Skip to content

Posts from the ‘Kundrol Ling (ศูนย์ขทิรวัน)’ Category

สายใยพันดารา ทอดผ้าป่าหนึ่งพันกอง ครั้งที่ 2

มูลนิธิพันดาราขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเดินทางบนวิถีแห่งความรักความกรุณาและสันติภาพ ด้วยการสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป” (Tara Great Stupa of Peace and Harmony) พระสถูปเจดีย์พุทธศิลป์ทิเบตแห่งแรกของประเทศไทย

พระสถูปองค์นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากพระโพธิสัตว์ตารา ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความเมตตากรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และอุทิศแด่สันติภาพและความปรองดองกัน

เพื่อให้การก่อสร้างพระมหาสถูปสำเร็จลุล่วง มูลนิธิพันดาราขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี “สายใยพันดารา ทอดผ้าป่าหนึ่งพันกอง ครั้งที่ 2 ” ในวันที่ 28 สิงหาคม 2553 ณ วัดทองนพคุณ คลองสาน ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น.

ในการนี้ พระเทพปริยัติมุนี เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณและรองเจ้าคณะภาค 11 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ผ้าป่า กองละ 1000 บาท หรือทำบุญตามจิตศรัทธา

ผู้มีจิตศรัทธาท่านใดมีความประสงค์จะร่วมเป็นกรรมการ โปรดติดต่อคุณพรรณพิไลที่ 1000tara@gmail.com หรือโทร. 0806100770 ภายในวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน ศกนี้

ขออนุโมทนาต่อบุญกุศลของท่านในครั้งนี้และขอให้ท่านได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณในการอนาคตด้วยเทอญ

***

รูปแบบพระมหาสถูป :

พระศานติตารามหาสถูป มีฐานกว้าง 30 เมตร สูง 72 เมตร จะก่อสร้างตามแบบประเพณีโบราณของทิเบตทุกประการ ประกอบด้วย

1. อาคารอเนกประสงค์ที่ฐานราก

2. บันไดโปตาลา

3. ลานทักษิณาวรรต

4. พระมหาวิหารเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธานพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ และใช้เป็นที่นั่งสมาธิภาวนาและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

5. ซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปพระโพธิสัตว์ในลักษณะต่างๆอีก 13 องค์

6. องค์พระสถูปซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่จะอัญเชิญมาจากทิเบต

7. ห่วง 13 ห่วงแทนขั้นตอนไปสู่การตรัสรู้

8. ยอดพระสถูป สัญลักษณ์ของการดับอวิชชา

ความก้าวหน้าในการก่อสร้าง :

หลังวันที่ 26 กันยายน 2553 (วันอัญเชิญพระสถูปจำลองไปประดิษฐานที่ศูนย์ขทิรวันและวันขุดดินเพื่อการก่อสร้างเป็นวันแรก) มูลนิธิได้ปรับปรุงแบบสถาปัตยกรรมและแบบวิศวกรรมโดยทำงานใกล้ชิดกับวิศวกรจากกรมศิลปากร ได้ปรับดินบริเวณก่อสร้าง ทำถนนสำหรับรถบรรทุกลำเลียงวัสดุไปบริเวณก่อสร้าง และดำเนินการตอกเสาเข็ม 512 ต้น ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนมิุนายนนี้ ในระหว่างนี้ มูลนิธิก็ได้จัดกิจกรรมสมาธิภาวนา กิจกรรมจิตอาสาและพุทธศิลป์ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ปลูกป่าจัดสวน

สำหรับการงานต่อไป มีดังนี้

กรกฎาคม-สิงหาคม 53 ประมูลผู้รับเหมา เตรียมงานก่อสร้างฐานราก

กันยายน 53 เริ่มการก่อสร้าง จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมและงานวันพระสถูป

ตุลาคม 53 ถึง มีนาคม 54 ก่อสร้างฐานรากและอาคารอเนกประสงค์ภายใน จนถึงบันไดโปตาลา

เมษายน ถึง ธันวาคม 54 ดำเนินงานฐานรากจนแล้วเสร็จ เริ่มก่อสร้างพระมหาวิหาร

Breathing Wisdom Breath

ตื่นนอนแต่เช้า หายใจเข้านำลมแห่งปัญญาเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิต หายใจออกขับไล่พิษแห่งจิตใจและ
ความ เขลาแห่งอวิชชาออกไป เร่ิมต้นแต่ละวันด้วยลมหายใจแห่งปัญญา พร้อมกับตั้งจิตจะทำความดีระหว่างวัน ก่อนนอนอุทิศบุญกุศลที่ได้ทำและนอนหลับด้วยจิตเปี่ยมสุข

[ภาพ – ต้นไทรใหญ่ที่ขทิรวัน ที่แห่งนี้เมื่อสี่ีปีก่อนคือแรงบันดาลใจให้ทำการงานในวันนี้]

Great Stupa in Action

More pilings were delivered at Khadiravana Center on May 19. Although we had problem with the workers the day before, all the problems are now fixed and today (May 21) a group of new workers have arrived. The pilings work will resume tomorrow. About 250 more pilings will be planted.

250 pilings of various sizes successfully planted

Newly transported pilings

Vasutara Sala and Mantra Stupa amidst green summer

Interesting cloud over the Stupa site

Natural meditation site

Drawing Symbols of Auspiciousness

กิจกรรมวาดสัญลักษณ์พุทธศิลป์มงคลแปด (ต้าชี่ ตักเจด) เพื่อเฉลิมฉลองวิสาขบูชา

ภาพผนังศาลาที่จะวาดและรายละเอียดของสัญลักษณ์

Event: Drawing Eight Symbols of Good Fortune (Tashi Dagyed) in Tibetan/Himalayan Culture

Venue: Khadiravana Center

Dates: 28-29 May 2010 to celebrate Visakhapuja

Artists: Supachok Chumsai Na Ayudhaya, Atipong Padanupong and drawing volunteers

We’ll draw eight auspicious symbols at the Center’s new pavilion, Dewa Watana Sala.

Dewa Watana Sala, Khadiravana Center

This Pavilion’s inner walls are where we’ll draw eight auspicious symbols.

The Parasol (Tib. dug) represents protection against the heat of defilements (klesha).

ฉัตร (ทิเบต: ตุก) ปกป้องจากความร้อนแห่งกิเลส

The Golden Fishes (Sernya), a symbol of good fortune

สุวรรณมัจฉา (เซร์ญา) แสดงด้วยปลาทองคู่ เป็นสัญลักษณ์ของโชคดี

The Right-Turning Conch Shell (Dung yer khyil) stands for the fame of the Buddha’s teaching, which spreads in all directions like the sound of the conch trumpet.

ทักษิณาวรรตสังข์ (ตุงเยชีล) หมายถึง เสียงแห่งพระธรรมแพร่กระจายไปทุกทิศ ดุจเสียงแตรสังข์

The Lotus (Padma) is a symbol of purity.

ปัทมา (เปมา) คือ สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์

The Treasure Vase (Bumpa) stands for the fulfillment of spiritual and material wishes.

โถรัตนะ (พุมปา) แทนความสมประสงค์ทั้งทางโลกและทางธรรม

Glorious endless knots (Palwe) symbolizes that all phenomena are interrelated and infinite knowledge of Buddha.

ปาเว เป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่ง และพระมหาปัญญาธิคุณของพระพุทธองค์ที่ไม่มีวันหมดสิ้น

The Victory Banner (Gyaltshan) symbolizes the victory of the Buddhist teaching, the victory over ignorance, and the victory over all disagreements and disharmonies.

ธวัชชัย (เกียลเซน) เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะในพระพุทธศาสนา ชัยชนะเหนืออวิชชา และชัยชนะเหนือการแตกแยกและไม่ปรองดองกัน

The Wheel (Khorlo) represents the Buddhist teaching, which is complete and perfect.

ธรรมจักร (คอร์โล) คือ กงล้อแห่งพระธรรมอันสมบูรณ์

***

กิจกรรมนี้ยังคงเปิดรับอยู่จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม หากท่านใดจะมาร่วมปฏิบัติธรรมและให้กำลังใจผู้วาด ก็จะเป็นอานิสงส์อย่างยิ่ง

อมงคลอันประเสริฐมาสู่ท่านและครอบครัวและประเทศไทยตลอดไป

Email: 1000tara@gmail.com โทร. 0806100770

Tara Great Stupa News

The pilings work is under way. As of today (May 14), 250 pilings have been planted. We have accomplished half way. The remaining work will be done till completed next month. On May 28-29, the foundation will organize a Viskhapuja full moon meditation. This will be the first time we will resume our prayers at the Stupa site after pilings work started in late March.

Drawing Auspicious Symbols on Visakhapuja

จิตอาสาวาดภาพ “สัญลักษณ์ทางพุทธศิลป์ ผนังอาคาร ศาลา เตวา วัฒนา”

เนื่องในการปฏิบัติธรรม วันวิสาขบูชา ณ ศูนย์ขทิรวัน บ้านมะค่าสี่ซอง ตำบลหนองพลับ

อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

วันศุกร์ที่ ๒๘ และ วันเสาร์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓

ความเป็นมา

ศาลาเตวา วัฒนา ซึ่งมีความหมายว่า “ความสุข ความเจริญ” เป็นอาคารอเนกประสงค์ที่ศูนย์ขทิรวัน ใช้บรรยายธรรม จัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมในพระพุทธศาสนา ตลอดจนใช้แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับมูลนิธิพันดาราและทิเบต/หิมาลัย มีลักษณะเป็นศาลา 8 เหลี่ยม มีการประดับลายปูนปั้นและทาสีตามศิลปร่วมสมัยของทิเบต

ศาลาเตวา วัฒนาก่อสร้างขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2553 โดยครอบครัวศิลปสมัยที่มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกับมูลนิธิพันดาราและเพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่คุณวัฒนา ศิลปสมัยผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งในเดือนธันวาคม 2552

ในวันมาฆบูชาที่ผ่านมา (28 กุมภาพันธ์ 2553) พระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเชได้ประกอบพิธีเปิดศาลาอย่างเป็นทางการและได้แสดงธรรมะเกี่ยวกับพระแม่ตาราที่ศาลาแห่งนี้ หลังจากนั้น คณะสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาจากหลายประเทศได้ใช้ศาลาในการจัดเสวนาเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมของสตรีและบทบาทของสตรีในการทำนุบำรุงพระศาสนา

เนื่องด้วยผนังอาคารของศาลา เตวา วัฒนา ได้เตรียมไว้เพื่อวาดภาพสัญลักษณ์ทางพุทธศิลป์แบบทิเบต อันมีความหมาย ในความเป็นสิริมงคล และมีความหมายทางธรรมะ เช่น ภาพสัญลักษณ์อัษฏมงคล (มงคลทั้งแปด) อันได้แก่ ดอกบัว สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์, ปลา สัญลักษณ์ของความตระหนักรู้ อยู่ท่ามกลางสังสารวัฏฏ์, ธงแห่งชัยชนะ สัญลักษณ์ของชัยชนะของพระพุทธเจ้าและพระธรรมของพระองค์เหนือมารและอวิชาทั้งหลายเป็นต้น เป็นตัน

ในวันวิสาขบูชานี้ มูลนิธิพันดารามีความยินดีที่จะเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านร่วมปฏิบัติธรรมด้วยการเป็นอาสาสมัครวาดภาพผนังอาคารในครั้งนี้ เพื่อสืบทอดภาพสัญลักษณ์ทางธรรมะ อีกทั้งยังเกื้อหนุน บุญ กุศลจิต และสมาธิแก่ผู้วาดด้วย

ผู้ที่สนใจไม่จำเป็นต้องมีความสามารถทางการวาดภาพขั้นสูง ขอเพียงมีพื้นฐาน และในส่วนสำคัญคือมีจิตใจอันดีงาม มุ่งหมายให้ผลงานนี้เป็นประโยชน์เพื่อสรรพสัตว์ โดยในการวาดภาพทางมูลนิธิจะมีวิทยากรช่วยแนะนำขั้นตอน และเทคนิคต่างๆแก่ท่าน

รูปแบบกิจกรรม

กิจกรรมจิตอาสาประกอบด้วย (1) วาดภาพและระบายสีสัญลักษณ์อัษฏมงคลตามพุทธศิลป์โบราณของทิเบต และ (2) ในช่วงเช้าและเย็นจะมีการนั่งสมาธิ มนตราภาวนา และเดินเวียนเทียนในคืนวันวิสาขบูชา

สำหรับท่านที่ไม่ถนัดการวาดรูป สามารถมาร่วมงานด้วยได้ ท่านสามารถนั่งสมาธิ สวดมนตร์ภาวนา เพื่อพักผ่อนกายและใจ กับทางมูลนิธิ

กำหนดการ

วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2553 (วันวิสาขบูชา)

6.00 . รถออกที่บ้านมูลนิธิพันดารา 695ซอยลาดพร้าว 11 แวะรับประทานอาหารเช้าระหว่างทาง (สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะใช้บริการรถตู้ของมูลนิธิ)

10.00 . ถึงศูนย์ขทิรวัน

10.30 . แนะนำสัญลักษณ์อัษฏมงคลทิเบตและเทคนิคการวาดรูป

11.15 . วาดภาพ

12.30 . รับประทานอาหารกลางวัน

13.30 . วาดภาพ

15.00 . พักรับประทานอาหารว่าง ทำความรู้จักคณะผู้มาปฏิบัติธรรม

17.00 . พักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศขทิรวันในยามเย็น

18.00 . รับประทานอาหารเย็น

19.00-22.00 . ร่วมกิจกรรมสมาธิภาวนาในคืนวันเพ็ญเนื่องในวันวิสาขบูชา

วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553

6.00-8.00 . กิจกรรมสมาธิภาวนา

8.00 . รับประทานอาหารเช้า

9.00-11.00. วาดภาพ

11.00-12.00 . สนทนาธรรมและร่วมอนุโมทนาบุญกุศลด้วยกัน

12.00 . รับประทานอาหารกลางวัน

14.00 . เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

Story of 1000 Stars White Tara Thangka

Thangka by Emaho (Atipong Tadanupong), who presented it to me. It’s now available for worship at Khadiravana Center. “The real owner is Tara, who inspired me to create this artwork.” Emaho!

ทังกา

ภาพทังกาพระแม่ตาราขาว นี้ ผมวาดไว้เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2004 วาดที่บ้านหลังเล็กๆ เชิงเขาหิมาลัย ณ เมืองธรัมศาลา ประเทศอินเดีย โดยมีเจ้าของบ้าน คือเพื่อนช่างเขียนชาวทิเบต รวมถึงลูกศิษย์ของเขาคอยแนะนำช่วยเหลือแทบทุกขั้นตอน เป็นทังกาภาพแรกและภาพเดียวที่วาด กล่าวได้เพียงว่าผมเป็นผู้วาด แต่มิใช่เจ้าของ เจ้าของภาพนี้คือพระแม่ตารา ท่านดลให้เกิดความสุขใจระหว่างจับดินสอพู่กัน

ปัจจุบัน พระแม่ตาราขาวภาพนี้อยู่กับอาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ เป็นความภูมิใจของผม ที่ท่านได้ไปสถิตอยู่กับอาจารย์ซึ่งรัก และมีความเข้าใจในเรื่องราวเกี่ยวกับทิเบตอย่างลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งของ ประเทศไทย

อ.กฤษฯ นับถือพระแม่ตาราและสวดมนตร์ธารณีบูชาท่านเสมอลมหายใจ อ.บอกว่าเมื่อลาเซ ริมโปเช ลามะชั้นสูงซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านมาเมืองไทย จะเรียนท่านให้ทำพิธีมนตราอภิเษกภาพนี้ให้ ผมรู้สึกปลื้มใจ ( และโล่งใจ ) มาก เพราะหากเก็บท่านไว้กับตัวผม พระแม่ตาราภาพนี้ก็คงเป็นเพียงภาพวาดธรรมดา ท่านจะมีคุณค่าและความศักดิสิทธิ์ก็ต่อเมื่ออยู่กับผู้ที่คู่ควรเท่านั้น ซึ่งมิใช่ผม ผู้มีฐานะแค่ช่างเขียน

สำหรับทังกา ผู้เขียนเปรียบเหมือนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ทำให้ภาพสำเร็จ มีค่าเท่ากับสี พู่กัน ผ้าใบ กาวหนังสัตว์ ฯลฯ รวมถึงขนมนมเนยที่รับประทานระหว่างทำงานด้วย ไม่มีสิ่งใดสูงส่งกว่ากัน

ในเมื่อไม่มีการบอกว่าใช้พู่กันยี่ห้อ ไหน เบอร์ไหนที่เขียน ไม่ได้บอกว่าธรรมชาติประทานหินแร่ชนิดใด มาให้บดเป็นผงสี ไม่มีการเอ่ยถึงสัตว์ตัวที่ถูกจับเอาขนมาทำพู่กัน หรือตัวที่เนื้อหนังกลายเป็นกาว กระดูกถูกเผาทำเป็นสีดำ ก็ไม่ควรมีการบอกด้วยว่าใครเขียน ดังนั้น ทังกาโดยธรรมเนียมดั้งเดิมจะไม่มีการเซนต์ชื่อผู้เขียนเลย เป็นการทำถวายโดยแท้จริง

ระหว่างวาด มีเรื่องราวสนุกๆ มากมาย ผมจะกล่าวถึงชีวิตในธรัมศาลา การวาดทังกา เพื่อนช่างเขียนชาวทิเบต และเพื่อนๆชาวอินเดียในภายหลัง ตามแต่โอกาสอำนวยครับ – เอก/เอมาโฮ (อธิพงศ์​ ธาดานุพงศ์) http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=buttertea&date=18-02-2010&group=1&gblog=2

ปัจจุบันภาพพระแม่ตาราขาวภาพนี้อยู่ที่ศูนย์ขทิรวันเพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสสักการะบูชา ท่านลาเซ ริมโปเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช และกุงกา ซังโป ริมโปเชได้ทำพิธีปลุกเสกให้ โดยเฉพาะท่านกุงกา ซังโป ยังได้ประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราให้ถึงสองครั้ง ภาพพระแม่ตาราภาพนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิด้วยค่ะ ท่านลาเซ ริมโปเชได้นำรูปเล็กของพระองค์ไปติดบูชาคู่กับพระแม่ชัมมา พระแม่ตาราอีกปางหนึ่ง

Tibetan Earth House Story

ปั้นดิน เรียนรู้ใจ

http://www.facebook.com/note.php?created&&suggest&note_id=289373954094#!/notes/krisadawan-hongladarom/pn-din-reiyn-ru-ci/289373954094

Tibetan Earth House Nearly Complete

รักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดิน ครั้งที่ 6

Building a Tibetan earth house in Thailand is a challenge. Through six weeks of hardship, we learned to appreciate each other. We learned the true meaning of giving. We transformed ourselves just like mud that made the house.

Childhood memory as a young scout helped Bo think of what to do next.

Each step of work is learning. The house construction is rooted in both Tibetan wisdom and Thai experience.

\It’s not easy to protect a Tibetan roof in the Thai climate.

Trying hard to make the walls strong by experimental hammering

Finally, there’s a fun part

and relaxing time.

Our cook Phi Ah inspects the work.

Mud  ingredients with several bags of cow dung

What we have achieved so far.

Volunteer builders will return to resume the work this weekend.

Reflection on Dakini Training

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ขทิรวันต้อนรับกลุ่มรักษ์ธรรม รังสรรค์บ้านดิน กับกลุ่มเข้าอบรมบนวิถีฑากินี พร้อมกับคนงานศาลาหลังใหม่ คนงานของเรา แขกผู้มาเยือน และผู้มาทำบุญ รวมแล้วก็กว่า 50 ชีวิต แม้ว่าอากาศจะร้อนและมีปัญหาในบางจุดของการทำงาน เราได้ประสบการณ์ดีๆ หลายอย่าง มีหลายช่วงเวลาโดยเฉพาะจากการอบรมฑากินีที่จะอยู่ในใจของเราไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูปในน้ำใต้สถูปมนตร์ประภัสสร สนทนาในวงกลมศักดิ์สิทธิ์ในคืนวันเพ็ญที่กลุ่มอบรมฑากินีได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวกับกลุ่มบ้านดิน เดินภาวนาไปที่พระมหาสถูป และดูหนังกลางแปลงกลางแสงดาว

เรียนรู้ที่จะไว้วางใจและไปเกินกว่าขอบเขตที่ใจกำหนด ภาพนี้ยังสะท้อนมิตรภาพข้ามวัฒนธรรมไทยทิเบต

แบ่งปันประสบการณ์ เล่าเรื่องราวบนสนามหญ้าแห่งการสลายตัวตน

เสียงของน้าเยินยังก้องในความทรงจำเมื่อเขาอ้างพระวจนะขององค์ดาไลลามะที่ว่า “ทุกวันนี้มนุษย์ฉลาดเพียงพอแล้ว แต่เรายังมีความรักความกรุณาต่อกันไม่พอ”

เหมียวเพชรร่วมวงสนทนาด้วย

หลายคนหน้าตาคุ้นเคย สำหรับเปิ้ลกับแต ฑากินีเทรนนิ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว เราจะฝึกฝนจนกว่าอัตตาจะลด ความกระจ่างในใจจะเกิด

ฑากินีเป็นบุคลาธิษฐานของปัญญาภายใน อย่ามองฑากินีเพียงรูปลักษณ์ภายนอก เพียงพรศักดิ์สิทธิ์ ฑากินีเป็นกระจกส่องใจ เป็นอุบายให้เราเอาพิษในใจออกมาตีแผ่

ค่ำคืนแห่งการบำเพ็ญบุญกุศล เราแผ่ความรักความเมตตาให้แก่ผู้มีพระคุณ ผู้ป่วย และผู้ล่วงลับ ค่ำคืนนี้ยังเป็นเวลาดีๆที่เราได้มาอยู่ร่วมกัน ได้อนุโมทนาคุณงามความดีของกันและกัน และรู้จักกันเพื่อรู้จักใจที่แอบซ่อนอยู่

วิปัสสนากรรมฐานเป็นประสบการณ์สำคัญของเหล่านักศึกษาฑากินี เราบ่มเพาะปัญญาด้วยการคิด ฟัง พูด และทำสมาธิ

เช้าวันหนึ่งใต้ต้นไทร บทเรียนแห่งการเดินทางอย่างไร้ขอบเขต บทเรียนนี้ทำให้เราได้มาพูดคุยกันว่าสมาธิดีไม่ใช่การสร้างเรื่องราวเหมือนการเล่าภาพยนตร์ ไม่ใช่การมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ไม่ใช่จิตที่ว่างแต่ไม่สว่าง แต่คือการตระหนักรู้และการได้ผลในระยะยาวที่แต่ละคนมีศรัทธาในพระรัตนตรัยมากขึ้น มีความเมตตากรุณาเกิดในหัวใจอย่างไม่เสแสร้าง เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมมากขึ้น มีสติ และเข้่าใจสภาวะของธรรมชาติมากขึ้น

เดือนดวงโตดังเงาในอากาศ เดือนส่องใจให้เห็นสภาวะเดิมแท้ที่ใสกระจ่าง

ด้วยจิตอ่อนโยนแต่ยิ่งใหญ่ด้วยคำอธิษฐานให้พระมหาสถูปแห่งสันติภาพบังเกิดบนโลกมนุษย์และในจิตใจของผู้คน

น้ำใจของอาสาสมัครคือความงดงามในโลกปัจจุบัน

บนวิถีฑากินี รุ่น 3

เราได้รู้จักแม่ทัพฑากินี 4 เหล่าที่จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางเพื่อให้เราดำรงชีวิตได้อย่างมีความหมายมากขึ้น

จิตอยู่ที่ใดฤา

ฑากินีเทรนนิ่งจะกลับมาในฤดูกาลใหม่เพื่อพาผู้คนเดินทางภายในไปค้นความลับ ของจิตกระจ่าง ไปทำความรู้จักเจ้าหนูที่กระโจนหาเมื่อไรก็ตามที่เราเผลอใจ

…จนกว่าจะถึงวันนั้น

ขอบคุณคุณอ๊อนและผู้เรียนรู้ทุกคนที่ทำให้วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาดีๆที่สุดอีกช่วงหนึ่งของชีวิตและการงานที่ขทิรวัน

ขอบคุณแม่และพี่หมวยใหญ่ที่เข้่ามาดูแลให้ลูกๆและน้องๆทุกคนได้เรียนรู้และปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลใจเรื่องอาหาร

ขอบคุณกลุ่มอาสาบ้านดินที่เข้ามาเปิดใจกับเราและช่วยดูแลพวกเรา