Skip to content

Posts from the ‘Kundrol Ling (ศูนย์ขทิรวัน)’ Category

Casting the Four Noble Buddhas Project

The 2-meter hight statue of Buddha of Clear Light (Shenlha Okar) is under casting by Newar artists at Patan in the  Kathmandu Valley, Nepal. Together with the other three Noble Buddhas, it will be transported to Thailand and be placed in the main temple of the Great Stupa for Peace and Harmony under construction at Kundrol Ling (Khadiravana Center).
We are grateful to our master Nyima Dakpa Rinpoche, who kindly supervises the casting of the Four Noble Buddhas (Deshek Tsowo Zhi) and travels to Nepal to give instructions to the artists.
The Foundation invites all to make contributions to this Buddha casting project and the building of the Great Stupa as a way to practice our bodhicitta as well as to preserve Buddhist heritage for countless generations.
The casting of the Buddha of Clear Light Statue will be finished in January 2013 and will be transported to Thailand right away. The remaining Buddha statues will be finished every six month and by August 2014 the last Buddha statue will be shipped to Thailand.
For more information, please contact us at 1000tara@gmail.com.
May you all enjoy prosperity and long life and may you attain the  ultimate happiness of enlightenment!

When Compassion Blooms in Our Heart

Photos from “Maghapuja Compassion & Yoga Retreat,” Khadiravana Center, 17-20 February 2011

เมื่อความกรุณาเบ่งบานในใจของเรา

มาฆบูชาภาวนา 17-20 กุมภาพันธ์ 2554 ศูนย์ขทิรวัน

ความรัก ความสุข สุขภาพ สมาธิ และจุดเร่ิมต้นของมิตรภาพธรรม

ทุกวันมาฆบูชา เราจะปฏิบัติธรรมเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกจิตให้อ่อนโยนและเมตตาต่อทุกสรรพชีวิต นี่คืออีกหนึ่งวันที่จะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์ตารา ผู้ตั้งมหาปณิธานอันประเสริฐที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์จนกว่าชีวิตสุดท้ายจะเข้าถึงการหลุดพ้น

ปีนี้เป็นปีที่สามของการจัดมาฆบูชาภาวนาที่ศูนย์ขทิรวัน สวนป่าแห่งความรื่นรมย์ที่พวกเราน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อสานต่อการงานพระโพธิสัตว์โดยเฉพาะการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิจิตในจิตใจของผู้คน

นอกจากจะได้สวดตารามนตรา นั่งสมาธิถึงพระองค์ ทำกิจกรรมการกุศลต่างๆ เรายังได้ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิร่วมกัน ครูดล ครูแดง ครูอ๊อด จากเครือข่ายชีวิตสิกขาทำให้มาฆบูชาภาวนาปีนี้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆที่เราได้เตรียมกายให้พร้อมสำหรับจิตที่กระจ่างใสและมั่นคง

ขอขอบคุณและอนุโมทนาต่อกัลยาณมิตรทุกคน ต่อจิตอาสาและผู้ประสานงานพันดารา ทำให้มาฆบูชาภาวนาครั้งนี้เต็มไปด้วยบุญกุศล ความเบิกบานและเสียงแห่งความสุข

ศาลาวสุตารา ที่ทำสมาธิและกราบพระ ตั้งตระหง่านกลางแมกไม้และดอกไม้

อาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ หลังภาวนายามเช้าไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

ยืดหลัง ผ่อนสิ่งที่ตึง คลายความหมกมุ่นในจิตใจ

เมื่อกำมือ เหมือนกำอัตตาไว้แน่น

เมื่อคลายมือ อัตตาสลายไป

ทำแต่ละท่วงท่าอย่างอ่อนโยน ผ่อนคลาย เบิกบาน

นอน นั่ง ยืน เดิน

ทุกท่วงท่า คือ โยคะ

ทุกท่วงท่า คือ สมาธิ

“บ้าน” หน้าขุนเขา

 

ไม่ว่าหลับตา หรือลืมตา เราจะสลัดการปรุงแต่งให้หมดไป คงเหลือเพียงจิตกระจ่างใส สว่าง สะอาด เบิกบาน

การปฏิบัติธรรมคือการเช็ดกระจกให้ใส เอาเขม่าแห่งกิเลสออกจากกระจกแก้วที่เป็นจิตภายใน วิธีการต่างๆ เป็นเหมือนน้ำยาเช็ดกระจก ถ้าไม่เช็ด กระจกก็จะหมอง ขุ่นมัวไปเรื่อยๆ จนเรามองไม่เห็นตัวตนที่แท้ของเราเอง

เบิกบานในทุกเวลา โดยเฉพาะเวลานี้

ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยเมตตาของครูดล โยคะกลายเป็นเรื่องง่าย

ขอน้อมถวายพระจันทร์วันเพ็ญเป็นพุทธบูชา

“โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา”

มนตราบทนี้จะหมุนกลางใจของเราจนกว่าจิตเย่อหยิ่งจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา

ดุจดังจิตของพระแม่ตารา

ช่วงเวลาแห่งการภาวนาทำให้เราได้มีเวลาใคร่ครวญ เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น และรู้จักตัวตนของเราเอง

กองทัพธรรมเดินด้วยท้อง ขอบคุณแม่ครัวใจบุญของเรา

ถึงเวลาลาศีล อ.เยินเต็นตีฉาบอวยชัย

สถูปมนตร์แห่งนี้ เตือนใจให้นึกถึงพระอาจารย์ผู้ประเสริฐ และวันคืนดีๆกับสังฆะพันดารา

สวดมนตร์อวยชัย


 

ปัญญากับกรุณาเป็นของคู่กัน เหมือนปีกทั้งสองของนก เหมือนเท้าทั้งสองของเรา


Summary of Teachings from Green Tara Retreat (2)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)

เรียบเรียงโดย รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

ความไม่มีประมาณสี่ประการ (Four Limitless)

หัวใจของการฝึกปฏิบัติตาราคือการปฏิบัติความเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งจำเป็นต้องฝึกฝนความไม่มีประมาณ 4 ประการได้แก่

1. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข

2. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรู

3. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงความสุขอันเป็นบรมสุข

4. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงสันติสุขอันยั่งยืนโดยปฏิบัติต่อทุกคนด้วยจิตอุเบกขา

ใคร ก็ตามที่ฝึกฝนทั้งสี่ข้อ เขาจะอยู่บนวิถีพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ครูบาอาจารย์ได้เคยปฏิบัติมาแล้วและได้ผลจากการปฏิบัตินั้น

บทปฏิบัติตารา/ตาราสาธนะ (Tara Sadhana)

เป็น ชื่อคัมภีร์ที่เน้นให้เราไม่เพียงทำสมาธิเพื่อเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นดัง จิตของพระพุทธองค์ แต่ยังยึดพระองค์เป็นสรณะ เจริญโพธิจิต รักษาศีล หลีกเลี่ยงการประกอบอกุศลกรรม บำเพ็ญบุญ และอุทิศบุญกุศล การปฏิบัตินี้จึงเป็นการปฏิบัติโดยสมบูรณ์ที่เน้นปัญญา สมาธิ และการกระทำแห่งความกรุณาในเวลาเดียวกัน บทปฏิบัติมีทั้งขนาดสั้นเป็นพิเศษ สั้น ยาว และยาวเป็นพิเศษ จะใช้บทใดขึ้นอยู่กับเวลาสำหรับการปฏิบัติและสถานการณ์ โดยจะต้องได้รับการรับมอบคำสอนจากคุรุผู้มีคุณสมบัติที่จะสามารถมอบคำสอนได้ ได้รับมนตราภิเษก (empowerment/initiation) ซึ่งเป็นการขอพรจากคุรุและสายการปฏิบัติธรรมของท่าน ได้รับอนุญาตให้นั่งสมาธิถึงพระแม่ตาราและบริกรรมมนตราหัวใจประจำพระองค์

ปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง (Practice to Transform Oneself)

แต่ การฝึกปฏิบัติไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่เรายังต้องฝึกเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราให้ดีขึ้น ดูแลอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง สังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบที่เรามักทำเมื่อมีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น โดยมีจุดหมายหลักเพื่อรู้จักตัวตน ถ้าปฏิบัติตารา แต่ไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น การปฏิบัตินอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจเป็นอันตรายด้วย ทำให้อัตตาเพิ่มพูน และสมาธิที่ฝึกฝนก็เป็นเพียงอีกหนึ่งวิธีในการทำสมาธิ หากเข้าใจเช่นนี้ การปฏิบัติตาราแม้ว่าจะสืบทอดจากทิเบต แต่เป็นสิ่งสากล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชาวทิเบตเท่านั้น

ตารามนตราภิเษก (Tara Empowerment)

1. Purification

ทำความสะอาดอวมงคลในตัวเรา ในชีวิต และอกุศลกรรมที่ได้เคยทำมา ด้วยการอมน้ำมนตร์และบ้วนออกมา

2. Torma Offering

นำ ตอร์มา (เครื่องบูชา/พลี) ที่อุทิศให้แก่ดวงวิญญาณที่ไม่พึงพอใจ ออกไปจากมณฑลพิธี (หิ้งพระที่ตั้งจิตให้เป็นสถานจำลองพุทธเกษตร) การทำขั้นตอนนี้เพื่อขจัดอุปสรรคในการทำพิธีออกไปและทำให้เรารู้สึกว่าได้ รับการคุ้มครอง

3. Tara Story

ริมโปเชเล่าเรื่องพระแม่ตาราใน ขณะเสวยชาติเป็นเจ้าหญิงพระนามว่า “พระจันทร์แห่งปัญญา” ในกัลปะของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยศรัทธาในพระรัตนตรัย ทรงบำเพ็ญบุญกุศล และตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ในร่างของสตรีทุกภพทุก ชาติเนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าบุรุษเท่านั้นที่จะเข้าถึงการตรัสรู้ เมื่อพระภิกษุในพระราชวังขอให้ทรงตั้งจิตอธิษฐานให้ได้กำเนิดเป็นชาย ทรงกล่าวว่า “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบุรุษ หรือสตรี เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ตัวตน ชื่อบุรุษ และสตรีเป็นสิ่งปรุงแต่งจากจิตเปี่ยมด้วยอวิชชาของมนุษย์ เพราะพวกเขาปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริงถึงความจริงในระดับปรมัติถ์”

4. Sadhana Lineage

บท ตาราสาธนะ บทปฏิบัติมีแบบใดบ้าง สายการปฏิบัติที่ริมโปเชทำพิธีมาจากสมเด็จองค์การ์มาปะที่สาม ผู้รับมนตราภิเษกได้รับพรจากสายการปฏิบัตินี้

5. Preliminary Practice

การปฏิบัติเบื้องต้น

-สวดยึดพระรัตนตรัยและพระอาจารย์ (จตุสรณคมน์) เป็นสิ่งเริ่มต้นสำหรับการปฏิบัติทุกอย่าง

-สวดเจริญโพธิจิต การปฏิบัตินี้ไม่ใช่ประโยชน์ของเราคนเดียว แต่เพื่อสัตว์ทั้งหลายได้รับการหลุดพ้น

-สวดสลายบาปกรรม

-แสดงความปีติยินดีต่อบุญกุศลของพระโพธิส้ตว์ทั้งหลาย

-ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขที่ยั่งยืนและอุทิศบุญกุศล

6. Actual Empowerment

การทำมนตราภิเษก

ถ้า เราเป็นนักเรียนแพทย์ เราเห็นอาจารย์แพทย์เป็นแบบอย่าง ในทำนองเดียวกัน เราเปลี่ยนตัวเราให้เป็นดังพระแม่ตารา เรามองพระองค์เป็นแบบอย่างและเราปฏิบัติอย่างเดียวกับพระองค์

7. Emptiness Mantra

สวดมนตราเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นความว่างที่เป็นสภาวะเดิมแท้

8. Arising of Tara Emblem

ในความว่าง มีดอกบัว บนดอกบัวมีอักขระแทนตาราและจิตวิญญาณของเรา

9. Radiating of Lights

จากอักขระ มีแสงนับพันส่องไปทั่วทั้งสิบทิศ

10. Requesting Buddhas’ Blessings

แสงออกไปสัมผัสพระพุทธเจ้าและพระอริยสัตว์ทั้งหลาย เราได้รับปัญญา กรุณา และพรของพระองค์

11. Consciousness Totally Blessed

แสงแห่งพรย้อนกลับมาที่อักขระ จิตวิญญาณของเราได้รับพรเต็มเปี่ยม

12. Healing Sentient Beings

แสง อีกชุดส่องไปสัมผัสสรรพชีวิต เยียวยาจิตใจของพวกเขา ขจัดอกุศลกรรมของพวกเขา ทำให้กาย วาจา ใจของพวกเขาสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้โรคภัยไข้เจ็บของพวกเขาหมดสิ้นไป ทำให้พวกเขามีความปรีเปรมดิ์และมีความสุข

13. Achievement of Two Benefits

เมื่อแสงทำหน้าที่ทั้งสองแล้ว แสงกลับมาอยู่ที่อักขระ นั่นคือ แสงได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของเราเองและผู้อื่น

14. Visualization

ตั้ง นิมิตถึงตารา ซึ่งในที่นี้คือ ตาราองค์สีเขียว ผู้ประทับบนดอกบัว มีหนึ่งพักตร์ สองหัตถ์ หัตถ์ขวาอยู่ในท่าประทานพร หัตถ์ซ้ายถือดอกอุบล (ดอกบัวสีน้ำเงิน) ที่บานอยู่ที่พระกรรณ ทรงอาภรณ์และเครื่องประดับในลักษณะสัมโภคกายของพระพุทธเจ้า พระบาทขวายื่นออก พระบาทซ้ายพับเข้า รอบพระองค์มีพระแม่ตาราในลักษณะเดียวกันอีก 4 องค์

15. Receiving Body, Speech and Mind Blessings

ให้คิดว่าผู้ร่วมพิธีได้รับพรจากพระแม่ตารา ทั้งกาย วาจา ใจ

16. Body Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางกายของเรา และเปลี่ยนกายของเราให้เป็นดังพระวรกายของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีรับน้ำมนตร์จากโถมงคล

17. Speech Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนวาจาของเราให้เป็นดังพระวจนะของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีบริกรรมตารามนตรา

18. Mind Empowerment

ริมโปเช ประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนใจของเราให้เป็นดังพระหทัยของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีทำสมาธิถึงพระแม่ตารา

20. Quality Empowerment

ริมโปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนคุณลักษณะของเราให้เป็นดังคุณลักษณะของพระโพธิสัตว์

21. Activity Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนการกระทำของเราให้เป็นดังพระกรณียกิจของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการทำงานสานต่อพระกรณียกิจของ พระพุทธเจ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้น

22.Receiving Torma Blessings

ผู้ ร่วมพิธีรับพรจากองค์ตอร์มาซึ่งเปรียบเสมือนมันดาลา (มณฑล) แห่งพระแม่ตาราและเหล่าบริวารและทำความเคา รพพระอาจารย์ ให้คิดว่าตัวเราและมันดาลาเป็นหนึ่งเดียวกัน

23. Dedication of Merits

อุทิศบุญกุศล ขอให้สัตว์ทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณ

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (1)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)


สถานที่จัดงาน (About Khadiravana)

งาน ภาวนาจัดขึ้นที่ “ขทิรวัน” ซึ่งประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ “ขทิระ” และ “วนะ” หมายถึง ต้นสีเสียด และ ป่า คำนี้จีงหมายถึงป่าขทิระหรือป่าสีเสียด มูลนิธิพันดาราตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมนี้ว่าขทิรวันเพื่อเป็นเครื่องเตือน ใจถึงพระโพธิสัตว์สตรีในฝ่ายวัชรยาน ผู้ตั้งมหาปณิธานที่จะไม่เสด็จไปนิพพาน แต่จะดำรงอยู่ในโลกทุกภพทุกชาติจนกว่าสัตว์ชีวิตสุดท้ายจะได้รับการหลุดพ้น พระองค์ได้รับการขนานนามว่า “ตารา” หมายถึง ผู้นำไปสู่การหลุดพ้น ป่าขทิระคือสถานที่ที่พระอาจารย์ชาวอินเดียชื่อนาคารชุนได้เห็นนิมิตของพระองค์

พระอาจารย์ผู้นำภาวนา (about Ringu Tulku Rinpoche)


ท่าน ชื่อ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช เป็นพระอาจารย์สำคัญของพุทธวัชรยาน ท่านสืบคำสอนของนิกายกาจูร์ปะ ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนสมเด็จองค์การ์มาปะในยุโรป ริงกุ เป็นชื่อ ชุมชนชนเผ่าเร่ร่อนที่เป็นบ้านเกิดของท่านในแคว้นคาม ทิเบตตะวันออก ทุลกุ เป็นฉายาสำหรับพระอาจารย์ผู้ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ริมโปเช เป็นคำเรียกพระอาจารย์ (ลามะ) โดยความหมายตรงตัวคือ ผู้ประเสริฐ เมื่ออายุได้ 4-5 ปี ทิเบตเสียเอกราชและริมโปเชต้องลี้ภัยไปสิกขิม

คำสอนของพระอาจารย์ (Rinpoche’s Teachings and Work)

ท่าน เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับคำสอนในสามยานของพระพุทธศาสนา การฝึกจิต และปรัชญาแบบรีเม (ไม่แบ่งแยกนิกาย) ท่านตั้งองค์กรการกุศลชื่อ โพธิจริยา (Bodhicharya) ในเบลเยี่ยม เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือ การเยียวยาจิตใจ และการประสานความสัมพันธ์ ท่านพูดเสมอว่า เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้ผู้อื่นและประเพณีทางจิตวิญญาณอื่นๆ เราจึงจะฉลาดขึ้นและมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ท่านยังให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การงานของพันดารา (1000 Stars Work)

นอกจากสร้างสถานปฏิบัติธรรมและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบต/หิมาลัยแล้ว มูลนิธิยังดำเนินการก่อสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพของโลกซึ่งอุทิศแด่พระ โพธิส้ตว์ตารา ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของมูลนิธิ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชกล่าวชื่นชมการงานของมูลนิธิ ชมขทิรวันว่ามีความงดงาม และท่านมีความปีติยินดีที่ได้กลับมาสถานที่ที่กำลังก่อสร้างพระมหาสถูปตารา  ท่านบอกว่าขทิรวันมีความก้าวหน้าหลายอย่าง ท่านแสดงความยินดีและอนุโมทนากับอาจารย์กฤษดาวรรณและสังฆะพันดาราทุกคน

พระแม่ตารา (Bodhisattva Tara)

เรื่องราวของพระองค์เกี่ยวโยงกับการบำเพ็ญเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ ยังทรงเป็นพระโพธิส้ตว์ดังที่เราเคยอ่านหรือได้ยินจากนิทานชาดก ก่อนที่จะทรงเข้าถึงการตรัสรู้ ทรงบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์ และตั้งปณิธานว่าจะเกิดเป็นสตรีในทุกภพทุกชาติเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลกทั้ง หลาย ด้วยความรักและกรุณาอันไม่มีขีดจำกัดของพระองค์ ทรงได้รับการขนานนามว่า “พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์” พระองค์ทรงเข้าถึงการตรัสรู้ด้วยวิริยะอุตสาหะในการสั่งสมบุญบารมี ช่วยเหลือสัตว์โลก และเข้าถึงปัญญาญานอันยิ่งใหญ่ แต่ทรงขอดำรงอยู่ จึงได้รับพระนามว่า พระโพธิสัตว์

การภาวนาถึงตารา (Tara Practice)

ปณิธาน ของพระแม่ตารา : ผู้ใดระลึกถึงพระองค์ เอ่ยพระนามของพระองค์ บูชาพระองค์ ขอให้เขาเป็นอิสระจากความกลัวและภัยอันตรายทั้งหลาย ขอให้เขาได้รับการปกป้องและขอให้คำอธิษฐานของเขาสมประสงค์ กล่าวกันว่า พรของพระองค์รวดเร็ว ดุจดังแม่ที่ตอบสนองต่อลูกทันทีที่ลูกเรียกหา

ผู้ภาวนาถึงตารา (Tara Great Devotees)

ครูบาอาจารย์หลายท่านผูกพันกับพระองค์และสวดบูชาพระองค์เป็นนิจสิน เช่น ท่านนาคารชุน อตีศะทีปังกร องค์การ์มาปะที่สาม องค์ดาไลลามะที่หนึ่ง และพระอาจารย์หลายท่านสืบจนปัจจุบัน ในจำนวนท่านทั้งหลาย ท่านอตีศะ (ต้นศตวรรษที่ 11) เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

อตีศะไปทิเบต (Atisha)

ใน สมัยนั้นพุทธวัชรยานเสื่อมลงเนื่องจากเกิดการปลงพระชนม์กษัตริย์ ทำให้ขาดผู้นำทางการปกครองและทางจิตวิญญาณ ท่านยีชี เออ มีความประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์อตีศะมาทิเบต แต่ระหว่างทางถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ โจรต้องการทองเท่าตัวของท่านจึงจะปล่อยตัว หลานชายของท่านหาทองให้ท่านได้จนเกือบเท่าตัวแล้ว แต่โจรบอกว่ายังไม่พอเพราะเอาตัวไปได้แต่เอามือไปไม่ได้ ท่านมีหนังสือลับถึงหลานว่า ไม่ต้องไปหาทองมาอีก ท่านแก่แล้ว ขอให้นำทองนั้นไปถวายพระอาจารย์เพื่อนิมนต์ท่านมาทิเบตดีกว่า จะเป็นประโยชน์มากกว่า หลานของท่านจึงเดินทางไปเชิญท่านอตีศะมาทิเบต

อตีศะภาวนาถึงตารา (Atisha’s Praying to Tara)

เพราะ ท่านอตีศะผูกพันกับพระแม่ตารามาก ท่านจึงภาวนาถึงพระองค์ขอให้ทรงดลใจให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะไปทิเบต ดีหรือไม่ เหล่าสาวกของท่านล้วนแต่กังวลใจ เพราะทิเบตดูเป็นดินแดนป่าเถื่อน เต็มไปด้วยคนกินคน สูงและหนาวเย็น ท่านอตีศะเดินทางไปสวดภาวนาที่โพธิคยา ซึ่งมีพระรูปพระแม่ตาราอยู่ ที่นั่นท่านได้นิมิตพระแม่ตารา พระองค์บอกท่านว่า ถ้าท่านไปทิเบต ท่านจะทำประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ชีวิตท่านจะสั้น ท่านจะไม่ได้กลับมาอินเดียอีก ท่านอตีศะตัดสินใจไปทิเบตเพื่อไปทำประโยชน์ในการเผยแผ่พระธรรม และมรณภาพในทิเบตในเวลาต่อมา ท่านเป็นต้นกำเนิดของสายกาดัมปะ (Kadampa) ซึ่งได้กลายมาเป็นนิกายสาเกียปะ (Sakyapa) และนิกายเกลุกปะ (Gelugpa)

โพธิจิตกับการปฏิบัติบูชาตารา (Bodhicitta & Tara Practice)

หัวใจหลัก คือ โพธิจิต เป็นการบ่มเพาะความกรุณาด้วยปัญญา เป็นความกรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู เราปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ การปฏิบัตินี้จึงเน้นที่ผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เน้นที่ตัวเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าการคิดเกี่ยวกับความทุกข์ของผู้อื่นจะทำให้เราเป็น ทุกข์ หรือท้อแท้ ตรงกันข้าม กลับทำให้เรามีพลังทางบวกมากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น ในการปฏิบัตินี้ เราให้พระแม่ตาราเป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราเข้าถึงปัญญาและกรุณาเช่นเดียวกับของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ภายในตัวเรา

Green Tara Retreat


Memories from Ringu Tulku Rinpoche’s second visit to Khadiravana Center and Green Tara Retreat (5-6 February 2011)

การเยือนศูนย์ขทิรวันครั้งที่สองและภาวนา ” เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา”

February 5-6, 2011, Khadiravana Center

Rinpoche relaxed on a rock overlooking the Tara Great Stupa project. He said this rock was a natural chair. It’s pleasant looking at all the mountains surrounding the center.
ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช พักผ่อนบนก้อนหินข้างต้นไทร มองดูความก้าวหน้าของการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ท่านบอกว่า ก้อนหินนี้เป็นเก้าอี้ธรรมชาติ และท่านรู้สึกสบายที่เห็นภูเขารายล้อมศูนย์

Rinpoche and students at our Tibetan mud house.

ริมโปเชและศิษย์ที่เรือนปฏิบัติธรรมบ้านดินทิเบต

Three years ago (November 2007) Rinpoche came to Thailand for the first time. He performed a White Tara empowerment at Khadiravana. At that time, there is only the Mantra Stupa.

3 ปีก่อน ริมโปเชมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ท่านประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราขาวที่ขทิรวัน ครั้งนั้นมีเพียงสถูปมนตร์ที่เห็นด้านหลัง
The Bodhi tree planted by Rinpoche back then. Its trunk has become tall, straight and firm, as if telling us that the Buddha dharma could not be destroyed and would be everlasting just like the noble aspiration of a Bodhisattva.
ต้นโพธิ์ที่ริมโปเชปลูกเป็นครั้งแรก โตใหญ่ ลำต้นตั้งตรงเหมือนจะบอกว่า สัจธรรมไม่มีวันถูกทำลาย และจะคงเป็นนิรันดร์ดังเช่นปณิธานอันประเสริฐของพระโพธิสัตว์


Rinpoche offered an auspicious khatak at Vasutara’s shrine. He said he was happy to come back particularly to the land where the Stupa is being built. Khadiravana is beautiful. He’s impressed to see a lot of progress here.
ริมโปเชถวายผ้าคาตักมงคลที่ศาลาวสุตารา ท่านบอกว่าดีใจที่ได้กลับมาที่นี่ซึ่งเป็นสถานก่อสร้างพระสถูป ท่านยังกล่าวว่าขทิรวันงดงามมาก และท่านดีใจที่เห็นการงานก้าวหน้า
Mindful walk to the innermost zone of the land. Our destination was this ancient banyan tree, where we remember Tara and other Bodhisattvas.
เดินภาวนาไปบริเวณในสุดของที่ดิน โดยมีต้นไทรโบราณ “วิหารธรรมชาติ” ที่เราระลึกถึงพระแม่ตาราและเหล่าพระโพธิสัตว์
“I searched for my spiritual self. I found compassion here,” said a physicist from Zambia.
คุณหมอจาบูจากแซมเบียนั่งภาวนาที่ต้นไทร “ผมตามหาตัวตนทางจิตวิญญาณ แล้วมาพบความกรุณาที่นี่”
Evening at Khadiravana
ขทิรวันในยามเย็น
Kesang, Rinpoch’s brother enjoyed his visit.
The torma symbolizes Tara, her retinue and the sacred mandala.

ตอร์มา สัญลักษณ์แทนพระแม่ตาราและเหล่าบริวารของพระองค์ในมณฑลพิธี

Green Tara Empowerment – Rinpoche presented Aj Krisadawan with all the donations he received from the empowerment to support the construction of the Tara Great Stupa. His loving kindness touched our heart. Thank you very much Rinpoche for your support which will be remembered forever.
ที่งานมนตราภิเษกพระแม่ตารา ริมโปเชมอบเงินทำบุญทั้งหมดให้มูลนิธิพันดาราเพื่อร่วมสร้างพระศานติตารามหาสถูป ความเมตตาของริมโปเชจะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
Refreshments after morning meditation
 

Exhaustion over the years is gone when I see Rinpoche.
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดสูญสลายไปเมื่อได้พบริมโปเช
May the Bodhicitta which hasn’t been born arise. May the Bodhicitta which has already arisen forever increase!
ขอให้โพธิจิตที่ยังมิได้บังเกิดจงบังเกิด ที่บังเกิดแล้วจงเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป
Planting Bodhi tree. K Pramod, next to Rinpoche also offered his Jain chanting after the planting.
ปลูกต้นโพธิ์ด้วยกัน คุณปราโมทย์ยังสวดจากศาสนาเชนด้วย นี่เป็นช่วงเวลาดีๆอีกช่วงหนึ่ง
“Imagine if you are captured, how would you feel?” Rinpoche led us on fish releasing.
Celebrating our friend and foundation’s board Cholatis’s birthday at the site.
ฉลองวันเกิดคุณชลทิศ กัลยาณมิตรและกรรมการมูลนิธิที่งานปล่อยปลา
Rinpoche congratulates Methi, one of the Stupa engineers, and thanks Mayures and Cholatis and all involved for requesting a large amount of fish to be released.

Green Tara Retreat

February 5-6, 2011

Khadiravana Center (Kundrol Ling), Hua-Hin

No registration fees. Food and accommodation provided. Transport cost: 700 baht.

Reservation and map, please email 1000tara@gmail.com; Mobile: 0878299387

Program

Saturday Feb 5

6.30 Meeting at the Foundation House, Ladprao Soi 11 for those who travel with the Foundation’s vans

10.00 Teaching and practice on Tara

12.00 Lunch

14.00 Green Tara Empowerment

16.00 Refreshments

16.30 Mantra walk

18.00 Dinner

20.00 Light offerings at the Great Stupa site; prayers for world peace

21.00 Teaching on Tara meditation; discussion

22.00 Rest

Sunday Feb 6

5.00 Get up; hot drinks

5.30  Meditation

7.00 Tara sadhana; mantra recitation

8.00 Breakfast

9.30  Teaching on healing the mind

10.30 Discussion

11.30 Rinpoche blesses the retreat area and plants Bodhi tree at the Stupa site.

12.30 Lunch

14.00 Leave Khadiravana for Kaeng Krajan Reservoir

15.00 Fish releasing ceremony

16.00 Return to Bangkok

18.00 Arrive in Bangkok

Green Tara Retreat

เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

เสาร์อาทิตย์ที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2554

ณ ศูนย์ขทิรวัน ธรรมาศรมแบบทิเบต ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากพระโพธิสัตว์ตารา

มูลนิธิพันดาราขอเชิญผู้สนใจร่วมปฏิบัติธรรมเพื่อฝึกสมาธิถึงพระโพธิสัตว์ตารา (ปางศยามตาราหรือ Green Tara) บริกรรมมนตราประจำพระองค์ ซึ่งเป็นการภาวนาเพื่อเยียวยาจิตใจและบ่มเพาะความกรุณา การปฏิบัติพระศยามตาราให้อานิสงส์ในการขจัดความกลัว ความโกรธ ความท้อแท้ อารมณ์บ่อนทำลายทั้งหลาย และยังให้อานิสงส์ในการขจัดอุปสรรคในการทำงานและในชีวิต และขอเชิญร่วมพิธีมนตราภิเษกเพื่อขอพรในการปฏิบัติบูชาพระองค์ ถวายดวงประทีปแด่พระมหาสถูปอุทิศแด่พระแม่ตารา ณ บริเวณก่อสร้าง ร่วมทำบุญปล่อยปลา 150,000 ตัว ซึ่งการทำบุญนี้เราจะขอพรจากพระแม่ตาราให้คุ้มครองชีวิตสัตว์เหล่านี้

Green Tara Retreat

February 5 – 6, 2011

Khadiravana Center, Hua-Hin (Tibetan retreat center established through inspiration from Bodhisattva Tara)

The Thousand Stars Foundation invites the public to join Green Tara Empowerment and meditation, whose purpose is to develop compassion and to heal the mind. Meditating on Tara is beneficial in eliminating fear, anger, despair and other negative emotions; it also eliminates obstacles in work and daily life. Receiving an empowerment of Tara is a doorstep in meditation on Her. Participants also offer candle light to the Tara Great Stupa at the construction site, as well as join hands in releasing more than 150,000 fish at the Kaeng Krachan Reservoir in Petchaburi.

การปฏิบัตินี้ทางมูลนิธิไม่เก็บค่าลงทะเบียน มีอาหารและที่พักแบบเรียบง่ายบริการ ผู้สนใจสามารถร่วมทำบุญได้ตามศรัทธา กรุณาแจ้งความจำนงที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387 ภายในวันที่ 30 มกราคม 2554 สำหรับผู้ประสงค์เดินทางทางรถตู้ที่มูลนิธิเช่าให้จะมีค่าใช้จ่ายท่านละ 700 บาท (รวมการเดินทางไปปล่อยปลาที่เขื่อนแก่งกระจาน) สำหรับจิตอาสาช่วยงาน นักเรียน นักศึกษา ผู้ไม่มีงานทำ หรือผู้เกษียณอายุ ทางมูลนิธิจะจัดรถให้ 3-5 ท่าน

There will be no registration fees for this event. We have vegetarian food and simple lodging for the participants. Interested persons may want to donate according to their wishes. Please indicate your intention to attend at 1000tara@gmail.com, or call 087 829 93 87 by January 30. There will be a fee of 700 baht for those who travel with a van organized by the Foundation (including the travel to Kaeng Krachan Reservoir in Petchburi).

ที่พัก

ทางศูนย์จะจัดที่พักเป็นแบบเต้นท์และที่พักรวมในศาลาที่มีมุ้งลวดกันยุง จะจัดเตรียมเครื่องนอน ได้แก่ เสื่อหรือฟูกรอง ผ้าห่ม ถุงนอน หมอน ให้ ที่ขทิรวันมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาอย่างดีไว้บริการ ระหว่างพักในช่วงกลางวัน ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถนอนพักที่ศาลาเตวา วัฒนา

Accommodation:

Tents and pavilions with mosquito nets. Mattresses, sleeping bags, blankets and pillows will be provided. The center has good shower and toilet facilities. During breaks, participants can rest comfortably at Dewa Pavilion.

มหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข

โครงการ “พระศานติตารามหาสถูป” มูลนิธิพันดารา
ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมบำเพ็ญบุญกุศลประจำปี
เนื่องในวาระที่มีการก่อสร้างพระมหาสถูป

“วันมหาพุทธบูชาเพื่อกรุณาและสันติสุข”
วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 25-26 กันยายน 2553
ณ ศูนย์ขทิรวัน ต. หนองพลับ อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีชันธ์
ประธานในพิธี: พระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช
เปิดงานโดย อาจารย์ สุลักษณ์ ศิวรักษ์

ขอเชิญผู้สนใจถวายเครื่องบูชา 5000 ที่ แทนจิตศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ร่วมพิธีมนตราภิเษกเพื่อให้มีอายุยืนยาว รับพรและฟังธรรมโดยพระอาจารย์ลาตรี เคนโป เกเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช ลามะกรรมฐานซกเช็น ผู้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมในหลายประเทศทั่วโลก

เครื่องบูชา 5000 ที่ ได้แก่ ดวงเทียน ธูป น้ำบริสุทธิ์ ผลไม้ และดอกไม้ อย่างละ 1000 ที่ การถวายเครื่องบูชาแต่ละอย่างให้อานิสงส์ต่างกัน ดวงเทียนเป็นการให้แสงสว่างดับอวิชชา ธูปขจัดความมัวหมองและทำให้ทุกสิ่งกลับมาสะอาดบริสุทธิ์

น้ำขจัดความกระหายของสัตว์โลกและเป็นการถวายสิ่งที่ใสสะอาดปราศจากมลทินแด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิส้ตว์ ผลไม้ขจัดความทุกข์ยากจากความหิวและทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แห่งแผ่นดิน ดอกไม้เป็นการถวายสิ่งที่งดงามเพลิดเพลินเจริญใจ การถวายเครื่องบูชานี้เป็นการสั่งสมบุญอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้ผู้ถวายได้สลายบาปกรรม มีชีวิตที่เปี่ยมสุขพรั่งพร้อม ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีปัญญาเข้าถึงธรรม

อาหาร ที่พัก
ทางมูลนิธิไม่เก็บค่าลงทะเบียนและยินดีบริการอาหารทุกมื้อ และที่พักแบบเรียบง่ายและอบอุ่น (เต็นท์เดี่ยวหรือเต๊นท์สำหรับ 2 ท่าน และที่พักรวมในศาลาปฏิบัติธรรมซึ่งมีมุ้งลวดและมุ้งครอบกันยุง) หากผู้สนใจประสงค์จะร่วมงานเฉพาะวันที่ 25 กันยายน พิธีภาคกลางวันจะจบเวลาประมาณ 4 โมงเย็น

การเดินทาง
ในกรณีที่ท่านไม่สะดวกเดินทางโดยรถยนตร์ส่วนตัว ท่านสามารถเดินทางไปกับรถตู้ของมูลนิธิ โดยมีค่าใช้จ่าย ท่านละ 600 บาท สำหรับการเดินทาง กรุงเทพ-ขทิรวัน-แก่งกระจาน-กรุงเทพ

สนใจร่วมกิจกรรม กรุณาแจ้งความจำนง ภายในวันที่ 20 กันยายน 2553 E-mail: 1000tara@gmail.com โทรศัพท์/ โทรสาร 025285308 มือถือ 0806100770

กำหนดการ
วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2553
06.30 น. พร้อมกันที่บ้านมูลนิธิ
10.30 น. เดินทางถึงศูนย์ขทิรวัน รับประทานอาหารว่าง
11.00 น. พระอาจารย์ญีมา ทรักปา ริมโปเชสอนวิธีตั้งจิตในการประกอบบุญกุศล ผู้ร่วมงานถวายเครื่องบูชา 5000 ที่ เป็นมหาพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
11.45 น. ถวายเครื่องบูชาแด่ธรรมบาลและเทพยดาผู้พิทักษ์ผืนดิน ณ บริเวณก่อสร้างพระมหาสถูป พร้อมกับโปรยกระดาษมนตร์เพื่อสิริมงคลในชีวิต
12.45 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14.00 น. ร่วมกันก่อกองหินชัมมามนตรา อุทิศแด่ “พระแม่เชรับ ชัมมา” ผู้มีสภาวะเดียวกับพระแม่ตารา
14.30 น. ร่วมพิธีมนตราภิเษกพระพุทธเจ้าอมิตายุสเพื่อให้มีอายุยืนยาว และพิธีเรียกขวัญเพื่อโชคลาภและฐานชีวิตที่มั่นคง
16.00 น. จบโปรแกรมภาคกลางวัน
***
17.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.30 น. ถวายดวงประทีป 505 ดวง (เท่ากับจำนวนเสาเข็ม) เป็นมหาพุทธบูชา ณ บริเวณพระมหาสถูป และภาวนาเพื่อสันติสุขของสัตว์โลกทั้งหกภพภูมิ
20.30 น. พิธีอุทิศกลิ่นอาหารไหม้ให้แก่ผู้ล่วงลับ
21.30 น. กราบพระและเข้านอน


วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553
05.15 น. ตื่นนอน
05.30 น. นั่งสมาธิ ตื่นรู้กับลมหายใจสดชื่นแห่งขุนเขา น้อมนำจิตมาสู่ความเป็นธรรมชาติ
06.00 น. รับประทานเครื่องดื่มยามเช้า เก็บสัมภาระ
07.00 น. ออกเดินทางไปเขื่อนแก่งกระจาน
08.30 น. ร่วมพิธีปล่อยปลา 100,000 ตัว
09.30 น. รับประทานอาหารเช้าที่แก่งกระจาน
10.30 น. เดินทางกลับ

Dzogchen Retreat for Inner Transformation

The Tara Great Stupa Project, Thousand Stars Foundation invites everybody to attend

Dzogchen Retreat for Inner Transformation

Khadiravana Center, Nong Plub, Hua-hin, September 21 – 24, 2010

Talks in English, with Thai translation

Four days and three nights of Dzogchen (Great Perfection) retreat and “A-Tri” meditation sessions.

Practice is led by Ven. Geshe Latri Nyima Dakpa Rinpoche, a Bonpo Dzogchen master who is running meditation centers in many countries around the world, such as the US, Poland, Austria and Belarus.

Donation for the retreat: 2,000 to 4,000 baht. The fees help cover transportation cost of Rinpoche, food and refreshments, documents, utilities and labor costs of workers. All the income after expenses will be donated to Rinpoche.

Registration at 1000tara@gmail.com or call 08 06 10 07 70. Fax 02 528 53 08. Deadline for registration is September 15, 2010

Dress code: casual but polite

Accommodation: We have a number of tents, or retreatants can stay together inside our pavilion. Mosquito nets and linen are provided.

**Those who have not practiced Dzogchen before can attend. Rinpoche will start from the basics and we have some documents for you to study.

**We are inviting all participants to volunteer and join a merit making ceremony “Tara Great Stupa Day” on Saturday, September 25, 2010. On Sunday, we will go to Kaeng Krachan Reservoir to release 100,000 fish. A van will leave the Khadiravana Center at no extra fees. The van will go on to Bangkok afterwards to bring the participants home by 2 pm.

Program

September 21

06:30 am Gather at Foundation House, 695 Ladprao 11. Van leaves at this time.

11:00 am Arrives at Khadiravana Center

11:30 am – 1 pm Rinpoche gives introductory talk on Dzogchen (Session 1).

1 pm to 3 pm Lunch, followed by individual study of Rinpoche’s lesson

3 pm to 5 pm Listen to a talk and practice (Session 2)

5 pm to 6:30 pm Dinner

6:30 pm to 7:30 pm Further study of the lesson and practice of meditation

7:30 pm to 9:30 pm Questions and answers; practice of “A-Tri” meditation.

9:30 pm Go to bed.

September 22 and 23, 2010

05:30 am Wake up.

05:45 am Prostrations

06:00 am Practice of “Tuklung” and meditation

06:45 – 07:15 am Walking meditation

07:15 to 08:30 am Private time

08:30 am Breakfast

09:30 am to 11:30 am Listen to teaching and practice (Session 4)

11:30 am to 2 pm Lunch, private study of Rinpoche’s lessons

2 pm to 4:30 pm Listen to teachings and practice (Session 5)

5 pm to 6:30 pm Dinner

6:30 pm to 7:30 pm Further study of lessons and practice of letting go of everything.

7:30 pm to 9:30 pm Questions and meditation (Session 6)

9:30 pm Go to bed.

September 24, 2010

05:30 am Wake up

05:45 am Prostrations

06:00 am Practice of “Tuklung” and meditation

06:45 am to 07:15 am Private time

08:30 am Breakfast

09:30 am to 11:30 am Listen to teaching and practice (Session 7)

11:30 am to 2 pm Lunch and study of Rinpoche’s lessons

2 pm to 4 pm Questions; Rinpoche concludes the teaching on Dzogchen; Dedication of merit together.

4:30 pm End of retreat.

Remarks: Those who would like to stay on to join the “Great Offerings to the Buddhas” Day on Saturday can participate in such activities as presenting 5,000 offerings, offering 505 lamps, releasing 100,000 fish, and dedicating the merit to deceased relatives and friends. Those who like to join can volunteer to help with various types of work beginning 4 pm on Friday. We will have simple meals and accommodation for everybody.

Further information

Dzogchen

‘Dzog’ means ‘perfection’ and ‘chen’ means ‘great’. Dzogchen is a teaching about arriving at the original, primordial mind which is called ‘rigpa’ in Tibetan. The primordial mind contains no trace of duality, no evaluations or fabrications. It is like a pure sky with no clouds.

Three paths in Vajrayana

Sutra teaching emphasizes renunciation of samsara and the world and gradual path to enlightenment.

Tantra teaching concerns transformation of the world, paying homage to the Buddha from the inside.

Dzogchen teaching is a means by which one goes along a direct and immediate path to the primordial mind. It concerns letting go of everything and letting everything become liberated by itself.

About Nyima Dakpa Rinpoche

Ven. Latri Khenpo Geshe Nyima Dakpa Rinpoche has established numerous Dharma centers in the Yungtrung Bön lineage in countries such as the US, Poland, Russia, and Belarus. He is the abbot of the Latri Monastery in Tibet. Nyima Dakpa Rinpoche grew up among the Tibetan exile community in Nepal. He is the son of a famous lama from eastern Tibet. In his youth he spent his life as do most other Tibetan boys in the exile community, and when he grew up he became ordained as a monk at Menri Monastery in India under the tutelage of the 33rd Abbot of the Monastery there. He stayed there until he graduated with the highest monastic degree of “Geshe”, which is equivalent to the Ph.D. in western universities. Rinpoche has a keen interest in preserving the ancient Tibetan wisdom, and has set up the “Bon Children House” in India to help Tibetan children in exile. He has been invited to give teachings to many places around the world, and he has been invited by the Thousand Stars Foundation to Thailand many times already. Among the topics he is usually invited to teach are Dzogchen, Tibetan art of Healing, Mind Training, Dakini Training, as well as practice of the Medicine Buddha. Nyima Dakpa Rinpoche is a leading spiritual master in the world today. His book, Opening the Door to Bön, has been translated into many languages.

Sewing Prayer Flags

Everything is possible if we do it together. Volunteers were folding, cutting and sewing prayer flags yesterday at the foundation house. The flags of six colors: blue, green, red, white, yellow and orange will be taken to Kundrol Ling (Khadiravana) for the making of the fourth “Mantra Stupa”. The work will continue today from 9.30 am till 5.30 pm. Everyone is welcome.

We celebrated our work with sticky rice of rainbow colors.