Skip to content

Posts from the ‘Kundrol Ling (ศูนย์ขทิรวัน)’ Category

Art of Love & Compassion

ภาวนาศิลปะแห่งความรักความกรุณา (8-10 ธันวาคม 2555)

ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

ร่วมเรียนรู้วิธีปฏิบัติบูชาพระอารยาตาราตามบทสาธนะของท่านสุรยคุปต์ ซึ่งรจนาโดยพระอาจารย์จัมยัง เคียนเซ วังโป สวดมนต์และตั้งจิตแบบโยคี/โยคินี เรียนรู้ปรัชญาของการฝึกปฏิบัติเพื่อละอัตตา ฝึกหา

ยใจแบบทงเลน และสนทนาธรรมเกี่ยวกับรูปแบบการปฏิบัติธรรมในทิเบตที่ได้กลายเป็นวิถีแห่งจิตวิญญาณในโลกสมัยใหม่ที่เราดำรงอยู่ ภาวนามนตรา อบรมและฝึกจิตให้เปี่ยมไปด้วยความรัก ความกรุณา ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ทะเลสาบ และป่าอันรื่นรมย์แห่งศูนย์ขทิรวัน ธรรมาศรมแบบทิเบต ของมูลนิธิพันดารา ตั้งอยู่ที่ถนนหัวหิน-ป่าละอู ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

รายละเอียดและโปรแกรมการอบรม:
http://www.facebook.com/events/506214626070339/

การลงทะเบียน:
กรุณาส่งใบสมัครให้มูลนิธิทางอีเมล์ 1000tara@gmail.com ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555

Casting the Four Noble Buddhas Project

The 2-meter hight statue of Buddha of Clear Light (Shenlha Okar) is under casting by Newar artists at Patan in the  Kathmandu Valley, Nepal. Together with the other three Noble Buddhas, it will be transported to Thailand and be placed in the main temple of the Great Stupa for Peace and Harmony under construction at Kundrol Ling (Khadiravana Center).
We are grateful to our master Nyima Dakpa Rinpoche, who kindly supervises the casting of the Four Noble Buddhas (Deshek Tsowo Zhi) and travels to Nepal to give instructions to the artists.
The Foundation invites all to make contributions to this Buddha casting project and the building of the Great Stupa as a way to practice our bodhicitta as well as to preserve Buddhist heritage for countless generations.
The casting of the Buddha of Clear Light Statue will be finished in January 2013 and will be transported to Thailand right away. The remaining Buddha statues will be finished every six month and by August 2014 the last Buddha statue will be shipped to Thailand.
For more information, please contact us at 1000tara@gmail.com.
May you all enjoy prosperity and long life and may you attain the  ultimate happiness of enlightenment!

Rainbows Will Appear

In the day and night of loneliness,
In the day and night of illness,
If faith still remains,
Rainbows will always appear.

In memory of the rainbow after a curtain of rain at Kundrol Ling, 12/07/12.

ในคืนวันที่อ้างว้าง
ในคืนวันที่เจ็บป่วย
หากเรายังคงมีศรัทธา
รุ้งกินน้ำจะเกิดขึ้นเสมอ…

ที่ระลึกในวันที่เกิดรุ้งกินน้ำหน้าภูเขาหลังม่านฝน
ขทิรวัน 12/07/12

Practitioner Village, Kundrol Ling

ในระหว่างที่การงานพระสถูปดำเนินไป พระสถูปภายในก็ค่อยๆก่อร่างสร้างตัวในจิตใจของเรา…ขทิรวันขอเชิญเพื่อนๆที่ร่วมปฏิบัติธรรมกับมูลนิธิและผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างชุมชนภาวนาภายในเขตฝึกจิตด้านในของศูนย์ เพื่อนๆที่ร่วมสร้างจะสามารถใช้เรือนภาวนาไปตลอดชีวิต ในเขตนี้จะเป็น green living เราจะช่วยกันปลูกผักผลไม้ไร้สาร ปลูกดอกไม้สำหรับบูชาพระ ในชุมชนนี้จะไม่เสียงเครื่องยนต์ ไม่มีสารเคมี มีเพียงสายลมแห่งมนตราและการภาวนาที่ด้านหนึ่งมีภูเขาและอีกด้านหนึ่งมีพระสถูปเป็นหลักชัยของชีวิต…รายละเอียดของโครงการจะประกาศในเร็ววันนี้เมื่อแบบเรือนภาวนาออกแบบเสร็จสมบูรณ์

ขอขอบคุณ คุณชลทิส ตามไท กรรมการมูลนิธิและสถาปนิกจิตอาสาผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

Tara Consecration and Retreat

The Thousand Stars Foundation invites friends and interested persons to attend a consecration ceremony of our beloved Tara image from the land of Himalayas and attend a meditation retreat on Tara on May 5, 2012. Volunteers are invited to help with cleaning, preparing the place and making flower offerings on May 4. On May 6-8, there will be more talks and meditation conducted by Kunga Sangbo Rinpoche. The event will end with a Tara empowerment on May 9. This event is our annual offering to Bodhisattva Tara. There are no registration fees. Food and accommodation will be provided. Please register before May 1 at 1000tara@gmail.com.

“ตาราภาวนา : เพื่อกรุณาและสันติสุข”
ภาวนาบนวิถีพระแม่ตารา
มูลนิธิพันดาราขอเชิญร่วมกิจกรรม
วันศุกร์ที่ 4 ถึงวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555
ณ ศูนย์ขทิรวัน ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
โดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช
หมายเหตุ : ไม่มีค่าลงทะเบียนกรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เพื่อสะดวกในการจัดเตรียมที่พักและอาหารสาหรับทุกท่าน ทางมูลนิธิยินดีรับบริจาคทั้งจากผู้ร่วมอบรมและผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ตามกาลังศรัทธา “รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว สมทบทุนร่วมสร้างศานติตารามหาสถูปและค่าเดินทางของพระอาจารย์
ขอเชิญร่วมนาดอกไม้สด กระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อจัดเป็นเครื่องบูชาอันประเสริฐแด่องค์พระโพธิสัตว์ตารา และ ทุกท่านสามารถอยู่ร่วมภาวนาในกิจกรรม “มงคลชีวิตจากปัญญาแห่งพุทธวัชรยาน” ระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2555 ได้ที่ศูนย์ขทิรวัน
วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2555
ชวนจิตอาสามูลนิธิพันดารา ร่วมกันจัดเตรียมพื้นที่
13.00 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน ประชุมจิตอาสา
(กรุณารับประทานอาหารกลางวันมาให้เรียบร้อย)
วันแรกเราจะจัดอาหารมื้อเย็น 1 มื้อ
14.00 กิจกรรม “จิตอาสา ร้อยใจพันดารา” ร่วมกันจัดเตรียมพื้นที่สาหรับพิธีพุทธาภิเษก
17.00 พัก
17.30 รับประทานอาหารเย็น
19.30 ทาวัตรเย็น เตรียมภาวนา
21.00 เข้านอน


วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555
ขอเชิญร่วมพิธีพุทธาภิเษก และบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระอารยาตารามหาโพธิสัตว์
นาโดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช
กิจกรรม “ตาราภาวนา : เพื่อกรุณาและสันติสุข”
ร่วมสวดมนตราแห่งพระแม่ตารา 21 พระองค์
06.00 รถตู้ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิ
09.30 ถึงขทิรวัน
10.00 การบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีพุทธาภิเษก
13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
15.00 บรรยายธรรมและสมาธิภาวนา
17.30 รับประทานอาหารเย็น
19.00 ทาวัตรเย็น เสวนาธรรม สมาธิ
21.00 เข้านอน
ลงทะเบียน ได้ที่ 1000tara@gmail.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 087-829-9387, 083-300- 8119
การเดินทาง

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถตู้ที่ทางมูลนิธิเช่าให้มีค่าใช้จ่ายท่านละ 500 บาท สาหรับการเดินทางไปกลับ
สถานที่พัก
*ห้องพักรวม 2-3 ท่าน ศาลาวสุตารา หรือ ท่านสามารถ นา เตนท์ส่วนตัวไปกางนอนเดี่ยวได้,ทางศูนย์มีเตนท์ไว้บริการเพิ่มเติม, ห้องน้ารวม
สิ่งของที่ควรเตรียมไปสาหรับการเข้าพัก
* แต่งกายเสื้อสีสุภาพ กางเกงขายาวหรือสามส่วนสีสุภาพสาหรับการปฏิบัติธรรมจานวนเพียงพอโดยไม่ต้องซัก
* ศูนย์ขทิรวันในช่วงกลางวันแดดร้อน ตกค่าอากาศเย็น ควรเตรียมหมวก ร่ม และเสื้อแขนยาว
* ขวดน้าส่วนตัว แก้วน้าดื่ม มีฝาปิด หรือกระติกน้าขนาดพกติดตัว
* เครื่องใช้ส่วนตัว อุปกรณ์การอาบน้าผ้าถุง ผ้าขาวม้า กระดาษทิชชู
* ยารักษาโรคประจาตัว ยา/โลชั่นทากันยุง
* ไฟฉาย เรือนนอนแยกจากห้องน้า

เรือนทศบารมี

เรือนปฏิบัติธรรม “พาร์ชิน” (ทศบารมี) ประกอบด้วยห้องนอน 10 ห้อง มีชื่อตามคุณธรรมของพระโพธิสัตว์ดังนี้

(1) ทาน

(2) ศีล

(3) ขันติ

(4) วิริยะ

(5) สมาธิ

(6) ปณิธาน

(7) กรุณา

(8) ภาวนา

(9) อุปายะ

(10) ปัญญา

เรือนหลังนี้สร้างด้วยความรักบริสุทธิ์ของคุณพ่อคุณแม่ของอ.กฤษดาวรรณ และปณิธานของมูลนิธิพันดาราที่จะให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้มีห้องภาวนาเป็นการส่วนตัวและมีความเป็นสัปปายะ เพื่อเอื้อต่อการทำสมาธิ

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญในการเป็นเจ้าภาพเครื่องใช้ภายใน ตอนนี้เรายังขาดพัดลมติดผนังขนาด 12 นิ้ว โต๊ะไม้สำหรับวางบทสวดมนตร์และเขียนหนังสือ ที่นอน และขอเชิญร่วมสมทบทุนในการทำภูมิทัศน์เพื่อให้เรือนนี้ร่มรื่นงดงามและกลมกลืนกับศาลาวสุตาราซึ่งจะเป็นที่ประดิษฐานพระแม่ตาราขนาดใหญ่และเป็นที่ทำสมาธิภาวนาของศูนย์ขทิรวัน

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญในโครงการนี้ โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1000tara@gmail.com หรือขอนัดพบอ.กฤษดาวรรณ ที่โทร 0878299387, 0833008119

Senators’ Visit to Khadiravana

18 March 2011 : Khadiravana (Kundrol Ling) welcomed two senators, Nongplub mayor and 40 people mainly from the Nongplub district who came to receive the senators. It was a joy to have them with us.

A dharma gift to the center by Dr. Worasak, former owner of the land.

Bangkok Senator Rosana and Petchburi Senator Sumon visited the center and learned a new expression of Tibetan wisdom here.

Senator Rosumon in the retreat zone with blooming Kapi tree.

Thai sakura

The senators learned about Khadiravana’s philosophy and the Stupa project.

A walk in the retreat zone to the Stupa site

At our special banyan in the innermost zone

Informal forum with the senators.

 

 

 

Retreat House Construction Project

โครงการก่อสร้างเรือนปฏิบัติธรรม ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

Retreat House Construction Project, Khadiravana Center, Hua-Hin

Construction Period: 2 months (March-April 2011)

Architect: Cholatis Tamthai

สถาปนิก : ชลทิศ ตามไท ผู้ก่อสร้าง : สำราญ เหลืองลักขณาวลัย ระยะเวลาในการก่อสร้าง : 2 เดือน (มีนาคม-เมษายน 2554) เรือนรวมหลังนี้จะมีต้นไทรเกาหลีให้ร่มเงา บรรยากาศสงบเงียบเหมาะแก่การทำสมาธิภาวนา แต่ละห้องมีความเป็นส่วนตัว มีหลังคาสองชั้นกันความร้อน จะใช้เป็นที่พักสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมในยามที่มีกิจกรรมกลุ่มและสำหรับผู้ต้องการภาวนาเป็นรายบุคคล และใช้เป็นที่พักสำหรับผู้มาเรียนภาษาและพุทธศิลป์ทิเบต (โครงการในอนาคต)

ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีที่นอน อาสนะนั่งสมาธิ โต๊ะ โคมไฟ สำหรับอ่านบทสวดมนตร์ เขียนหนังสือ

เรือนปฏิบัติธรรมหลังแรกของขทิรวัน อยู่ด้านหลังศาลาวสุตารา ในบริเวณร่มรื่นหน้าสวนไผ่

ความเป็นมาของโครงการ

ตลอดสามปีที่ผ่านมา เรานอนเต้นท์ เมื่อฝนตก เราหนีขึ้นมานอนศาลา วิสาขบูชาหนึ่ง เราถูกยุงรบกวนเพราะมุ้งลวดที่ศาลาต้องถูกถอดเอาไปซ่อม ทุกครั้งที่ฝนตก สต๊าฟนอนไม่ค่อยหลับ ห่วงว่าน้ำจะเข้าเต้นท์ ผู้ปฏิบัติธรรมจะนอนไม่ได้ กลางวัน แดดแรง ผู้ปฏิบัติไม่สามารถพักผ่อนในเต้นท์ได้

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มูลนิธิจัดกิจกรรมภาวนาตั้งแต่ 4 วันขึ้นไป เราจึงตัดสินใจสร้างเรือนปฏิบัติธรรม การงานของเราจะพัฒนาจิตใจของผู้คน ไปพร้อมๆกับสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพ…สนใจร่วมทำบุญสร้างเรือนปฏิบัติธรรม ติดต่อมูลนิธิที่ 1000tara@gmail.com โทร 0878299387 หรือนัดหมายเพื่อพบกับอ.กฤษดาวรรณ

เรามุ่งหวังจะใช้เรือนปฏิบัติธรรมหลังนี้เป็นครั้งแรกในงานวิสาขบูชาภาวนา อบรมเตรียมตัวตายอย่างมีสติ

12-18 พฤษภาคม 2554

 

When Compassion Blooms in Our Heart

Photos from “Maghapuja Compassion & Yoga Retreat,” Khadiravana Center, 17-20 February 2011

เมื่อความกรุณาเบ่งบานในใจของเรา

มาฆบูชาภาวนา 17-20 กุมภาพันธ์ 2554 ศูนย์ขทิรวัน

ความรัก ความสุข สุขภาพ สมาธิ และจุดเร่ิมต้นของมิตรภาพธรรม

ทุกวันมาฆบูชา เราจะปฏิบัติธรรมเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกจิตให้อ่อนโยนและเมตตาต่อทุกสรรพชีวิต นี่คืออีกหนึ่งวันที่จะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์ตารา ผู้ตั้งมหาปณิธานอันประเสริฐที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์จนกว่าชีวิตสุดท้ายจะเข้าถึงการหลุดพ้น

ปีนี้เป็นปีที่สามของการจัดมาฆบูชาภาวนาที่ศูนย์ขทิรวัน สวนป่าแห่งความรื่นรมย์ที่พวกเราน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อสานต่อการงานพระโพธิสัตว์โดยเฉพาะการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิจิตในจิตใจของผู้คน

นอกจากจะได้สวดตารามนตรา นั่งสมาธิถึงพระองค์ ทำกิจกรรมการกุศลต่างๆ เรายังได้ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิร่วมกัน ครูดล ครูแดง ครูอ๊อด จากเครือข่ายชีวิตสิกขาทำให้มาฆบูชาภาวนาปีนี้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆที่เราได้เตรียมกายให้พร้อมสำหรับจิตที่กระจ่างใสและมั่นคง

ขอขอบคุณและอนุโมทนาต่อกัลยาณมิตรทุกคน ต่อจิตอาสาและผู้ประสานงานพันดารา ทำให้มาฆบูชาภาวนาครั้งนี้เต็มไปด้วยบุญกุศล ความเบิกบานและเสียงแห่งความสุข

ศาลาวสุตารา ที่ทำสมาธิและกราบพระ ตั้งตระหง่านกลางแมกไม้และดอกไม้

อาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ หลังภาวนายามเช้าไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

ยืดหลัง ผ่อนสิ่งที่ตึง คลายความหมกมุ่นในจิตใจ

เมื่อกำมือ เหมือนกำอัตตาไว้แน่น

เมื่อคลายมือ อัตตาสลายไป

ทำแต่ละท่วงท่าอย่างอ่อนโยน ผ่อนคลาย เบิกบาน

นอน นั่ง ยืน เดิน

ทุกท่วงท่า คือ โยคะ

ทุกท่วงท่า คือ สมาธิ

“บ้าน” หน้าขุนเขา

 

ไม่ว่าหลับตา หรือลืมตา เราจะสลัดการปรุงแต่งให้หมดไป คงเหลือเพียงจิตกระจ่างใส สว่าง สะอาด เบิกบาน

การปฏิบัติธรรมคือการเช็ดกระจกให้ใส เอาเขม่าแห่งกิเลสออกจากกระจกแก้วที่เป็นจิตภายใน วิธีการต่างๆ เป็นเหมือนน้ำยาเช็ดกระจก ถ้าไม่เช็ด กระจกก็จะหมอง ขุ่นมัวไปเรื่อยๆ จนเรามองไม่เห็นตัวตนที่แท้ของเราเอง

เบิกบานในทุกเวลา โดยเฉพาะเวลานี้

ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยเมตตาของครูดล โยคะกลายเป็นเรื่องง่าย

ขอน้อมถวายพระจันทร์วันเพ็ญเป็นพุทธบูชา

“โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา”

มนตราบทนี้จะหมุนกลางใจของเราจนกว่าจิตเย่อหยิ่งจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา

ดุจดังจิตของพระแม่ตารา

ช่วงเวลาแห่งการภาวนาทำให้เราได้มีเวลาใคร่ครวญ เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น และรู้จักตัวตนของเราเอง

กองทัพธรรมเดินด้วยท้อง ขอบคุณแม่ครัวใจบุญของเรา

ถึงเวลาลาศีล อ.เยินเต็นตีฉาบอวยชัย

สถูปมนตร์แห่งนี้ เตือนใจให้นึกถึงพระอาจารย์ผู้ประเสริฐ และวันคืนดีๆกับสังฆะพันดารา

สวดมนตร์อวยชัย


 

ปัญญากับกรุณาเป็นของคู่กัน เหมือนปีกทั้งสองของนก เหมือนเท้าทั้งสองของเรา


Summary of Teachings from Green Tara Retreat (2)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)

เรียบเรียงโดย รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

ความไม่มีประมาณสี่ประการ (Four Limitless)

หัวใจของการฝึกปฏิบัติตาราคือการปฏิบัติความเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งจำเป็นต้องฝึกฝนความไม่มีประมาณ 4 ประการได้แก่

1. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข

2. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรู

3. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงความสุขอันเป็นบรมสุข

4. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงสันติสุขอันยั่งยืนโดยปฏิบัติต่อทุกคนด้วยจิตอุเบกขา

ใคร ก็ตามที่ฝึกฝนทั้งสี่ข้อ เขาจะอยู่บนวิถีพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ครูบาอาจารย์ได้เคยปฏิบัติมาแล้วและได้ผลจากการปฏิบัตินั้น

บทปฏิบัติตารา/ตาราสาธนะ (Tara Sadhana)

เป็น ชื่อคัมภีร์ที่เน้นให้เราไม่เพียงทำสมาธิเพื่อเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นดัง จิตของพระพุทธองค์ แต่ยังยึดพระองค์เป็นสรณะ เจริญโพธิจิต รักษาศีล หลีกเลี่ยงการประกอบอกุศลกรรม บำเพ็ญบุญ และอุทิศบุญกุศล การปฏิบัตินี้จึงเป็นการปฏิบัติโดยสมบูรณ์ที่เน้นปัญญา สมาธิ และการกระทำแห่งความกรุณาในเวลาเดียวกัน บทปฏิบัติมีทั้งขนาดสั้นเป็นพิเศษ สั้น ยาว และยาวเป็นพิเศษ จะใช้บทใดขึ้นอยู่กับเวลาสำหรับการปฏิบัติและสถานการณ์ โดยจะต้องได้รับการรับมอบคำสอนจากคุรุผู้มีคุณสมบัติที่จะสามารถมอบคำสอนได้ ได้รับมนตราภิเษก (empowerment/initiation) ซึ่งเป็นการขอพรจากคุรุและสายการปฏิบัติธรรมของท่าน ได้รับอนุญาตให้นั่งสมาธิถึงพระแม่ตาราและบริกรรมมนตราหัวใจประจำพระองค์

ปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง (Practice to Transform Oneself)

แต่ การฝึกปฏิบัติไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่เรายังต้องฝึกเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราให้ดีขึ้น ดูแลอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง สังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบที่เรามักทำเมื่อมีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น โดยมีจุดหมายหลักเพื่อรู้จักตัวตน ถ้าปฏิบัติตารา แต่ไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น การปฏิบัตินอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจเป็นอันตรายด้วย ทำให้อัตตาเพิ่มพูน และสมาธิที่ฝึกฝนก็เป็นเพียงอีกหนึ่งวิธีในการทำสมาธิ หากเข้าใจเช่นนี้ การปฏิบัติตาราแม้ว่าจะสืบทอดจากทิเบต แต่เป็นสิ่งสากล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชาวทิเบตเท่านั้น

ตารามนตราภิเษก (Tara Empowerment)

1. Purification

ทำความสะอาดอวมงคลในตัวเรา ในชีวิต และอกุศลกรรมที่ได้เคยทำมา ด้วยการอมน้ำมนตร์และบ้วนออกมา

2. Torma Offering

นำ ตอร์มา (เครื่องบูชา/พลี) ที่อุทิศให้แก่ดวงวิญญาณที่ไม่พึงพอใจ ออกไปจากมณฑลพิธี (หิ้งพระที่ตั้งจิตให้เป็นสถานจำลองพุทธเกษตร) การทำขั้นตอนนี้เพื่อขจัดอุปสรรคในการทำพิธีออกไปและทำให้เรารู้สึกว่าได้ รับการคุ้มครอง

3. Tara Story

ริมโปเชเล่าเรื่องพระแม่ตาราใน ขณะเสวยชาติเป็นเจ้าหญิงพระนามว่า “พระจันทร์แห่งปัญญา” ในกัลปะของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยศรัทธาในพระรัตนตรัย ทรงบำเพ็ญบุญกุศล และตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ในร่างของสตรีทุกภพทุก ชาติเนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าบุรุษเท่านั้นที่จะเข้าถึงการตรัสรู้ เมื่อพระภิกษุในพระราชวังขอให้ทรงตั้งจิตอธิษฐานให้ได้กำเนิดเป็นชาย ทรงกล่าวว่า “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบุรุษ หรือสตรี เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ตัวตน ชื่อบุรุษ และสตรีเป็นสิ่งปรุงแต่งจากจิตเปี่ยมด้วยอวิชชาของมนุษย์ เพราะพวกเขาปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริงถึงความจริงในระดับปรมัติถ์”

4. Sadhana Lineage

บท ตาราสาธนะ บทปฏิบัติมีแบบใดบ้าง สายการปฏิบัติที่ริมโปเชทำพิธีมาจากสมเด็จองค์การ์มาปะที่สาม ผู้รับมนตราภิเษกได้รับพรจากสายการปฏิบัตินี้

5. Preliminary Practice

การปฏิบัติเบื้องต้น

-สวดยึดพระรัตนตรัยและพระอาจารย์ (จตุสรณคมน์) เป็นสิ่งเริ่มต้นสำหรับการปฏิบัติทุกอย่าง

-สวดเจริญโพธิจิต การปฏิบัตินี้ไม่ใช่ประโยชน์ของเราคนเดียว แต่เพื่อสัตว์ทั้งหลายได้รับการหลุดพ้น

-สวดสลายบาปกรรม

-แสดงความปีติยินดีต่อบุญกุศลของพระโพธิส้ตว์ทั้งหลาย

-ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขที่ยั่งยืนและอุทิศบุญกุศล

6. Actual Empowerment

การทำมนตราภิเษก

ถ้า เราเป็นนักเรียนแพทย์ เราเห็นอาจารย์แพทย์เป็นแบบอย่าง ในทำนองเดียวกัน เราเปลี่ยนตัวเราให้เป็นดังพระแม่ตารา เรามองพระองค์เป็นแบบอย่างและเราปฏิบัติอย่างเดียวกับพระองค์

7. Emptiness Mantra

สวดมนตราเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นความว่างที่เป็นสภาวะเดิมแท้

8. Arising of Tara Emblem

ในความว่าง มีดอกบัว บนดอกบัวมีอักขระแทนตาราและจิตวิญญาณของเรา

9. Radiating of Lights

จากอักขระ มีแสงนับพันส่องไปทั่วทั้งสิบทิศ

10. Requesting Buddhas’ Blessings

แสงออกไปสัมผัสพระพุทธเจ้าและพระอริยสัตว์ทั้งหลาย เราได้รับปัญญา กรุณา และพรของพระองค์

11. Consciousness Totally Blessed

แสงแห่งพรย้อนกลับมาที่อักขระ จิตวิญญาณของเราได้รับพรเต็มเปี่ยม

12. Healing Sentient Beings

แสง อีกชุดส่องไปสัมผัสสรรพชีวิต เยียวยาจิตใจของพวกเขา ขจัดอกุศลกรรมของพวกเขา ทำให้กาย วาจา ใจของพวกเขาสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้โรคภัยไข้เจ็บของพวกเขาหมดสิ้นไป ทำให้พวกเขามีความปรีเปรมดิ์และมีความสุข

13. Achievement of Two Benefits

เมื่อแสงทำหน้าที่ทั้งสองแล้ว แสงกลับมาอยู่ที่อักขระ นั่นคือ แสงได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของเราเองและผู้อื่น

14. Visualization

ตั้ง นิมิตถึงตารา ซึ่งในที่นี้คือ ตาราองค์สีเขียว ผู้ประทับบนดอกบัว มีหนึ่งพักตร์ สองหัตถ์ หัตถ์ขวาอยู่ในท่าประทานพร หัตถ์ซ้ายถือดอกอุบล (ดอกบัวสีน้ำเงิน) ที่บานอยู่ที่พระกรรณ ทรงอาภรณ์และเครื่องประดับในลักษณะสัมโภคกายของพระพุทธเจ้า พระบาทขวายื่นออก พระบาทซ้ายพับเข้า รอบพระองค์มีพระแม่ตาราในลักษณะเดียวกันอีก 4 องค์

15. Receiving Body, Speech and Mind Blessings

ให้คิดว่าผู้ร่วมพิธีได้รับพรจากพระแม่ตารา ทั้งกาย วาจา ใจ

16. Body Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางกายของเรา และเปลี่ยนกายของเราให้เป็นดังพระวรกายของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีรับน้ำมนตร์จากโถมงคล

17. Speech Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนวาจาของเราให้เป็นดังพระวจนะของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีบริกรรมตารามนตรา

18. Mind Empowerment

ริมโปเช ประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนใจของเราให้เป็นดังพระหทัยของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีทำสมาธิถึงพระแม่ตารา

20. Quality Empowerment

ริมโปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนคุณลักษณะของเราให้เป็นดังคุณลักษณะของพระโพธิสัตว์

21. Activity Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนการกระทำของเราให้เป็นดังพระกรณียกิจของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการทำงานสานต่อพระกรณียกิจของ พระพุทธเจ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้น

22.Receiving Torma Blessings

ผู้ ร่วมพิธีรับพรจากองค์ตอร์มาซึ่งเปรียบเสมือนมันดาลา (มณฑล) แห่งพระแม่ตาราและเหล่าบริวารและทำความเคา รพพระอาจารย์ ให้คิดว่าตัวเราและมันดาลาเป็นหนึ่งเดียวกัน

23. Dedication of Merits

อุทิศบุญกุศล ขอให้สัตว์ทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณ