Skip to content

Posts from the ‘Kundrol Ling (ศูนย์ขทิรวัน)’ Category

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (2)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)

เรียบเรียงโดย รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

ความไม่มีประมาณสี่ประการ (Four Limitless)

หัวใจของการฝึกปฏิบัติตาราคือการปฏิบัติความเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งจำเป็นต้องฝึกฝนความไม่มีประมาณ 4 ประการได้แก่

1. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข

2. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรู

3. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงความสุขอันเป็นบรมสุข

4. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงสันติสุขอันยั่งยืนโดยปฏิบัติต่อทุกคนด้วยจิตอุเบกขา

ใคร ก็ตามที่ฝึกฝนทั้งสี่ข้อ เขาจะอยู่บนวิถีพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ครูบาอาจารย์ได้เคยปฏิบัติมาแล้วและได้ผลจากการปฏิบัตินั้น

บทปฏิบัติตารา/ตาราสาธนะ (Tara Sadhana)

เป็น ชื่อคัมภีร์ที่เน้นให้เราไม่เพียงทำสมาธิเพื่อเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นดัง จิตของพระพุทธองค์ แต่ยังยึดพระองค์เป็นสรณะ เจริญโพธิจิต รักษาศีล หลีกเลี่ยงการประกอบอกุศลกรรม บำเพ็ญบุญ และอุทิศบุญกุศล การปฏิบัตินี้จึงเป็นการปฏิบัติโดยสมบูรณ์ที่เน้นปัญญา สมาธิ และการกระทำแห่งความกรุณาในเวลาเดียวกัน บทปฏิบัติมีทั้งขนาดสั้นเป็นพิเศษ สั้น ยาว และยาวเป็นพิเศษ จะใช้บทใดขึ้นอยู่กับเวลาสำหรับการปฏิบัติและสถานการณ์ โดยจะต้องได้รับการรับมอบคำสอนจากคุรุผู้มีคุณสมบัติที่จะสามารถมอบคำสอนได้ ได้รับมนตราภิเษก (empowerment/initiation) ซึ่งเป็นการขอพรจากคุรุและสายการปฏิบัติธรรมของท่าน ได้รับอนุญาตให้นั่งสมาธิถึงพระแม่ตาราและบริกรรมมนตราหัวใจประจำพระองค์

ปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง (Practice to Transform Oneself)

แต่ การฝึกปฏิบัติไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่เรายังต้องฝึกเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราให้ดีขึ้น ดูแลอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง สังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบที่เรามักทำเมื่อมีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น โดยมีจุดหมายหลักเพื่อรู้จักตัวตน ถ้าปฏิบัติตารา แต่ไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น การปฏิบัตินอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจเป็นอันตรายด้วย ทำให้อัตตาเพิ่มพูน และสมาธิที่ฝึกฝนก็เป็นเพียงอีกหนึ่งวิธีในการทำสมาธิ หากเข้าใจเช่นนี้ การปฏิบัติตาราแม้ว่าจะสืบทอดจากทิเบต แต่เป็นสิ่งสากล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชาวทิเบตเท่านั้น

ตารามนตราภิเษก (Tara Empowerment)

1. Purification

ทำความสะอาดอวมงคลในตัวเรา ในชีวิต และอกุศลกรรมที่ได้เคยทำมา ด้วยการอมน้ำมนตร์และบ้วนออกมา

2. Torma Offering

นำ ตอร์มา (เครื่องบูชา/พลี) ที่อุทิศให้แก่ดวงวิญญาณที่ไม่พึงพอใจ ออกไปจากมณฑลพิธี (หิ้งพระที่ตั้งจิตให้เป็นสถานจำลองพุทธเกษตร) การทำขั้นตอนนี้เพื่อขจัดอุปสรรคในการทำพิธีออกไปและทำให้เรารู้สึกว่าได้ รับการคุ้มครอง

3. Tara Story

ริมโปเชเล่าเรื่องพระแม่ตาราใน ขณะเสวยชาติเป็นเจ้าหญิงพระนามว่า “พระจันทร์แห่งปัญญา” ในกัลปะของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยศรัทธาในพระรัตนตรัย ทรงบำเพ็ญบุญกุศล และตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ในร่างของสตรีทุกภพทุก ชาติเนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าบุรุษเท่านั้นที่จะเข้าถึงการตรัสรู้ เมื่อพระภิกษุในพระราชวังขอให้ทรงตั้งจิตอธิษฐานให้ได้กำเนิดเป็นชาย ทรงกล่าวว่า “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบุรุษ หรือสตรี เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ตัวตน ชื่อบุรุษ และสตรีเป็นสิ่งปรุงแต่งจากจิตเปี่ยมด้วยอวิชชาของมนุษย์ เพราะพวกเขาปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริงถึงความจริงในระดับปรมัติถ์”

4. Sadhana Lineage

บท ตาราสาธนะ บทปฏิบัติมีแบบใดบ้าง สายการปฏิบัติที่ริมโปเชทำพิธีมาจากสมเด็จองค์การ์มาปะที่สาม ผู้รับมนตราภิเษกได้รับพรจากสายการปฏิบัตินี้

5. Preliminary Practice

การปฏิบัติเบื้องต้น

-สวดยึดพระรัตนตรัยและพระอาจารย์ (จตุสรณคมน์) เป็นสิ่งเริ่มต้นสำหรับการปฏิบัติทุกอย่าง

-สวดเจริญโพธิจิต การปฏิบัตินี้ไม่ใช่ประโยชน์ของเราคนเดียว แต่เพื่อสัตว์ทั้งหลายได้รับการหลุดพ้น

-สวดสลายบาปกรรม

-แสดงความปีติยินดีต่อบุญกุศลของพระโพธิส้ตว์ทั้งหลาย

-ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขที่ยั่งยืนและอุทิศบุญกุศล

6. Actual Empowerment

การทำมนตราภิเษก

ถ้า เราเป็นนักเรียนแพทย์ เราเห็นอาจารย์แพทย์เป็นแบบอย่าง ในทำนองเดียวกัน เราเปลี่ยนตัวเราให้เป็นดังพระแม่ตารา เรามองพระองค์เป็นแบบอย่างและเราปฏิบัติอย่างเดียวกับพระองค์

7. Emptiness Mantra

สวดมนตราเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นความว่างที่เป็นสภาวะเดิมแท้

8. Arising of Tara Emblem

ในความว่าง มีดอกบัว บนดอกบัวมีอักขระแทนตาราและจิตวิญญาณของเรา

9. Radiating of Lights

จากอักขระ มีแสงนับพันส่องไปทั่วทั้งสิบทิศ

10. Requesting Buddhas’ Blessings

แสงออกไปสัมผัสพระพุทธเจ้าและพระอริยสัตว์ทั้งหลาย เราได้รับปัญญา กรุณา และพรของพระองค์

11. Consciousness Totally Blessed

แสงแห่งพรย้อนกลับมาที่อักขระ จิตวิญญาณของเราได้รับพรเต็มเปี่ยม

12. Healing Sentient Beings

แสง อีกชุดส่องไปสัมผัสสรรพชีวิต เยียวยาจิตใจของพวกเขา ขจัดอกุศลกรรมของพวกเขา ทำให้กาย วาจา ใจของพวกเขาสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้โรคภัยไข้เจ็บของพวกเขาหมดสิ้นไป ทำให้พวกเขามีความปรีเปรมดิ์และมีความสุข

13. Achievement of Two Benefits

เมื่อแสงทำหน้าที่ทั้งสองแล้ว แสงกลับมาอยู่ที่อักขระ นั่นคือ แสงได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของเราเองและผู้อื่น

14. Visualization

ตั้ง นิมิตถึงตารา ซึ่งในที่นี้คือ ตาราองค์สีเขียว ผู้ประทับบนดอกบัว มีหนึ่งพักตร์ สองหัตถ์ หัตถ์ขวาอยู่ในท่าประทานพร หัตถ์ซ้ายถือดอกอุบล (ดอกบัวสีน้ำเงิน) ที่บานอยู่ที่พระกรรณ ทรงอาภรณ์และเครื่องประดับในลักษณะสัมโภคกายของพระพุทธเจ้า พระบาทขวายื่นออก พระบาทซ้ายพับเข้า รอบพระองค์มีพระแม่ตาราในลักษณะเดียวกันอีก 4 องค์

15. Receiving Body, Speech and Mind Blessings

ให้คิดว่าผู้ร่วมพิธีได้รับพรจากพระแม่ตารา ทั้งกาย วาจา ใจ

16. Body Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางกายของเรา และเปลี่ยนกายของเราให้เป็นดังพระวรกายของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีรับน้ำมนตร์จากโถมงคล

17. Speech Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนวาจาของเราให้เป็นดังพระวจนะของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีบริกรรมตารามนตรา

18. Mind Empowerment

ริมโปเช ประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนใจของเราให้เป็นดังพระหทัยของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีทำสมาธิถึงพระแม่ตารา

20. Quality Empowerment

ริมโปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนคุณลักษณะของเราให้เป็นดังคุณลักษณะของพระโพธิสัตว์

21. Activity Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนการกระทำของเราให้เป็นดังพระกรณียกิจของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการทำงานสานต่อพระกรณียกิจของ พระพุทธเจ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้น

22.Receiving Torma Blessings

ผู้ ร่วมพิธีรับพรจากองค์ตอร์มาซึ่งเปรียบเสมือนมันดาลา (มณฑล) แห่งพระแม่ตาราและเหล่าบริวารและทำความเคา รพพระอาจารย์ ให้คิดว่าตัวเราและมันดาลาเป็นหนึ่งเดียวกัน

23. Dedication of Merits

อุทิศบุญกุศล ขอให้สัตว์ทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณ

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (1)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)


สถานที่จัดงาน (About Khadiravana)

งาน ภาวนาจัดขึ้นที่ “ขทิรวัน” ซึ่งประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ “ขทิระ” และ “วนะ” หมายถึง ต้นสีเสียด และ ป่า คำนี้จีงหมายถึงป่าขทิระหรือป่าสีเสียด มูลนิธิพันดาราตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมนี้ว่าขทิรวันเพื่อเป็นเครื่องเตือน ใจถึงพระโพธิสัตว์สตรีในฝ่ายวัชรยาน ผู้ตั้งมหาปณิธานที่จะไม่เสด็จไปนิพพาน แต่จะดำรงอยู่ในโลกทุกภพทุกชาติจนกว่าสัตว์ชีวิตสุดท้ายจะได้รับการหลุดพ้น พระองค์ได้รับการขนานนามว่า “ตารา” หมายถึง ผู้นำไปสู่การหลุดพ้น ป่าขทิระคือสถานที่ที่พระอาจารย์ชาวอินเดียชื่อนาคารชุนได้เห็นนิมิตของพระองค์

พระอาจารย์ผู้นำภาวนา (about Ringu Tulku Rinpoche)


ท่าน ชื่อ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช เป็นพระอาจารย์สำคัญของพุทธวัชรยาน ท่านสืบคำสอนของนิกายกาจูร์ปะ ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนสมเด็จองค์การ์มาปะในยุโรป ริงกุ เป็นชื่อ ชุมชนชนเผ่าเร่ร่อนที่เป็นบ้านเกิดของท่านในแคว้นคาม ทิเบตตะวันออก ทุลกุ เป็นฉายาสำหรับพระอาจารย์ผู้ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ริมโปเช เป็นคำเรียกพระอาจารย์ (ลามะ) โดยความหมายตรงตัวคือ ผู้ประเสริฐ เมื่ออายุได้ 4-5 ปี ทิเบตเสียเอกราชและริมโปเชต้องลี้ภัยไปสิกขิม

คำสอนของพระอาจารย์ (Rinpoche’s Teachings and Work)

ท่าน เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับคำสอนในสามยานของพระพุทธศาสนา การฝึกจิต และปรัชญาแบบรีเม (ไม่แบ่งแยกนิกาย) ท่านตั้งองค์กรการกุศลชื่อ โพธิจริยา (Bodhicharya) ในเบลเยี่ยม เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือ การเยียวยาจิตใจ และการประสานความสัมพันธ์ ท่านพูดเสมอว่า เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้ผู้อื่นและประเพณีทางจิตวิญญาณอื่นๆ เราจึงจะฉลาดขึ้นและมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ท่านยังให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การงานของพันดารา (1000 Stars Work)

นอกจากสร้างสถานปฏิบัติธรรมและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบต/หิมาลัยแล้ว มูลนิธิยังดำเนินการก่อสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพของโลกซึ่งอุทิศแด่พระ โพธิส้ตว์ตารา ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของมูลนิธิ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชกล่าวชื่นชมการงานของมูลนิธิ ชมขทิรวันว่ามีความงดงาม และท่านมีความปีติยินดีที่ได้กลับมาสถานที่ที่กำลังก่อสร้างพระมหาสถูปตารา  ท่านบอกว่าขทิรวันมีความก้าวหน้าหลายอย่าง ท่านแสดงความยินดีและอนุโมทนากับอาจารย์กฤษดาวรรณและสังฆะพันดาราทุกคน

พระแม่ตารา (Bodhisattva Tara)

เรื่องราวของพระองค์เกี่ยวโยงกับการบำเพ็ญเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ ยังทรงเป็นพระโพธิส้ตว์ดังที่เราเคยอ่านหรือได้ยินจากนิทานชาดก ก่อนที่จะทรงเข้าถึงการตรัสรู้ ทรงบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์ และตั้งปณิธานว่าจะเกิดเป็นสตรีในทุกภพทุกชาติเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลกทั้ง หลาย ด้วยความรักและกรุณาอันไม่มีขีดจำกัดของพระองค์ ทรงได้รับการขนานนามว่า “พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์” พระองค์ทรงเข้าถึงการตรัสรู้ด้วยวิริยะอุตสาหะในการสั่งสมบุญบารมี ช่วยเหลือสัตว์โลก และเข้าถึงปัญญาญานอันยิ่งใหญ่ แต่ทรงขอดำรงอยู่ จึงได้รับพระนามว่า พระโพธิสัตว์

การภาวนาถึงตารา (Tara Practice)

ปณิธาน ของพระแม่ตารา : ผู้ใดระลึกถึงพระองค์ เอ่ยพระนามของพระองค์ บูชาพระองค์ ขอให้เขาเป็นอิสระจากความกลัวและภัยอันตรายทั้งหลาย ขอให้เขาได้รับการปกป้องและขอให้คำอธิษฐานของเขาสมประสงค์ กล่าวกันว่า พรของพระองค์รวดเร็ว ดุจดังแม่ที่ตอบสนองต่อลูกทันทีที่ลูกเรียกหา

ผู้ภาวนาถึงตารา (Tara Great Devotees)

ครูบาอาจารย์หลายท่านผูกพันกับพระองค์และสวดบูชาพระองค์เป็นนิจสิน เช่น ท่านนาคารชุน อตีศะทีปังกร องค์การ์มาปะที่สาม องค์ดาไลลามะที่หนึ่ง และพระอาจารย์หลายท่านสืบจนปัจจุบัน ในจำนวนท่านทั้งหลาย ท่านอตีศะ (ต้นศตวรรษที่ 11) เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

อตีศะไปทิเบต (Atisha)

ใน สมัยนั้นพุทธวัชรยานเสื่อมลงเนื่องจากเกิดการปลงพระชนม์กษัตริย์ ทำให้ขาดผู้นำทางการปกครองและทางจิตวิญญาณ ท่านยีชี เออ มีความประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์อตีศะมาทิเบต แต่ระหว่างทางถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ โจรต้องการทองเท่าตัวของท่านจึงจะปล่อยตัว หลานชายของท่านหาทองให้ท่านได้จนเกือบเท่าตัวแล้ว แต่โจรบอกว่ายังไม่พอเพราะเอาตัวไปได้แต่เอามือไปไม่ได้ ท่านมีหนังสือลับถึงหลานว่า ไม่ต้องไปหาทองมาอีก ท่านแก่แล้ว ขอให้นำทองนั้นไปถวายพระอาจารย์เพื่อนิมนต์ท่านมาทิเบตดีกว่า จะเป็นประโยชน์มากกว่า หลานของท่านจึงเดินทางไปเชิญท่านอตีศะมาทิเบต

อตีศะภาวนาถึงตารา (Atisha’s Praying to Tara)

เพราะ ท่านอตีศะผูกพันกับพระแม่ตารามาก ท่านจึงภาวนาถึงพระองค์ขอให้ทรงดลใจให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะไปทิเบต ดีหรือไม่ เหล่าสาวกของท่านล้วนแต่กังวลใจ เพราะทิเบตดูเป็นดินแดนป่าเถื่อน เต็มไปด้วยคนกินคน สูงและหนาวเย็น ท่านอตีศะเดินทางไปสวดภาวนาที่โพธิคยา ซึ่งมีพระรูปพระแม่ตาราอยู่ ที่นั่นท่านได้นิมิตพระแม่ตารา พระองค์บอกท่านว่า ถ้าท่านไปทิเบต ท่านจะทำประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ชีวิตท่านจะสั้น ท่านจะไม่ได้กลับมาอินเดียอีก ท่านอตีศะตัดสินใจไปทิเบตเพื่อไปทำประโยชน์ในการเผยแผ่พระธรรม และมรณภาพในทิเบตในเวลาต่อมา ท่านเป็นต้นกำเนิดของสายกาดัมปะ (Kadampa) ซึ่งได้กลายมาเป็นนิกายสาเกียปะ (Sakyapa) และนิกายเกลุกปะ (Gelugpa)

โพธิจิตกับการปฏิบัติบูชาตารา (Bodhicitta & Tara Practice)

หัวใจหลัก คือ โพธิจิต เป็นการบ่มเพาะความกรุณาด้วยปัญญา เป็นความกรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู เราปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ การปฏิบัตินี้จึงเน้นที่ผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เน้นที่ตัวเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าการคิดเกี่ยวกับความทุกข์ของผู้อื่นจะทำให้เราเป็น ทุกข์ หรือท้อแท้ ตรงกันข้าม กลับทำให้เรามีพลังทางบวกมากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น ในการปฏิบัตินี้ เราให้พระแม่ตาราเป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราเข้าถึงปัญญาและกรุณาเช่นเดียวกับของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ภายในตัวเรา

Green Tara Retreat


Memories from Ringu Tulku Rinpoche’s second visit to Khadiravana Center and Green Tara Retreat (5-6 February 2011)

การเยือนศูนย์ขทิรวันครั้งที่สองและภาวนา ” เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา”

February 5-6, 2011, Khadiravana Center

Rinpoche relaxed on a rock overlooking the Tara Great Stupa project. He said this rock was a natural chair. It’s pleasant looking at all the mountains surrounding the center.
ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช พักผ่อนบนก้อนหินข้างต้นไทร มองดูความก้าวหน้าของการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ท่านบอกว่า ก้อนหินนี้เป็นเก้าอี้ธรรมชาติ และท่านรู้สึกสบายที่เห็นภูเขารายล้อมศูนย์

Rinpoche and students at our Tibetan mud house.

ริมโปเชและศิษย์ที่เรือนปฏิบัติธรรมบ้านดินทิเบต

Three years ago (November 2007) Rinpoche came to Thailand for the first time. He performed a White Tara empowerment at Khadiravana. At that time, there is only the Mantra Stupa.

3 ปีก่อน ริมโปเชมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ท่านประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราขาวที่ขทิรวัน ครั้งนั้นมีเพียงสถูปมนตร์ที่เห็นด้านหลัง
The Bodhi tree planted by Rinpoche back then. Its trunk has become tall, straight and firm, as if telling us that the Buddha dharma could not be destroyed and would be everlasting just like the noble aspiration of a Bodhisattva.
ต้นโพธิ์ที่ริมโปเชปลูกเป็นครั้งแรก โตใหญ่ ลำต้นตั้งตรงเหมือนจะบอกว่า สัจธรรมไม่มีวันถูกทำลาย และจะคงเป็นนิรันดร์ดังเช่นปณิธานอันประเสริฐของพระโพธิสัตว์


Rinpoche offered an auspicious khatak at Vasutara’s shrine. He said he was happy to come back particularly to the land where the Stupa is being built. Khadiravana is beautiful. He’s impressed to see a lot of progress here.
ริมโปเชถวายผ้าคาตักมงคลที่ศาลาวสุตารา ท่านบอกว่าดีใจที่ได้กลับมาที่นี่ซึ่งเป็นสถานก่อสร้างพระสถูป ท่านยังกล่าวว่าขทิรวันงดงามมาก และท่านดีใจที่เห็นการงานก้าวหน้า
Mindful walk to the innermost zone of the land. Our destination was this ancient banyan tree, where we remember Tara and other Bodhisattvas.
เดินภาวนาไปบริเวณในสุดของที่ดิน โดยมีต้นไทรโบราณ “วิหารธรรมชาติ” ที่เราระลึกถึงพระแม่ตาราและเหล่าพระโพธิสัตว์
“I searched for my spiritual self. I found compassion here,” said a physicist from Zambia.
คุณหมอจาบูจากแซมเบียนั่งภาวนาที่ต้นไทร “ผมตามหาตัวตนทางจิตวิญญาณ แล้วมาพบความกรุณาที่นี่”
Evening at Khadiravana
ขทิรวันในยามเย็น
Kesang, Rinpoch’s brother enjoyed his visit.
The torma symbolizes Tara, her retinue and the sacred mandala.

ตอร์มา สัญลักษณ์แทนพระแม่ตาราและเหล่าบริวารของพระองค์ในมณฑลพิธี

Green Tara Empowerment – Rinpoche presented Aj Krisadawan with all the donations he received from the empowerment to support the construction of the Tara Great Stupa. His loving kindness touched our heart. Thank you very much Rinpoche for your support which will be remembered forever.
ที่งานมนตราภิเษกพระแม่ตารา ริมโปเชมอบเงินทำบุญทั้งหมดให้มูลนิธิพันดาราเพื่อร่วมสร้างพระศานติตารามหาสถูป ความเมตตาของริมโปเชจะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
Refreshments after morning meditation
 

Exhaustion over the years is gone when I see Rinpoche.
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดสูญสลายไปเมื่อได้พบริมโปเช
May the Bodhicitta which hasn’t been born arise. May the Bodhicitta which has already arisen forever increase!
ขอให้โพธิจิตที่ยังมิได้บังเกิดจงบังเกิด ที่บังเกิดแล้วจงเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป
Planting Bodhi tree. K Pramod, next to Rinpoche also offered his Jain chanting after the planting.
ปลูกต้นโพธิ์ด้วยกัน คุณปราโมทย์ยังสวดจากศาสนาเชนด้วย นี่เป็นช่วงเวลาดีๆอีกช่วงหนึ่ง
“Imagine if you are captured, how would you feel?” Rinpoche led us on fish releasing.
Celebrating our friend and foundation’s board Cholatis’s birthday at the site.
ฉลองวันเกิดคุณชลทิศ กัลยาณมิตรและกรรมการมูลนิธิที่งานปล่อยปลา
Rinpoche congratulates Methi, one of the Stupa engineers, and thanks Mayures and Cholatis and all involved for requesting a large amount of fish to be released.

Breathing Wisdom Breath

ตื่นนอนแต่เช้า หายใจเข้านำลมแห่งปัญญาเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิต หายใจออกขับไล่พิษแห่งจิตใจและ
ความ เขลาแห่งอวิชชาออกไป เร่ิมต้นแต่ละวันด้วยลมหายใจแห่งปัญญา พร้อมกับตั้งจิตจะทำความดีระหว่างวัน ก่อนนอนอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำและนอนหลับด้วยจิตเปี่ยมสุข

[ภาพ – ต้นไทรใหญ่ที่ขทิรวัน ที่แห่งนี้เมื่อสี่ีปีก่อนคือแรงบันดาลใจให้ทำการงานในวันนี้]

Great Stupa in Action

More pilings were delivered at Khadiravana Center on May 19. Although we had problem with the workers the day before, all the problems are now fixed and today (May 21) a group of new workers have arrived. The pilings work will resume tomorrow. About 250 more pilings will be planted.

250 pilings of various sizes successfully planted

Newly transported pilings

Vasutara Sala and Mantra Stupa amidst green summer

Interesting cloud over the Stupa site

Natural meditation site

Drawing Symbols of Auspiciousness

กิจกรรมวาดสัญลักษณ์พุทธศิลป์มงคลแปด (ต้าชี่ ตักเจด) เพื่อเฉลิมฉลองวิสาขบูชา

ภาพผนังศาลาที่จะวาดและรายละเอียดของสัญลักษณ์

Event: Drawing Eight Symbols of Good Fortune (Tashi Dagyed) in Tibetan/Himalayan Culture

Venue: Khadiravana Center

Dates: 28-29 May 2010 to celebrate Visakhapuja

Artists: Supachok Chumsai Na Ayudhaya, Atipong Padanupong and drawing volunteers

We’ll draw eight auspicious symbols at the Center’s new pavilion, Dewa Watana Sala.

Dewa Watana Sala, Khadiravana Center

This Pavilion’s inner walls are where we’ll draw eight auspicious symbols.

The Parasol (Tib. dug) represents protection against the heat of defilements (klesha).

ฉัตร (ทิเบต: ตุก) ปกป้องจากความร้อนแห่งกิเลส

The Golden Fishes (Sernya), a symbol of good fortune

สุวรรณมัจฉา (เซร์ญา) แสดงด้วยปลาทองคู่ เป็นสัญลักษณ์ของโชคดี

The Right-Turning Conch Shell (Dung yer khyil) stands for the fame of the Buddha’s teaching, which spreads in all directions like the sound of the conch trumpet.

ทักษิณาวรรตสังข์ (ตุงเยชีล) หมายถึง เสียงแห่งพระธรรมแพร่กระจายไปทุกทิศ ดุจเสียงแตรสังข์

The Lotus (Padma) is a symbol of purity.

ปัทมา (เปมา) คือ สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์

The Treasure Vase (Bumpa) stands for the fulfillment of spiritual and material wishes.

โถรัตนะ (พุมปา) แทนความสมประสงค์ทั้งทางโลกและทางธรรม

Glorious endless knots (Palwe) symbolizes that all phenomena are interrelated and infinite knowledge of Buddha.

ปาเว เป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่ง และพระมหาปัญญาธิคุณของพระพุทธองค์ที่ไม่มีวันหมดสิ้น

The Victory Banner (Gyaltshan) symbolizes the victory of the Buddhist teaching, the victory over ignorance, and the victory over all disagreements and disharmonies.

ธวัชชัย (เกียลเซน) เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะในพระพุทธศาสนา ชัยชนะเหนืออวิชชา และชัยชนะเหนือการแตกแยกและไม่ปรองดองกัน

The Wheel (Khorlo) represents the Buddhist teaching, which is complete and perfect.

ธรรมจักร (คอร์โล) คือ กงล้อแห่งพระธรรมอันสมบูรณ์

***

กิจกรรมนี้ยังคงเปิดรับอยู่จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม หากท่านใดจะมาร่วมปฏิบัติธรรมและให้กำลังใจผู้วาด ก็จะเป็นอานิสงส์อย่างยิ่ง

อมงคลอันประเสริฐมาสู่ท่านและครอบครัวและประเทศไทยตลอดไป

Email: 1000tara@gmail.com โทร. 0806100770

Tara Great Stupa News

The pilings work is under way. As of today (May 14), 250 pilings have been planted. We have accomplished half way. The remaining work will be done till completed next month. On May 28-29, the foundation will organize a Viskhapuja full moon meditation. This will be the first time we will resume our prayers at the Stupa site after pilings work started in late March.

Drawing Auspicious Symbols on Visakhapuja

จิตอาสาวาดภาพ “สัญลักษณ์ทางพุทธศิลป์ ผนังอาคาร ศาลา เตวา วัฒนา”

เนื่องในการปฏิบัติธรรม วันวิสาขบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน บ้านมะค่าสี่ซอง ตำบลหนองพลับ

อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันศุกร์ที่ ๒๘ และ วันเสาร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ความเป็นมา

ศาลาเตวา วัฒนา ซึ่งมีความหมายว่า “ความสุข ความเจริญ” เป็นอาคารอเนกประสงค์ที่ศูนย์ขทิรวัน ใช้บรรยายธรรม จัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมในพระพุทธศาสนา ตลอดจนใช้แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับมูลนิธิพันดาราและทิเบต/หิมาลัย มีลักษณะเป็นศาลา 8 เหลี่ยม มีการประดับลายปูนปั้นและทาสีตามศิลปร่วมสมัยของทิเบต

ศาลาเตวา วัฒนาก่อสร้างขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2553 โดยครอบครัวศิลปสมัยที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกับมูลนิธิพันดาราและเพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่คุณวัฒนา ศิลปสมัยผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในเดือนธันวาคม 2552

ในวันมาฆบูชาที่ผ่านมา (28 กุมภาพันธ์ 2553) พระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเชได้ประกอบพิธีเปิดศาลาอย่างเป็นทางการและได้แสดงธรรมะเกี่ยวกับพระแม่ตาราที่ศาลาแห่งนี้ หลังจากนั้น คณะสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาจากหลายประเทศได้ใช้ศาลาในการจัดเสวนาเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมของสตรีและบทบาทของสตรีในการทำนุบำรุงพระศาสนา

เนื่องด้วยผนังอาคารของศาลา เตวา วัฒนา ได้เตรียมไว้เพื่อวาดภาพสัญลักษณ์ทางพุทธศิลป์แบบทิเบต อันมีความหมาย ในความเป็นสิริมงคล และมีความหมายทางธรรมะ เช่น ภาพสัญลักษณ์อัษฏมงคล (มงคลทั้งแปด) อันได้แก่ ดอกบัว สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์, ปลา สัญลักษณ์ของความตระหนักรู้ อยู่ท่ามกลางสังสารวัฏฏ์, ธงแห่งชัยชนะ สัญลักษณ์ของชัยชนะของพระพุทธเจ้าและพระธรรมของพระองค์เหนือมารและอวิชาทั้งหลายเป็นต้น เป็นตัน

ในวันวิสาขบูชานี้ มูลนิธิพันดารามีความยินดีที่จะเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านร่วมปฏิบัติธรรมด้วยการเป็นอาสาสมัครวาดภาพผนังอาคารในครั้งนี้ เพื่อสืบทอดภาพสัญลักษณ์ทางธรรมะ อีกทั้งยังเกื้อหนุน บุญ กุศลจิต และสมาธิแก่ผู้วาดด้วย

ผู้ที่สนใจไม่จำเป็นต้องมีความสามารถทางการวาดภาพขั้นสูง ขอเพียงมีพื้นฐาน และในส่วนสำคัญคือมีจิตใจอันดีงาม มุ่งหมายให้ผลงานนี้เป็นประโยชน์เพื่อสรรพสัตว์ โดยในการวาดภาพทางมูลนิธิจะมีวิทยากรช่วยแนะนำขั้นตอน และเทคนิคต่างๆแก่ท่าน

รูปแบบกิจกรรม

กิจกรรมจิตอาสาประกอบด้วย (1) วาดภาพและระบายสีสัญลักษณ์อัษฏมงคลตามพุทธศิลป์โบราณของทิเบต และ (2) ในช่วงเช้าและเย็นจะมีการนั่งสมาธิ มนตราภาวนา และเดินเวียนเทียนในคืนวันวิสาขบูชา

สำหรับท่านที่ไม่ถนัดการวาดรูป สามารถมาร่วมงานด้วยได้ ท่านสามารถนั่งสมาธิ สวดมนตร์ภาวนา เพื่อพักผ่อนกายและใจ กับทางมูลนิธิ

กำหนดการ

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2553 (วันวิสาขบูชา)

6.00 . รถออกที่บ้านมูลนิธิพันดารา 695ซอยลาดพร้าว 11 แวะรับประทานอาหารเช้าระหว่างทาง (สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะใช้บริการรถตู้ของมูลนิธิ)

10.00 . ถึงศูนย์ขทิรวัน

10.30 . แนะนำสัญลักษณ์อัษฏมงคลทิเบตและเทคนิคการวาดรูป

11.15 . วาดภาพ

12.30 . รับประทานอาหารกลางวัน

13.30 . วาดภาพ

15.00 . พักรับประทานอาหารว่าง ทำความรู้จักคณะผู้มาปฏิบัติธรรม

17.00 . พักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศขทิรวันในยามเย็น

18.00 . รับประทานอาหารเย็น

19.00-22.00 . ร่วมกิจกรรมสมาธิภาวนาในคืนวันเพ็ญเนื่องในวันวิสาขบูชา

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553

6.00-8.00 . กิจกรรมสมาธิภาวนา

8.00 . รับประทานอาหารเช้า

9.00-11.00. วาดภาพ

11.00-12.00 . สนทนาธรรมและร่วมอนุโมทนาบุญกุศลด้วยกัน

12.00 . รับประทานอาหารกลางวัน

14.00 . เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

Story of 1000 Stars White Tara Thangka

Thangka by Emaho (Atipong Tadanupong), who presented it to me. It’s now available for worship at Khadiravana Center. “The real owner is Tara, who inspired me to create this artwork.” Emaho!

ทังกา

ภาพทังกาพระแม่ตาราขาว นี้ ผมวาดไว้เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2004 วาดที่บ้านหลังเล็กๆ เชิงเขาหิมาลัย ณ เมืองธรัมศาลา ประเทศอินเดีย โดยมีเจ้าของบ้าน คือเพื่อนช่างเขียนชาวทิเบต รวมถึงลูกศิษย์ของเขาคอยแนะนำช่วยเหลือแทบทุกขั้นตอน เป็นทังกาภาพแรกและภาพเดียวที่วาด กล่าวได้เพียงว่าผมเป็นผู้วาด แต่มิใช่เจ้าของ เจ้าของภาพนี้คือพระแม่ตารา ท่านดลให้เกิดความสุขใจระหว่างจับดินสอพู่กัน

ปัจจุบัน พระแม่ตาราขาวภาพนี้อยู่กับอาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ เป็นความภูมิใจของผม ที่ท่านได้ไปสถิตอยู่กับอาจารย์ซึ่งรัก และมีความเข้าใจในเรื่องราวเกี่ยวกับทิเบตอย่างลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งของ ประเทศไทย

อ.กฤษฯ นับถือพระแม่ตาราและสวดมนตร์ธารณีบูชาท่านเสมอลมหายใจ อ.บอกว่าเมื่อลาเซ ริมโปเช ลามะชั้นสูงซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านมาเมืองไทย จะเรียนท่านให้ทำพิธีมนตราอภิเษกภาพนี้ให้ ผมรู้สึกปลื้มใจ ( และโล่งใจ ) มาก เพราะหากเก็บท่านไว้กับตัวผม พระแม่ตาราภาพนี้ก็คงเป็นเพียงภาพวาดธรรมดา ท่านจะมีคุณค่าและความศักดิสิทธิ์ก็ต่อเมื่ออยู่กับผู้ที่คู่ควรเท่านั้น ซึ่งมิใช่ผม ผู้มีฐานะแค่ช่างเขียน

สำหรับทังกา ผู้เขียนเปรียบเหมือนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ทำให้ภาพสำเร็จ มีค่าเท่ากับสี พู่กัน ผ้าใบ กาวหนังสัตว์ ฯลฯ รวมถึงขนมนมเนยที่รับประทานระหว่างทำงานด้วย ไม่มีสิ่งใดสูงส่งกว่ากัน

ในเมื่อไม่มีการบอกว่าใช้พู่กันยี่ห้อ ไหน เบอร์ไหนที่เขียน ไม่ได้บอกว่าธรรมชาติประทานหินแร่ชนิดใด มาให้บดเป็นผงสี ไม่มีการเอ่ยถึงสัตว์ตัวที่ถูกจับเอาขนมาทำพู่กัน หรือตัวที่เนื้อหนังกลายเป็นกาว กระดูกถูกเผาทำเป็นสีดำ ก็ไม่ควรมีการบอกด้วยว่าใครเขียน ดังนั้น ทังกาโดยธรรมเนียมดั้งเดิมจะไม่มีการเซนต์ชื่อผู้เขียนเลย เป็นการทำถวายโดยแท้จริง

ระหว่างวาด มีเรื่องราวสนุกๆ มากมาย ผมจะกล่าวถึงชีวิตในธรัมศาลา การวาดทังกา เพื่อนช่างเขียนชาวทิเบต และเพื่อนๆชาวอินเดียในภายหลัง ตามแต่โอกาสอำนวยครับ – เอก/เอมาโฮ (อธิพงศ์​ ธาดานุพงศ์) http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=buttertea&date=18-02-2010&group=1&gblog=2

ปัจจุบันภาพพระแม่ตาราขาวภาพนี้อยู่ที่ศูนย์ขทิรวันเพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสสักการะบูชา ท่านลาเซ ริมโปเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช และกุงกา ซังโป ริมโปเชได้ทำพิธีปลุกเสกให้ โดยเฉพาะท่านกุงกา ซังโป ยังได้ประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราให้ถึงสองครั้ง ภาพพระแม่ตาราภาพนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิด้วยค่ะ ท่านลาเซ ริมโปเชได้นำรูปเล็กของพระองค์ไปติดบูชาคู่กับพระแม่ชัมมา พระแม่ตาราอีกปางหนึ่ง

Tibetan Earth House Story

ปั้นดิน เรียนรู้ใจ

http://www.facebook.com/note.php?created&&suggest&note_id=289373954094#!/notes/krisadawan-hongladarom/pn-din-reiyn-ru-ci/289373954094