Skip to content

Posts from the ‘Great Stupa’ Category

Praise to the Great Stupa

บทตั้งปณิธานและบูชาอานิสงส์ของการสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป”

พระอาจารย์และเทพ
ผู้สืบสายธารแห่งธรรมจากตรีกายของพระพุทธเจ้า
พระตถาคต เทพปางสันติ เทพปางพิโรธ ทั้งนอก ใน และลึกล้ำ

เหล่าธรรมบาล ผู้มุ่งมั่นปกป้องพระสูตร พระธรรมเตรมา และพระกรณียกิจทั้งสี่อยู่เป็นนิจ ข้าพเจ้าขอประณตน้อมแด่พระองค์ทั้งหลาย ด้วยการบูชาพระสถูปตราบจนถึงการตรัสรู้

ในเวลานี้ เพื่อให้สัตว์ผู้ท่องไปในสังสารวัฏทั้งหกภพภูมิได้สั่งสมบุญบารมี จึงตั้งปณิธานจะประดิษฐานพระสถูปตามแบบ “ยุงตรุง เกอเลก เชอแตง” สถูปอันสรรค์สร้างไว้อย่างวิจิตรดังปาฏิหาริย์

พระสถูปมีคุณลักษณะดังนี้…
พระสถูปอันเป็นธรรมกาย
สิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า
คัมภีร์อันเป็นสัมโภคกาย
สิ่งแทนพระวจนะของพระพุทธเจ้า
พระพุทธรูปอันเป็นนิรมาณกาย
สิ่งแทนตรีกายของพระพุทธเจ้า
รูปพระอาจารย์ ยีตัม ฑากินี
สิ่งแทนมนตร์ธารณี
รูปพระตถาคตทั้งสี่
สิ่งแทนพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์
รูปพระเทรมปา นัมคา พระเซวัง รินซิน พระคุรุปัทมสมภวะ
สิ่งแทนความกตัญญูยิ่งใหญ่ต่อพระธรรมและสัตว์ทั้งหลาย
รูปพระกุนเทรอ ทรักปา
สิ่งแทนการเผยแผ่พระธรรมให้ขจรไกล
รูปพระศรีเทวี เชนเจ ผู้ให้คำสัตย์ปฏิญาณ
สิ่งแทนผู้ปกป้องคำสอนและสัตว์ทั้งปวง
พระสถูปคือเทพปางสันติประทับอยู่ในความไพศาล
คือพระรูปส่องสว่างอยู่กลางอากาศ
ด้วยพุทธานุภาพ ขอสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงจงมลายสิ้นไป
เหล่าเทพปางพิโรธพิชิตผู้ยากจะปราบได้โดยมิหยุดหย่อน
ขอมารยักษิณีไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวกลับใจสู่บุญกุศล
ขออกุศลนานัปการของมารทั้งสามกาลจงแปรเปลี่ยนไป
ขอความชั่วร้ายในโลกนี้จงสิ้่นสูญ
ขอศานติสุขจงบังเกิดขึ้นในโลกไม่ว่าแห่งหนตำบลใด
ขอให้บังเกิดความเห็นแจ้งว่า ปรากฏการณ์และสิ่งดำรงอยู่คือศูนยตาอันไพศาล ขอพระธรรมจงดำรงมั่นและขจรไกลไปทั่วสากลจักรวาล
ขอพระธรรมทั้งสามมรรควิถีจงเผยแผ่ชั่วกาลนานมิมีวันเสื่อมสลาย ขอบุญบารมีทั้งสองอันอุดมยังประโยชน์ทั้งส่วนตนและผู้อื่นด้วยเทอญ

พระอาจารย์กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ซกญี เกียมโซ รจนาเพื่อประโยชน์ของพระธรรมและสัตว์โลก ในระหว่างการดำเนินงานเพื่อประดิษฐานพระศานติตารามหาสถูป ณ ขทิรวัน ศูนย์ปฏิบัติธรรมของมูลนิธิพันดารา ประเทศไทย

นครเฉิงตู
วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอความดีเพิ่มพูนทวี

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (1)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)


สถานที่จัดงาน (About Khadiravana)

งาน ภาวนาจัดขึ้นที่ “ขทิรวัน” ซึ่งประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ “ขทิระ” และ “วนะ” หมายถึง ต้นสีเสียด และ ป่า คำนี้จีงหมายถึงป่าขทิระหรือป่าสีเสียด มูลนิธิพันดาราตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมนี้ว่าขทิรวันเพื่อเป็นเครื่องเตือน ใจถึงพระโพธิสัตว์สตรีในฝ่ายวัชรยาน ผู้ตั้งมหาปณิธานที่จะไม่เสด็จไปนิพพาน แต่จะดำรงอยู่ในโลกทุกภพทุกชาติจนกว่าสัตว์ชีวิตสุดท้ายจะได้รับการหลุดพ้น พระองค์ได้รับการขนานนามว่า “ตารา” หมายถึง ผู้นำไปสู่การหลุดพ้น ป่าขทิระคือสถานที่ที่พระอาจารย์ชาวอินเดียชื่อนาคารชุนได้เห็นนิมิตของพระองค์

พระอาจารย์ผู้นำภาวนา (about Ringu Tulku Rinpoche)


ท่าน ชื่อ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช เป็นพระอาจารย์สำคัญของพุทธวัชรยาน ท่านสืบคำสอนของนิกายกาจูร์ปะ ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนสมเด็จองค์การ์มาปะในยุโรป ริงกุ เป็นชื่อ ชุมชนชนเผ่าเร่ร่อนที่เป็นบ้านเกิดของท่านในแคว้นคาม ทิเบตตะวันออก ทุลกุ เป็นฉายาสำหรับพระอาจารย์ผู้ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ริมโปเช เป็นคำเรียกพระอาจารย์ (ลามะ) โดยความหมายตรงตัวคือ ผู้ประเสริฐ เมื่ออายุได้ 4-5 ปี ทิเบตเสียเอกราชและริมโปเชต้องลี้ภัยไปสิกขิม

คำสอนของพระอาจารย์ (Rinpoche’s Teachings and Work)

ท่าน เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับคำสอนในสามยานของพระพุทธศาสนา การฝึกจิต และปรัชญาแบบรีเม (ไม่แบ่งแยกนิกาย) ท่านตั้งองค์กรการกุศลชื่อ โพธิจริยา (Bodhicharya) ในเบลเยี่ยม เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือ การเยียวยาจิตใจ และการประสานความสัมพันธ์ ท่านพูดเสมอว่า เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้ผู้อื่นและประเพณีทางจิตวิญญาณอื่นๆ เราจึงจะฉลาดขึ้นและมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ท่านยังให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การงานของพันดารา (1000 Stars Work)

นอกจากสร้างสถานปฏิบัติธรรมและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบต/หิมาลัยแล้ว มูลนิธิยังดำเนินการก่อสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพของโลกซึ่งอุทิศแด่พระ โพธิส้ตว์ตารา ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของมูลนิธิ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชกล่าวชื่นชมการงานของมูลนิธิ ชมขทิรวันว่ามีความงดงาม และท่านมีความปีติยินดีที่ได้กลับมาสถานที่ที่กำลังก่อสร้างพระมหาสถูปตารา  ท่านบอกว่าขทิรวันมีความก้าวหน้าหลายอย่าง ท่านแสดงความยินดีและอนุโมทนากับอาจารย์กฤษดาวรรณและสังฆะพันดาราทุกคน

พระแม่ตารา (Bodhisattva Tara)

เรื่องราวของพระองค์เกี่ยวโยงกับการบำเพ็ญเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ ยังทรงเป็นพระโพธิส้ตว์ดังที่เราเคยอ่านหรือได้ยินจากนิทานชาดก ก่อนที่จะทรงเข้าถึงการตรัสรู้ ทรงบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์ และตั้งปณิธานว่าจะเกิดเป็นสตรีในทุกภพทุกชาติเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลกทั้ง หลาย ด้วยความรักและกรุณาอันไม่มีขีดจำกัดของพระองค์ ทรงได้รับการขนานนามว่า “พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์” พระองค์ทรงเข้าถึงการตรัสรู้ด้วยวิริยะอุตสาหะในการสั่งสมบุญบารมี ช่วยเหลือสัตว์โลก และเข้าถึงปัญญาญานอันยิ่งใหญ่ แต่ทรงขอดำรงอยู่ จึงได้รับพระนามว่า พระโพธิสัตว์

การภาวนาถึงตารา (Tara Practice)

ปณิธาน ของพระแม่ตารา : ผู้ใดระลึกถึงพระองค์ เอ่ยพระนามของพระองค์ บูชาพระองค์ ขอให้เขาเป็นอิสระจากความกลัวและภัยอันตรายทั้งหลาย ขอให้เขาได้รับการปกป้องและขอให้คำอธิษฐานของเขาสมประสงค์ กล่าวกันว่า พรของพระองค์รวดเร็ว ดุจดังแม่ที่ตอบสนองต่อลูกทันทีที่ลูกเรียกหา

ผู้ภาวนาถึงตารา (Tara Great Devotees)

ครูบาอาจารย์หลายท่านผูกพันกับพระองค์และสวดบูชาพระองค์เป็นนิจสิน เช่น ท่านนาคารชุน อตีศะทีปังกร องค์การ์มาปะที่สาม องค์ดาไลลามะที่หนึ่ง และพระอาจารย์หลายท่านสืบจนปัจจุบัน ในจำนวนท่านทั้งหลาย ท่านอตีศะ (ต้นศตวรรษที่ 11) เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

อตีศะไปทิเบต (Atisha)

ใน สมัยนั้นพุทธวัชรยานเสื่อมลงเนื่องจากเกิดการปลงพระชนม์กษัตริย์ ทำให้ขาดผู้นำทางการปกครองและทางจิตวิญญาณ ท่านยีชี เออ มีความประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์อตีศะมาทิเบต แต่ระหว่างทางถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ โจรต้องการทองเท่าตัวของท่านจึงจะปล่อยตัว หลานชายของท่านหาทองให้ท่านได้จนเกือบเท่าตัวแล้ว แต่โจรบอกว่ายังไม่พอเพราะเอาตัวไปได้แต่เอามือไปไม่ได้ ท่านมีหนังสือลับถึงหลานว่า ไม่ต้องไปหาทองมาอีก ท่านแก่แล้ว ขอให้นำทองนั้นไปถวายพระอาจารย์เพื่อนิมนต์ท่านมาทิเบตดีกว่า จะเป็นประโยชน์มากกว่า หลานของท่านจึงเดินทางไปเชิญท่านอตีศะมาทิเบต

อตีศะภาวนาถึงตารา (Atisha’s Praying to Tara)

เพราะ ท่านอตีศะผูกพันกับพระแม่ตารามาก ท่านจึงภาวนาถึงพระองค์ขอให้ทรงดลใจให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะไปทิเบต ดีหรือไม่ เหล่าสาวกของท่านล้วนแต่กังวลใจ เพราะทิเบตดูเป็นดินแดนป่าเถื่อน เต็มไปด้วยคนกินคน สูงและหนาวเย็น ท่านอตีศะเดินทางไปสวดภาวนาที่โพธิคยา ซึ่งมีพระรูปพระแม่ตาราอยู่ ที่นั่นท่านได้นิมิตพระแม่ตารา พระองค์บอกท่านว่า ถ้าท่านไปทิเบต ท่านจะทำประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ชีวิตท่านจะสั้น ท่านจะไม่ได้กลับมาอินเดียอีก ท่านอตีศะตัดสินใจไปทิเบตเพื่อไปทำประโยชน์ในการเผยแผ่พระธรรม และมรณภาพในทิเบตในเวลาต่อมา ท่านเป็นต้นกำเนิดของสายกาดัมปะ (Kadampa) ซึ่งได้กลายมาเป็นนิกายสาเกียปะ (Sakyapa) และนิกายเกลุกปะ (Gelugpa)

โพธิจิตกับการปฏิบัติบูชาตารา (Bodhicitta & Tara Practice)

หัวใจหลัก คือ โพธิจิต เป็นการบ่มเพาะความกรุณาด้วยปัญญา เป็นความกรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู เราปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ การปฏิบัตินี้จึงเน้นที่ผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เน้นที่ตัวเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าการคิดเกี่ยวกับความทุกข์ของผู้อื่นจะทำให้เราเป็น ทุกข์ หรือท้อแท้ ตรงกันข้าม กลับทำให้เรามีพลังทางบวกมากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น ในการปฏิบัตินี้ เราให้พระแม่ตาราเป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราเข้าถึงปัญญาและกรุณาเช่นเดียวกับของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ภายในตัวเรา

Green Tara Retreat


Memories from Ringu Tulku Rinpoche’s second visit to Khadiravana Center and Green Tara Retreat (5-6 February 2011)

การเยือนศูนย์ขทิรวันครั้งที่สองและภาวนา ” เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา”

February 5-6, 2011, Khadiravana Center

Rinpoche relaxed on a rock overlooking the Tara Great Stupa project. He said this rock was a natural chair. It’s pleasant looking at all the mountains surrounding the center.
ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช พักผ่อนบนก้อนหินข้างต้นไทร มองดูความก้าวหน้าของการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ท่านบอกว่า ก้อนหินนี้เป็นเก้าอี้ธรรมชาติ และท่านรู้สึกสบายที่เห็นภูเขารายล้อมศูนย์

Rinpoche and students at our Tibetan mud house.

ริมโปเชและศิษย์ที่เรือนปฏิบัติธรรมบ้านดินทิเบต

Three years ago (November 2007) Rinpoche came to Thailand for the first time. He performed a White Tara empowerment at Khadiravana. At that time, there is only the Mantra Stupa.

3 ปีก่อน ริมโปเชมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ท่านประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราขาวที่ขทิรวัน ครั้งนั้นมีเพียงสถูปมนตร์ที่เห็นด้านหลัง
The Bodhi tree planted by Rinpoche back then. Its trunk has become tall, straight and firm, as if telling us that the Buddha dharma could not be destroyed and would be everlasting just like the noble aspiration of a Bodhisattva.
ต้นโพธิ์ที่ริมโปเชปลูกเป็นครั้งแรก โตใหญ่ ลำต้นตั้งตรงเหมือนจะบอกว่า สัจธรรมไม่มีวันถูกทำลาย และจะคงเป็นนิรันดร์ดังเช่นปณิธานอันประเสริฐของพระโพธิสัตว์


Rinpoche offered an auspicious khatak at Vasutara’s shrine. He said he was happy to come back particularly to the land where the Stupa is being built. Khadiravana is beautiful. He’s impressed to see a lot of progress here.
ริมโปเชถวายผ้าคาตักมงคลที่ศาลาวสุตารา ท่านบอกว่าดีใจที่ได้กลับมาที่นี่ซึ่งเป็นสถานก่อสร้างพระสถูป ท่านยังกล่าวว่าขทิรวันงดงามมาก และท่านดีใจที่เห็นการงานก้าวหน้า
Mindful walk to the innermost zone of the land. Our destination was this ancient banyan tree, where we remember Tara and other Bodhisattvas.
เดินภาวนาไปบริเวณในสุดของที่ดิน โดยมีต้นไทรโบราณ “วิหารธรรมชาติ” ที่เราระลึกถึงพระแม่ตาราและเหล่าพระโพธิสัตว์
“I searched for my spiritual self. I found compassion here,” said a physicist from Zambia.
คุณหมอจาบูจากแซมเบียนั่งภาวนาที่ต้นไทร “ผมตามหาตัวตนทางจิตวิญญาณ แล้วมาพบความกรุณาที่นี่”
Evening at Khadiravana
ขทิรวันในยามเย็น
Kesang, Rinpoch’s brother enjoyed his visit.
The torma symbolizes Tara, her retinue and the sacred mandala.

ตอร์มา สัญลักษณ์แทนพระแม่ตาราและเหล่าบริวารของพระองค์ในมณฑลพิธี

Green Tara Empowerment – Rinpoche presented Aj Krisadawan with all the donations he received from the empowerment to support the construction of the Tara Great Stupa. His loving kindness touched our heart. Thank you very much Rinpoche for your support which will be remembered forever.
ที่งานมนตราภิเษกพระแม่ตารา ริมโปเชมอบเงินทำบุญทั้งหมดให้มูลนิธิพันดาราเพื่อร่วมสร้างพระศานติตารามหาสถูป ความเมตตาของริมโปเชจะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
Refreshments after morning meditation
 

Exhaustion over the years is gone when I see Rinpoche.
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดสูญสลายไปเมื่อได้พบริมโปเช
May the Bodhicitta which hasn’t been born arise. May the Bodhicitta which has already arisen forever increase!
ขอให้โพธิจิตที่ยังมิได้บังเกิดจงบังเกิด ที่บังเกิดแล้วจงเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป
Planting Bodhi tree. K Pramod, next to Rinpoche also offered his Jain chanting after the planting.
ปลูกต้นโพธิ์ด้วยกัน คุณปราโมทย์ยังสวดจากศาสนาเชนด้วย นี่เป็นช่วงเวลาดีๆอีกช่วงหนึ่ง
“Imagine if you are captured, how would you feel?” Rinpoche led us on fish releasing.
Celebrating our friend and foundation’s board Cholatis’s birthday at the site.
ฉลองวันเกิดคุณชลทิศ กัลยาณมิตรและกรรมการมูลนิธิที่งานปล่อยปลา
Rinpoche congratulates Methi, one of the Stupa engineers, and thanks Mayures and Cholatis and all involved for requesting a large amount of fish to be released.

Great Stupa Rises

Thai Buddhists can observe the traditions of their Tibetan brothers at a new holy site near Hua Hin.

Like the winding mountain trails that ascend to Tibetan temples, a red-earth path, similarly lined by colourful prayer flags, leads to the future site of the Tara Great Stupa for Peace and Harmony at the Thousand Stars Foundation’s Khadiravna Centre in Hua Hin.

The ground is spiked with 505 grey pilings at what will be the base of a grand chorten (pagoda) fashioned in the classical Tibetan style. The site will have the only pagoda in Thailand dedicated to Buddhism’s Vajrayana School, a Tibetan-focused offshoot of Mahayana. It takes a lot of imagination to divine exactly how the site, where construction only recently began, will morph into the scene envisioned in the promotional brochure. But Thousand Stars founder-president Dr Krisadawan Hongladarom, known as Kris, patiently accepting one donation at a time, has plenty of what Barack Obama calls “the audacity of hope”.

“I consider myself a pilgrim – everything I learn from Tibet is an inner journey, inner transformation,” Kris said at a recent lecture on the subject at the Siam Society.

Entranced by a life-defining visit there in 1995, she admired the gorgeous land of sacred mountains and lakes and its extraordinarily devout pilgrims.”When we practise Tibetan Buddhism, the most important thing isn’t outside, but in our mind … In that sense, the monastery is not something outside you – it’s inside. So you go everywhere and you carry the monastery with you.”The Khadiravna Centre is on track to have, within five years, a soaring white stupa flecked with multiple hues, a Tara Temple, vegetable gardens and a library.

Already erected is an open-air pavilion temple with images of the historical Buddha, Their Majesties the King and Queen, the Dalai Lama and Tara, the bodhisattva of compassion.

Nearby is a cone-shaped assembly of prayer flags being whipped into threads by the wind, symbolically sending their inscribed wishes to Heaven. They’re made in Bangkok: Kris says Tibetan prayer flags are too expensive to import and don’t last as long – even though their whole purpose is to disintegrate.

Combining Tibetan and Thai Buddhist traditions is common enough in Thailand. Here it’s taught that Mahayana stresses enlightenment’s attainability within one’s own lifetime, about the kind hearts of the bodhisattvas. Tibetan monks who visit return home with wonderful impressions of Thai generosity and knowledge of Buddhism. China’s Cultural Revolution left experts on the faith in short supply in their own land.

“Buddhist wisdom focuses on the interdependence and interconnectivity of all beings,” Kris noted in a chat with The Nation at a recent weekend retreat at the centre.

She studied the Tibetan language and culture in the US, taught linguistics at Chulalongkorn University from 1993 to 2007 and accompanied Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn on a trip to China and Tibet in 2002. She says her life since leaving cushioned academia for the Herculean task of establishing a huge temple has been “happy but difficult”.

Helping her run the centre is Meu Yonten, a Tibetan who was left by his parents at a monastery shortly after he was born. He spent the first 27 of his 32 years there.

Yonten is responsible for ensuring authenticity at the new facilities. The religious paintings, the adherents’ tsampa grain breakfasts, the ritual ringing of bells and beating of drums that he and Kris perform while leading manta recitations – it all has to be accurate.

He also tutors Thais in the Tibetan language and calligraphy.Foreigners wonder how Tibetans in their homeland can remain so dedicated when their spiritual leader, the Dalai Lama, is so far removed from them, in exile in India.

“When we have strong devotion, even if he isn’t here, he knows about us,” Yonyten says.

Another recent Happiness Training retreat at the centre was for the bickering employees of a private firm. The staff members were encouraged to see themselves in a more benevolent light and abide by the Buddhist principles of loving kindness and tolerance.

They planted banyan trees and engaged in Tibetan-style group prostrations before Buddha images in the pavilion.

Most practitioners at the centre currently stay in small tents. “VIPs” stay with two to three monks in a house made of compacted earth that’s painted in bright primary colours. More of these will be built so everyone can enjoy more restful nights.

Kris says many Thai visitors arrive thinking they’re incapable of achieving their goals in life, but leave full of hope and confidence. The meditation practice at the centre reminds them, she says, that “the real nature of the mind has no concepts or fabricated thoughts – it’s free of thinking”.

She also points out that the mind is naturally full of radiance, something Tibetans acknowledge by brightening their homes with fanciful colours. If those colours can be shared and the Tibetan attitude can migrate to Hua Hin, the centre should be a glimpse of paradise, ideal for the pursuit of enlightenment.

Visiting Tara
For details on the Thousand Stars Foundation, call (081) 343 1586, e-mail 1000tara@gmail.com or visit www.Thousand-Stars.org.

by Carleton Cole
Special to The Nation
Published on January 10, 2011

(From The Nation – http://www.nationmultimedia.com/home/The-Great-Stupa-rises-30145945.html)

Great Stupa in Action

More pilings were delivered at Khadiravana Center on May 19. Although we had problem with the workers the day before, all the problems are now fixed and today (May 21) a group of new workers have arrived. The pilings work will resume tomorrow. About 250 more pilings will be planted.

250 pilings of various sizes successfully planted

Newly transported pilings

Vasutara Sala and Mantra Stupa amidst green summer

Interesting cloud over the Stupa site

Natural meditation site

Tara Great Stupa News

The pilings work is under way. As of today (May 14), 250 pilings have been planted. We have accomplished half way. The remaining work will be done till completed next month. On May 28-29, the foundation will organize a Viskhapuja full moon meditation. This will be the first time we will resume our prayers at the Stupa site after pilings work started in late March.

Beginning Page – Stupa of the Heart

บางส่วนของแบบก่อสร้างพระสถูปที่แก้ไขแล้ว มค 52

เมื่อคุณเมธียื่นแบบวิศวกรรมฉบับแก้ไขสมบูรณ์ให้แล้วบอกว่าพระสถูปพร้อมก่อสร้างแล้ว ทำให้วันที่ 12 ที่ผ่านมาเป็นวันดีที่สุดวันหนึ่งในชีวิตค่ะ

ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ได้มาเป็นส่วนร่วมที่ยิ่งใหญ่ของพระศานติตารามหาสถูป พระสถูปสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของอาสาสมัคร

ทุกหยาดเหงื่อ ทุกหยดหมึก ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาคือจุดเริ่มต้นอย่างงดงามของพระสถูปองค์ใหญ่ที่ตั้งแต่นี้ต่อไปจะก่อเกิดบนผืนดินและในใจของชีวิตอีกนับจำนวนไม่ถ้วน..

Stupa of the Heart

พระสถูปแห่งหัวใจ

อีกหนึ่งปีที่ผ่านไปกับการทำงานเพื่อสร้างพระศานติตารา มหาสถูป ที่ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน พระสถูปได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปพร้อมๆกับการเดินทางของใจที่ทอดยาวไม่น้อยไปกว่ากัน

หนึ่งปีที่ผ่านไปเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานทางธรรมอันยิ่งใหญ่ เราได้สัมผัสความรักของครูผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ได้สั่งสมบุญบารมี ได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจ ลดตัวตนเพื่อจะได้สัมผัสถึงความรักและมิตรภาพ  ได้ความอดทน มีทั้งรอยยิ้ม  เสียงหัวเราะและน้ำตายามท้อใจ

หนึ่งปีผ่านไปประสบการณ์เหล่านี้ คือบทเรียนทางใจอันล้ำค่าที่มูลนิธิพันดารา สมาชิกและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ไปด้วยกัน เราสามารถเก็บประสบการณ์ดีๆไว้กับตัวเราและระลึกถึงในวันข้างหน้่า แต่คงจะดีไม่น้อยหากเรามีโอกาสการแบ่งปันเรื่องราวการทำงาน ข้อคิดต่างๆที่เราได้รับรู้กับการทำงานในโครงการพระศานติตารามหาสถูปให้กับผู้อื่น

เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ เป็นข้อคิดในการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต เพราะพลังของพระสถูปไม่ใช้แค่รูปธรรมที่กำลังก่อสร้างบนที่ดินขทิรวัน หากได้พลังที่แท้จริงคือการที่พระสถูปได้เปลี่ยนจิตใจของผู้คนและการดำเนินชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย

ปีใหม่ทิเบต ( 14 กุมภาพันธ์) ที่จะมาถึงนี้ ทางมูลนิธิพันดาราจะจัดทำหนังสือพระศานติตาราพระสถูปแห่งหัวใจ รวบรวมข้อมูลการก่อสร้างพระสถูป แบบพิมพ์ภาพจากสถาปนิก แนะนำคณะผู้ร่วมทำงานต่างๆ ที่สำคัญจะประกอบด้วยเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพระศานติตารามหาสถูป เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความทรงจำในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

มูลนิธิอยากขอชักชวนสมาชิก จิตอาสาร่วมส่งเรื่องราวสั้นๆ ประมาณ 1หน้ากระดาษ A4 บอกเล่าถึงความรู้สึกประสบการณ์ แรงบันดาลใจและการเรียนรู้จากการทำงานเพื่อพระสถูปร่วมกัน เรื่องราวเหล่านี้จะกลายเป็นบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความตั้งใจอันดีงามของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่จะสร้างพระสถูปแห่งความรักและกรุณาอันไม่มีประมาณของพระโพธิสัตว์ตารา

หากท่านใดประสงค์จะมีส่วนช่วยเหลือหรือคำแนะนำในการพิมพ์หนังสือพระสถูปแห่งหัวใจ ทางมูลนิธิขอน้อมรับด้วยความขอบพระคุณเป็นอย่างสูง โปรดติดต่อโดยตรงที่ 1000tara@gmail.com โทร: นุช 0869775867 หรือ อ. กฤษดาวรรณ 0813431586
กำหนดส่งต้นฉบับ  15 มกราคม  2553 ที่คุณจิ๊ก e-mail : jickryan@yahoo.com

Thousand Stars’s Treasure Bags

ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน มูลนิธิได้เริ่มเย็บถุงรัตนโชคลาภแบบทิเบตจำนวน 199 ใบ ขอขอบคุณคุณนริศและคุณลัดดาที่มาช่วยเย็บ ขอบคุณนุชและคุณพ่อคุณแม่ที่ช่วยหาซื้อผ้าสำหรับทำถุงและทำธงธวัชชัย

มูลนิธิกำลังดำเนินการเรื่องมนตราธารณีและเครื่องบูชาที่จะบรรจุในถุง เมื่อได้เครื่องบูชาครบและได้ประอบพิธีที่จำเป็นแล้ว จะได้แจ้งให้ทราบในวันที่เราจะบรรจุเครื่องบูชาใส่ถุง

ในการทำเครื่องบูชานี้ มูลนิธิมีความจำเป็นต้องใช้กิ่งสนสามใบที่มีกลิ่นหอมเป็นจำนวนมาก หากท่านใดสามารถให้ความช่วยเหลือในการจัดหากิ่งสน ทางมูลนิธิก็จะขอบคุณเป็นอย่างสูง

การทำถุงรัตนโชคลาภเป็นประเพณีเก่าแก่ของทิเบต ถือว่าเป็นการนำสิริมงคลมาต่อชีวิต ครอบครัวและชุมชนที่อาศัยอยู่ เมื่อทำถุงแล้ว ชาวทิเบตจะนำถุงไปฝังตามพื้นดินหรือโยนลงน้ำเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินและผืนน้ำซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

การทำเช่นนี้ยังเป็นการถวายเครื่องบูชาต่อพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ตลอดจนพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พิทักษ์แผ่นดิน

นอกจากจะฝังดินและโยนลงน้ำที่ทะเลสาขทิรวันในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนแล้ว มูลนิธิจะจัดให้พระอาจารย์นำถุงรัตนโชคลาภไปถ่วงที่ทะเลหัวหินเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและมหาสมุทร เพื่อความสุขของสัตว์น้ำทั้งหลาย และจะขอให้ริมโปเชสวดมนตร์เพื่อพระศานติตารามหาสถูป เพื่อสันติสุขของแผ่นดินไทยและสันติภาพในโลก

Make Merit for the Great Stupa

ขอชวนพี่น้องสายใยพันดารา เพื่อนๆและผู้มีจิตศรัทธาต่อการงานของพันดาราทุกคน ร่วมกันภาวนามนตราพระแม่ตารา “โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา” วันละ 1000 จบ หรืออยางน้อย 108 จบ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ 4 กันยายน ซึ่งเป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ ไปจนถึงวันที่เราก่อฐานพระมหาสถูปในวันที่ 26 กันยายน

และขอชวนทุกคนร่วมกันรับประทานอาหารมังสะวิรัติในระหว่างนี้เพื่ออุทิศบุญกุศลแก่สัตว์เดรัจฉานที่เคยเป็นอาหารของเรา เพื่อขจัดบาปกรรมที่เราอาจเคยทำต่อพวกเขา และเพื่อสั่งสมบุญใหญ่สำหรับการก่อฐานพระมหาสถูปแห่งพระแม่ตารา

ขอพรอันประเสริฐของ “แม่” ที่รักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไขน้อมนำให้ทุกท่านมีแต่ความสุขความรุ่งเรืองในชีวิต ขอทุกท่านได้เข้าถึงจิตกระจ่างด้วยเทอญ

ด้วยรักและเมตตา

To make merit for the Tara Great Stupa and to pray for animals that became our food and that might have been hurt by us, I would like to urge the Foundation’s friends and everyone to recite Tara mantra for 1000 times daily (or at least 108 times) from tomorrow (full moon) till the day we lay foundation for the Great Stupa on September 26. I also would like to urge us to eat vegetarian food during this time.

May the unconditioned love of “mother” render you to realize primordial nature of your own mind and to bring you both supreme and common siddhi!

With loving kindness