพระพุทธเจ้าแสงกระจ่าง คุณดวงใจ (ป้าเงาะ) คุณจรรยง (ป้าต๋อย) และผู้ทำบุญทุกท่าน
พระอาจารย์ญีมา ทรักปา ริมโปเช ที่ปรึกษาโครงการ ให้พรแก่ช่างปั้นคนสำคัญ​ (คนที่มีผ้าคาตักสีน้ำเงินคล้องคอ)

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (1)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)


สถานที่จัดงาน (About Khadiravana)

งาน ภาวนาจัดขึ้นที่ “ขทิรวัน” ซึ่งประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ “ขทิระ” และ “วนะ” หมายถึง ต้นสีเสียด และ ป่า คำนี้จีงหมายถึงป่าขทิระหรือป่าสีเสียด มูลนิธิพันดาราตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมนี้ว่าขทิรวันเพื่อเป็นเครื่องเตือน ใจถึงพระโพธิสัตว์สตรีในฝ่ายวัชรยาน ผู้ตั้งมหาปณิธานที่จะไม่เสด็จไปนิพพาน แต่จะดำรงอยู่ในโลกทุกภพทุกชาติจนกว่าสัตว์ชีวิตสุดท้ายจะได้รับการหลุดพ้น พระองค์ได้รับการขนานนามว่า “ตารา” หมายถึง ผู้นำไปสู่การหลุดพ้น ป่าขทิระคือสถานที่ที่พระอาจารย์ชาวอินเดียชื่อนาคารชุนได้เห็นนิมิตของพระองค์

พระอาจารย์ผู้นำภาวนา (about Ringu Tulku Rinpoche)


ท่าน ชื่อ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช เป็นพระอาจารย์สำคัญของพุทธวัชรยาน ท่านสืบคำสอนของนิกายกาจูร์ปะ ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนสมเด็จองค์การ์มาปะในยุโรป ริงกุ เป็นชื่อ ชุมชนชนเผ่าเร่ร่อนที่เป็นบ้านเกิดของท่านในแคว้นคาม ทิเบตตะวันออก ทุลกุ เป็นฉายาสำหรับพระอาจารย์ผู้ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ริมโปเช เป็นคำเรียกพระอาจารย์ (ลามะ) โดยความหมายตรงตัวคือ ผู้ประเสริฐ เมื่ออายุได้ 4-5 ปี ทิเบตเสียเอกราชและริมโปเชต้องลี้ภัยไปสิกขิม

คำสอนของพระอาจารย์ (Rinpoche’s Teachings and Work)

ท่าน เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับคำสอนในสามยานของพระพุทธศาสนา การฝึกจิต และปรัชญาแบบรีเม (ไม่แบ่งแยกนิกาย) ท่านตั้งองค์กรการกุศลชื่อ โพธิจริยา (Bodhicharya) ในเบลเยี่ยม เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือ การเยียวยาจิตใจ และการประสานความสัมพันธ์ ท่านพูดเสมอว่า เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้ผู้อื่นและประเพณีทางจิตวิญญาณอื่นๆ เราจึงจะฉลาดขึ้นและมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ท่านยังให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การงานของพันดารา (1000 Stars Work)

นอกจากสร้างสถานปฏิบัติธรรมและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบต/หิมาลัยแล้ว มูลนิธิยังดำเนินการก่อสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพของโลกซึ่งอุทิศแด่พระ โพธิส้ตว์ตารา ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของมูลนิธิ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชกล่าวชื่นชมการงานของมูลนิธิ ชมขทิรวันว่ามีความงดงาม และท่านมีความปีติยินดีที่ได้กลับมาสถานที่ที่กำลังก่อสร้างพระมหาสถูปตารา  ท่านบอกว่าขทิรวันมีความก้าวหน้าหลายอย่าง ท่านแสดงความยินดีและอนุโมทนากับอาจารย์กฤษดาวรรณและสังฆะพันดาราทุกคน

พระแม่ตารา (Bodhisattva Tara)

เรื่องราวของพระองค์เกี่ยวโยงกับการบำเพ็ญเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ ยังทรงเป็นพระโพธิส้ตว์ดังที่เราเคยอ่านหรือได้ยินจากนิทานชาดก ก่อนที่จะทรงเข้าถึงการตรัสรู้ ทรงบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์ และตั้งปณิธานว่าจะเกิดเป็นสตรีในทุกภพทุกชาติเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลกทั้ง หลาย ด้วยความรักและกรุณาอันไม่มีขีดจำกัดของพระองค์ ทรงได้รับการขนานนามว่า “พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์” พระองค์ทรงเข้าถึงการตรัสรู้ด้วยวิริยะอุตสาหะในการสั่งสมบุญบารมี ช่วยเหลือสัตว์โลก และเข้าถึงปัญญาญานอันยิ่งใหญ่ แต่ทรงขอดำรงอยู่ จึงได้รับพระนามว่า พระโพธิสัตว์

การภาวนาถึงตารา (Tara Practice)

ปณิธาน ของพระแม่ตารา : ผู้ใดระลึกถึงพระองค์ เอ่ยพระนามของพระองค์ บูชาพระองค์ ขอให้เขาเป็นอิสระจากความกลัวและภัยอันตรายทั้งหลาย ขอให้เขาได้รับการปกป้องและขอให้คำอธิษฐานของเขาสมประสงค์ กล่าวกันว่า พรของพระองค์รวดเร็ว ดุจดังแม่ที่ตอบสนองต่อลูกทันทีที่ลูกเรียกหา

ผู้ภาวนาถึงตารา (Tara Great Devotees)

ครูบาอาจารย์หลายท่านผูกพันกับพระองค์และสวดบูชาพระองค์เป็นนิจสิน เช่น ท่านนาคารชุน อตีศะทีปังกร องค์การ์มาปะที่สาม องค์ดาไลลามะที่หนึ่ง และพระอาจารย์หลายท่านสืบจนปัจจุบัน ในจำนวนท่านทั้งหลาย ท่านอตีศะ (ต้นศตวรรษที่ 11) เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

อตีศะไปทิเบต (Atisha)

ใน สมัยนั้นพุทธวัชรยานเสื่อมลงเนื่องจากเกิดการปลงพระชนม์กษัตริย์ ทำให้ขาดผู้นำทางการปกครองและทางจิตวิญญาณ ท่านยีชี เออ มีความประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์อตีศะมาทิเบต แต่ระหว่างทางถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ โจรต้องการทองเท่าตัวของท่านจึงจะปล่อยตัว หลานชายของท่านหาทองให้ท่านได้จนเกือบเท่าตัวแล้ว แต่โจรบอกว่ายังไม่พอเพราะเอาตัวไปได้แต่เอามือไปไม่ได้ ท่านมีหนังสือลับถึงหลานว่า ไม่ต้องไปหาทองมาอีก ท่านแก่แล้ว ขอให้นำทองนั้นไปถวายพระอาจารย์เพื่อนิมนต์ท่านมาทิเบตดีกว่า จะเป็นประโยชน์มากกว่า หลานของท่านจึงเดินทางไปเชิญท่านอตีศะมาทิเบต

อตีศะภาวนาถึงตารา (Atisha’s Praying to Tara)

เพราะ ท่านอตีศะผูกพันกับพระแม่ตารามาก ท่านจึงภาวนาถึงพระองค์ขอให้ทรงดลใจให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะไปทิเบต ดีหรือไม่ เหล่าสาวกของท่านล้วนแต่กังวลใจ เพราะทิเบตดูเป็นดินแดนป่าเถื่อน เต็มไปด้วยคนกินคน สูงและหนาวเย็น ท่านอตีศะเดินทางไปสวดภาวนาที่โพธิคยา ซึ่งมีพระรูปพระแม่ตาราอยู่ ที่นั่นท่านได้นิมิตพระแม่ตารา พระองค์บอกท่านว่า ถ้าท่านไปทิเบต ท่านจะทำประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ชีวิตท่านจะสั้น ท่านจะไม่ได้กลับมาอินเดียอีก ท่านอตีศะตัดสินใจไปทิเบตเพื่อไปทำประโยชน์ในการเผยแผ่พระธรรม และมรณภาพในทิเบตในเวลาต่อมา ท่านเป็นต้นกำเนิดของสายกาดัมปะ (Kadampa) ซึ่งได้กลายมาเป็นนิกายสาเกียปะ (Sakyapa) และนิกายเกลุกปะ (Gelugpa)

โพธิจิตกับการปฏิบัติบูชาตารา (Bodhicitta & Tara Practice)

หัวใจหลัก คือ โพธิจิต เป็นการบ่มเพาะความกรุณาด้วยปัญญา เป็นความกรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู เราปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ การปฏิบัตินี้จึงเน้นที่ผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เน้นที่ตัวเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าการคิดเกี่ยวกับความทุกข์ของผู้อื่นจะทำให้เราเป็น ทุกข์ หรือท้อแท้ ตรงกันข้าม กลับทำให้เรามีพลังทางบวกมากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น ในการปฏิบัตินี้ เราให้พระแม่ตาราเป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราเข้าถึงปัญญาและกรุณาเช่นเดียวกับของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ภายในตัวเรา

Green Tara Retreat


Memories from Ringu Tulku Rinpoche’s second visit to Khadiravana Center and Green Tara Retreat (5-6 February 2011)

การเยือนศูนย์ขทิรวันครั้งที่สองและภาวนา ” เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา”

February 5-6, 2011, Khadiravana Center

Rinpoche relaxed on a rock overlooking the Tara Great Stupa project. He said this rock was a natural chair. It’s pleasant looking at all the mountains surrounding the center.
ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช พักผ่อนบนก้อนหินข้างต้นไทร มองดูความก้าวหน้าของการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ท่านบอกว่า ก้อนหินนี้เป็นเก้าอี้ธรรมชาติ และท่านรู้สึกสบายที่เห็นภูเขารายล้อมศูนย์

Rinpoche and students at our Tibetan mud house.

ริมโปเชและศิษย์ที่เรือนปฏิบัติธรรมบ้านดินทิเบต

Three years ago (November 2007) Rinpoche came to Thailand for the first time. He performed a White Tara empowerment at Khadiravana. At that time, there is only the Mantra Stupa.

3 ปีก่อน ริมโปเชมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ท่านประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราขาวที่ขทิรวัน ครั้งนั้นมีเพียงสถูปมนตร์ที่เห็นด้านหลัง
The Bodhi tree planted by Rinpoche back then. Its trunk has become tall, straight and firm, as if telling us that the Buddha dharma could not be destroyed and would be everlasting just like the noble aspiration of a Bodhisattva.
ต้นโพธิ์ที่ริมโปเชปลูกเป็นครั้งแรก โตใหญ่ ลำต้นตั้งตรงเหมือนจะบอกว่า สัจธรรมไม่มีวันถูกทำลาย และจะคงเป็นนิรันดร์ดังเช่นปณิธานอันประเสริฐของพระโพธิสัตว์


Rinpoche offered an auspicious khatak at Vasutara’s shrine. He said he was happy to come back particularly to the land where the Stupa is being built. Khadiravana is beautiful. He’s impressed to see a lot of progress here.
ริมโปเชถวายผ้าคาตักมงคลที่ศาลาวสุตารา ท่านบอกว่าดีใจที่ได้กลับมาที่นี่ซึ่งเป็นสถานก่อสร้างพระสถูป ท่านยังกล่าวว่าขทิรวันงดงามมาก และท่านดีใจที่เห็นการงานก้าวหน้า
Mindful walk to the innermost zone of the land. Our destination was this ancient banyan tree, where we remember Tara and other Bodhisattvas.
เดินภาวนาไปบริเวณในสุดของที่ดิน โดยมีต้นไทรโบราณ “วิหารธรรมชาติ” ที่เราระลึกถึงพระแม่ตาราและเหล่าพระโพธิสัตว์
“I searched for my spiritual self. I found compassion here,” said a physicist from Zambia.
คุณหมอจาบูจากแซมเบียนั่งภาวนาที่ต้นไทร “ผมตามหาตัวตนทางจิตวิญญาณ แล้วมาพบความกรุณาที่นี่”
Evening at Khadiravana
ขทิรวันในยามเย็น
Kesang, Rinpoch’s brother enjoyed his visit.
The torma symbolizes Tara, her retinue and the sacred mandala.

ตอร์มา สัญลักษณ์แทนพระแม่ตาราและเหล่าบริวารของพระองค์ในมณฑลพิธี

Green Tara Empowerment – Rinpoche presented Aj Krisadawan with all the donations he received from the empowerment to support the construction of the Tara Great Stupa. His loving kindness touched our heart. Thank you very much Rinpoche for your support which will be remembered forever.
ที่งานมนตราภิเษกพระแม่ตารา ริมโปเชมอบเงินทำบุญทั้งหมดให้มูลนิธิพันดาราเพื่อร่วมสร้างพระศานติตารามหาสถูป ความเมตตาของริมโปเชจะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
Refreshments after morning meditation
 

Exhaustion over the years is gone when I see Rinpoche.
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดสูญสลายไปเมื่อได้พบริมโปเช
May the Bodhicitta which hasn’t been born arise. May the Bodhicitta which has already arisen forever increase!
ขอให้โพธิจิตที่ยังมิได้บังเกิดจงบังเกิด ที่บังเกิดแล้วจงเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป
Planting Bodhi tree. K Pramod, next to Rinpoche also offered his Jain chanting after the planting.
ปลูกต้นโพธิ์ด้วยกัน คุณปราโมทย์ยังสวดจากศาสนาเชนด้วย นี่เป็นช่วงเวลาดีๆอีกช่วงหนึ่ง
“Imagine if you are captured, how would you feel?” Rinpoche led us on fish releasing.
Celebrating our friend and foundation’s board Cholatis’s birthday at the site.
ฉลองวันเกิดคุณชลทิศ กัลยาณมิตรและกรรมการมูลนิธิที่งานปล่อยปลา
Rinpoche congratulates Methi, one of the Stupa engineers, and thanks Mayures and Cholatis and all involved for requesting a large amount of fish to be released.

Green Tara Retreat

February 5-6, 2011

Khadiravana Center (Kundrol Ling), Hua-Hin

No registration fees. Food and accommodation provided. Transport cost: 700 baht.

Reservation and map, please email 1000tara@gmail.com; Mobile: 0878299387

Program

Saturday Feb 5

6.30 Meeting at the Foundation House, Ladprao Soi 11 for those who travel with the Foundation’s vans

10.00 Teaching and practice on Tara

12.00 Lunch

14.00 Green Tara Empowerment

16.00 Refreshments

16.30 Mantra walk

18.00 Dinner

20.00 Light offerings at the Great Stupa site; prayers for world peace

21.00 Teaching on Tara meditation; discussion

22.00 Rest

Sunday Feb 6

5.00 Get up; hot drinks

5.30  Meditation

7.00 Tara sadhana; mantra recitation

8.00 Breakfast

9.30  Teaching on healing the mind

10.30 Discussion

11.30 Rinpoche blesses the retreat area and plants Bodhi tree at the Stupa site.

12.30 Lunch

14.00 Leave Khadiravana for Kaeng Krajan Reservoir

15.00 Fish releasing ceremony

16.00 Return to Bangkok

18.00 Arrive in Bangkok

Green Tara Retreat

เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

เสาร์อาทิตย์ที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2554

ณ ศูนย์ขทิรวัน ธรรมาศรมแบบทิเบต ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากพระโพธิสัตว์ตารา

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจร่วมปฏิบัติธรรมเพื่อฝึกสมาธิถึงพระโพธิสัตว์ตารา (ปางศยามตาราหรือ Green Tara) บริกรรมมนตราประจำพระองค์ ซึ่งเป็นการภาวนาเพื่อเยียวยาจิตใจและบ่มเพาะความกรุณา การปฏิบัติพระศยามตาราให้อานิสงส์ในการขจัดความกลัว ความโกรธ ความท้อแท้ อารมณ์บ่อนทำลายทั้งหลาย และยังให้อานิสงส์ในการขจัดอุปสรรคในการทำงานและในชีวิต และขอเชิญร่วมพิธีมนตราภิเษกเพื่อขอพรในการปฏิบัติบูชาพระองค์ ถวายดวงประทีปแด่พระมหาสถูปอุทิศแด่พระแม่ตารา ณ บริเวณก่อสร้าง ร่วมทำบุญปล่อยปลา 150,000 ตัว ซึ่งการทำบุญนี้เราจะขอพรจากพระแม่ตาราให้คุ้มครองชีวิตสัตว์เหล่านี้

Green Tara Retreat

February 5 – 6, 2011

Khadiravana Center, Hua-Hin (Tibetan retreat center established through inspiration from Bodhisattva Tara)

The Thousand Stars Foundation invites the public to join Green Tara Empowerment and meditation, whose purpose is to develop compassion and to heal the mind. Meditating on Tara is beneficial in eliminating fear, anger, despair and other negative emotions; it also eliminates obstacles in work and daily life. Receiving an empowerment of Tara is a doorstep in meditation on Her. Participants also offer candle light to the Tara Great Stupa at the construction site, as well as join hands in releasing more than 150,000 fish at the Kaeng Krachan Reservoir in Petchaburi.

การปฏิบัตินี้ทางมูลนิธิไม่เก็บค่าลงทะเบียน มีอาหารและที่พักแบบเรียบง่ายบริการ ผู้สนใจสามารถร่วมทำบุญได้ตามศรัทธา กรุณาแจ้งความจำนงที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387 ภายในวันที่ 30 มกราคม 2554 สำหรับผู้ประสงค์เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิเช่าให้จะมีค่าใช้จ่ายท่านละ 700 บาท (รวมการเดินทางไปปล่อยปลาที่เขื่อนแก่งกระจาน) สำหรับจิตอาสาช่วยงาน นักเรียน นักศึกษา ผู้ไม่มีงานทำ หรือผู้เกษียณอายุ ทางมูลนิธิจะจัดรถให้ 3-5 ท่าน

There will be no registration fees for this event. We have vegetarian food and simple lodging for the participants. Interested persons may want to donate according to their wishes. Please indicate your intention to attend at 1000tara@gmail.com, or call 087 829 93 87 by January 30. There will be a fee of 700 baht for those who travel with a van organized by the Foundation (including the travel to Kaeng Krachan Reservoir in Petchburi).

ที่พัก

ทางศูนย์จะจัดที่พักเป็นแบบเต้นท์และที่พักรวมในศาลาที่มีมุ้งลวดกันยุง จะจัดเตรียมเครื่องนอน ได้แก่ เสื่อหรือฟูกรอง ผ้าห่ม ถุงนอน หมอน ให้ ที่ขทิรวันมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาอย่างดีไว้บริการ ระหว่างพักในช่วงกลางวัน ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถนอนพักที่ศาลาเตวา วัฒนา

Accommodation:

Tents and pavilions with mosquito nets. Mattresses, sleeping bags, blankets and pillows will be provided. The center has good shower and toilet facilities. During breaks, participants can rest comfortably at Dewa Pavilion.

Great Stupa Rises

Thai Buddhists can observe the traditions of their Tibetan brothers at a new holy site near Hua Hin.

Like the winding mountain trails that ascend to Tibetan temples, a red-earth path, similarly lined by colourful prayer flags, leads to the future site of the Tara Great Stupa for Peace and Harmony at the Thousand Stars Foundation’s Khadiravna Centre in Hua Hin.

The ground is spiked with 505 grey pilings at what will be the base of a grand chorten (pagoda) fashioned in the classical Tibetan style. The site will have the only pagoda in Thailand dedicated to Buddhism’s Vajrayana School, a Tibetan-focused offshoot of Mahayana. It takes a lot of imagination to divine exactly how the site, where construction only recently began, will morph into the scene envisioned in the promotional brochure. But Thousand Stars founder-president Dr Krisadawan Hongladarom, known as Kris, patiently accepting one donation at a time, has plenty of what Barack Obama calls “the audacity of hope”.

“I consider myself a pilgrim – everything I learn from Tibet is an inner journey, inner transformation,” Kris said at a recent lecture on the subject at the Siam Society.

Entranced by a life-defining visit there in 1995, she admired the gorgeous land of sacred mountains and lakes and its extraordinarily devout pilgrims.”When we practise Tibetan Buddhism, the most important thing isn’t outside, but in our mind … In that sense, the monastery is not something outside you – it’s inside. So you go everywhere and you carry the monastery with you.”The Khadiravna Centre is on track to have, within five years, a soaring white stupa flecked with multiple hues, a Tara Temple, vegetable gardens and a library.

Already erected is an open-air pavilion temple with images of the historical Buddha, Their Majesties the King and Queen, the Dalai Lama and Tara, the bodhisattva of compassion.

Nearby is a cone-shaped assembly of prayer flags being whipped into threads by the wind, symbolically sending their inscribed wishes to Heaven. They’re made in Bangkok: Kris says Tibetan prayer flags are too expensive to import and don’t last as long – even though their whole purpose is to disintegrate.

Combining Tibetan and Thai Buddhist traditions is common enough in Thailand. Here it’s taught that Mahayana stresses enlightenment’s attainability within one’s own lifetime, about the kind hearts of the bodhisattvas. Tibetan monks who visit return home with wonderful impressions of Thai generosity and knowledge of Buddhism. China’s Cultural Revolution left experts on the faith in short supply in their own land.

“Buddhist wisdom focuses on the interdependence and interconnectivity of all beings,” Kris noted in a chat with The Nation at a recent weekend retreat at the centre.

She studied the Tibetan language and culture in the US, taught linguistics at Chulalongkorn University from 1993 to 2007 and accompanied Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn on a trip to China and Tibet in 2002. She says her life since leaving cushioned academia for the Herculean task of establishing a huge temple has been “happy but difficult”.

Helping her run the centre is Meu Yonten, a Tibetan who was left by his parents at a monastery shortly after he was born. He spent the first 27 of his 32 years there.

Yonten is responsible for ensuring authenticity at the new facilities. The religious paintings, the adherents’ tsampa grain breakfasts, the ritual ringing of bells and beating of drums that he and Kris perform while leading manta recitations – it all has to be accurate.

He also tutors Thais in the Tibetan language and calligraphy.Foreigners wonder how Tibetans in their homeland can remain so dedicated when their spiritual leader, the Dalai Lama, is so far removed from them, in exile in India.

“When we have strong devotion, even if he isn’t here, he knows about us,” Yonyten says.

Another recent Happiness Training retreat at the centre was for the bickering employees of a private firm. The staff members were encouraged to see themselves in a more benevolent light and abide by the Buddhist principles of loving kindness and tolerance.

They planted banyan trees and engaged in Tibetan-style group prostrations before Buddha images in the pavilion.

Most practitioners at the centre currently stay in small tents. “VIPs” stay with two to three monks in a house made of compacted earth that’s painted in bright primary colours. More of these will be built so everyone can enjoy more restful nights.

Kris says many Thai visitors arrive thinking they’re incapable of achieving their goals in life, but leave full of hope and confidence. The meditation practice at the centre reminds them, she says, that “the real nature of the mind has no concepts or fabricated thoughts – it’s free of thinking”.

She also points out that the mind is naturally full of radiance, something Tibetans acknowledge by brightening their homes with fanciful colours. If those colours can be shared and the Tibetan attitude can migrate to Hua Hin, the centre should be a glimpse of paradise, ideal for the pursuit of enlightenment.

Visiting Tara
For details on the Thousand Stars Foundation, call (081) 343 1586, e-mail 1000tara@gmail.com or visit www.Thousand-Stars.org.

by Carleton Cole
Special to The Nation
Published on January 10, 2011

(From The Nation – http://www.nationmultimedia.com/home/The-Great-Stupa-rises-30145945.html)