Category Archives: Others

รู้จักพุทธวัชรยาน (1)

 

 

photo-97

รู้จักพุทธวัชรยาน

ในพุทธทิเบตที่เราเรียกว่า “พุทธวัชรยาน” ไม่ได้ประกอบด้วยหนทางการปฏิบัติธรรมเดียว มีหลายวิธีการและหลายมรรควิถีในยานใหญ่นี้ ซึ่งแม้จะมีพื้นฐานอุดมคติเดียวกัน นั่นคือ การเข้าถึงโพธิญาณเพื่อกลับมายังประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ แต่รูปแบบและการมองโลกอันนำไปสู่การอุทิศตนเพื่อสัตว์โลกแตกต่างกัน

วิถีแห่งการละโลก (Renunciation Way)

ผู้ดำรงอยู่บนหนทางของการละโลก ดังเช่นนักบวชมุ่งเน้นขัดเกลาจิตใจให้ผ่องแผ้ว ละวางจากเรือนและการงาน ทุ่มเทชีวิตเพื่อค้นหาสัจธรรมและทำงานทางธรรม โดยในทิเบตเน้นการศึกษาพระสูตร พุทธปรัชญา โต้วาทีธรรม สร้างเครื่องรองรับกาย วาจา ใจของพระพุทธเจ้า (หล่อพระ ชำระคัมภีร์ สร้างวิหาร สถูปเจดีย์) และจำศีลภาวนา จนได้รับการสลายบาปกรรมและจิตเกิดปัญญารู้ธรรม

ดังเช่นโอวาทของพระอาจารย์ซูเชน ริมโปเชที่ให้แก่พระภิกษุที่วัดของท่านว่า

“ท่านทั้งหลายมาบวชในวัดขอให้จำใส่ใจว่ามีเพียงจุดหมายหลักสองประการ คือเพื่อขัดเกลาตนเองให้สะอาดบริสุทธิ์ ให้มีเวลาและความเพียรในการทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อการปฏิบัติธรรม และเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระพุทธธรรมจนสามารถสืบพระวจนะของพระพุทธองค์ไปยังผู้คนในสังคมและในรุ่นอายุต่อไป หากมีเป้าหมายอื่นที่นอกเหนือจากนี้ ก็ขอให้ทราบว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายของวัด”

พระในวัดจึงได้รับการสอนให้ศึกษาพระสูตร พระอรรถกถา และวิชาความรู้อันเป็นภูมิปัญญาเก่าแก่ของทิเบต เรียกว่า ศาสตร์ใหญ่ห้า ได้แก่ หัตถศิลป์ (รวมการหล่อพระ ทำงานพุทธศิลป์) ศาสตร์แห่งการบำบัดรักษา (การแพทย์) ภาษาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ และพุทธศาสตร์

แม้ว่าในหมู่พระภิกษุผู้มีสติปัญญาดีและมีความตั้งใจที่จะทำประโยชน์แก่สรรพสัตว์ได้อย่างรวดเร็วจะมีโอกาสได้รับคำสอนเพิ่มเติมในสายตันตระและ/หรือซกเช็นซึ่งเน้นการมองโลกในอีกลักษณะและเน้นการทำสมาธิในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การรู้แจ้งที่รวดเร็วขึ้นเพื่อให้ได้ทำประโยชน์แก่สัตว์โลกได้เร็วขึ้น พระภิกษุโดยทั่วไปใช้เวลาส่วนใหญ่กับการศึกษาพระสูตรเป็นสำคัญ

พระภิกษุมีศีลที่กำหนดรูปแบบพฤติกรรมและการตั้งจิต จำนวนศีลมีตั้งแต่ 25 ข้อ (สำหรับสามเณร) ไปจนถึง 250 ข้อ อย่างไรก็ตาม พระภิกษุของทิเบตส่วนใหญ่ยังถือศีลมากกว่านี้ ได้แก่ ศีลโพธิสัตว์ซึ่งเป็นหัวใจของความเป็นพุทธมหายานและศีลตันตระซึ่งเน้นการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าตามคัมภีร์อีกชุดหนึ่งที่เรียกว่า คัมภีร์ตันตระ

หลังพระอาจารย์อตีศะ Atisha (ค.ศ. 980-1054) เข้ามาในทิเบต ท่านได้สังคายนาพระธรรมวินัย ได้สร้างระบบการปฏิบัติเพื่อเน้นวิถีของพระสูตรให้เข้มแข้ง ก่อนหน้านั้น ผู้ปฏิบัติธรรมทิเบตเป็นโยคีและโยคินีเป็นหลัก วิถีนี้ได้รับการสืบต่อและมีความรุ่งเรืองอย่างมาในสมัยพระอาจารย์ซงคาปา Tsongkhapa (ค.ศ. 1357-1419) จนกลายมาเป็นนิกายเกลุกปา ซึ่งได้กลายมามีอำนาจทางการเมืองในสังคมพุทธทิเบต

หากดูตามเป้าหมายของสายการปฏิบัติแห่งการละโลก ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกให้ปล่อยวางจากกระแสโลก มิได้เพื่อให้เห็นแก่ตัว ให้ดูดายต่อความทุกข์ยากของผู้คนในสังคม แต่เพื่อให้ทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่อการหลุดพ้นอันจะนำมาสู่การช่วยเหลือสรรพสัตว์ในหลายภพหลายชาติและได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่า นักบวชจะเอาแต่โต้วาทีธรรม หรือสวดมนต์ทำสมาธิ ในยามที่มีความจำเป็นเกิดขึ้น เช่น เกิดภัยพิบัติ เรากลับเห็นเหล่านักบวชทั้งหญิงและชายผนึกกำลังกัน ออกมาเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยบำบัดความทุกข์ของผู้คน และในสังคมทิเบตเอง เราก็เห็นพระออกมาประท้วง แม้แต่จนเผาตัวเองตาย

เราได้พูดถึงพระภิกษุ แต่ไม่ได้พูดถึงภิกษุณีและสามเณรีซึ่งในทิเบตยังขาดความเข้มแข็ง เพราะโอกาสที่ผู้หญิงจะได้ปฏิบัติธรรรมด้วยการเกื้อกูลจากสถาบันหรือองค์กรมีน้อยมาก นักบวชต้องสร้างเรือนภาวนาเอง ต้องหาอาหารรับประทานเอง (ไม่มีระบบการออกบิณฑบาตรเหมือนในไทย) อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เริ่มมีการสร้างสถานปฏิบัติธรรมของผู้หญิงมากขึ้น วันหนึ่ง เราคงเห็นนักบวชหญิงได้โต้วาทีธรรมและศึกษาพระธรรมอย่างเต็มที่ดังเช่น โอกาสที่นักบวชชายได้รับ

ยังมีมรรควิถีตันตระและซกเช็น (อื่นๆ) ซึ่งหล่อหลอมความเป็นพุทธทิเบตเอาไว้ หากใครปรารถนาจะเข้าใจทิเบต จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเพิกเฉยต่อการศึกษามรรควิถีเหล่านี้ และในสายทิเบตไม่ได้เน้นว่าเฉพาะผู้ออกบวชเท่านั้นจึงจะถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมและสามารถเข้าถึงการรู้แจ้ง

กฤษดาวรรณ เมธาวิกุล

To the Heart of Kham – Derge Sutra Printing House

IMG_4672

 

The highlight of our pilgrimage is at Derge, a Khampa town which has historical significance.

การเดินทาง 8 วัน 7 คืน (28 กค – 4 สค 56) เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เต็มอิ่มด้วยประสบการณ์ เราเดินทางผ่านเมือง สายน้ำ ข้ามเขานับพันกิโลจนถึงนครแห่งนี้ซึ่งมีชื่อว่า “เดรเก” อยู่ในหุบเขาที่มีความสูง 3220 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

IMG_4679

นี่คืออดีตอาณาจักรยิ่งใหญ่ สำหรับชาวทิเบต การเดินทางมาเดรเกมีความสำคัญเพราะที่นี่เทียบเท่ากับหัวใจของแคว้นคามที่เต็มไปด้วยศิลปะ สถาปัตยกรรม และความศักดิ์สิทธิ์ของโรงพิมพ์พระไตรปิฎก

เราถึงเดรเกในเวลาค่ำคืนหลังผจญภัยและรอลุ้นเรื่องถนนขาด เช้าวันรุ่งขึ้น เราพบกันตอนสายๆ ทุกคนดูสดชื่นขึ้นแต่ยังไม่รู้ว่าวันนี้จะได้พบอะไร แต่ได้ข่าวดีว่าเราจะค้างที่เดรเกอีกคืน หลังอาหารเช้า เราเดินไปโรงพิมพ์พระไตรปิฎกกัน ภาพของโรงพิมพ์ที่เป็นอาคารโบราณสีแดงยังตระหง่านในความทรงจำ ความเหน็ดเหนื่อยดูมลายไปหมดเมื่อเห็นผู้คนแต่งกายด้วยชุดท้องถิ่นเดินเวียนเทียนรอบโรงพิมพ์

 

IMG_4708

ช่วงเช้าเราสักการะวิหารซึ่งมีองค์พระประธานเป็นพระพุทธเจ้าศรีศากยมุนี และวิหารพระธรรมบาล ตอนกลางวันเดินไปเยือนวัดใหญ่เดรเก (เดรเก กอนเช็น) ที่งดงามตามประเพณีของนิกายสาเกียปะ ตอนบ่ายกลับมาโรงพิมพ์เพื่อชมวิธีการพิมพ์คัมภีร์โบราณ ซึ่งไม่ใช่งานแต่คือการภาวนาอันเปี่ยมศรัทธา

 

IMG_4683

ก่อนจากโรงพิมพ์ เราสักการะวิหารตาราบนดาดฟ้า และรูปเคารพของพระองค์ซึ่งเชื่อว่าปรากฏขึ้นเอง เจ้านครเดรเก ท่านธรรมราชาเต็มปา เซริง มีศรัทธาในพระองค์อย่างมาก ครั้งหนึ่งเกิดไฟใหม้ในโรงพิมพ์ พระแม่ตาราตรัสบอกพระผู้ดูแล อีกครั้งหนึ่งทรงบอกเจ้านครว่า โรงพิมพ์แห่งนี้ไม่ต้อนรับโจรขโมย แต่ต้อนรับทุกชีวิตที่มีศรัทธาไม่ว่าหญิงหรือชาย หลังจากนั้น โรงพิมพ์จึงได้กลายเป็นสถานภาวนาของทุกคนที่ปรารถนาจะปฏิบัติธรรม ก่อนหน้านั้นมีเพียงพระภิกษุและอุบาสกเท่านั้นที่จะได้สักการะโรงพิมพ์

IMG_4692

 

โรงพิมพ์แห่งนี้สร้างในปีค.ศ. 1729 ได้พิมพ์คัมภีร์พระไตรปืฎกและอรรถกถาของทุกนิกาย ได้แก่ ยุงตรุงเพิน (พุทธเพิน) ญิงมาปะ กาจูร์ปะ สาเกียปะ เกลุกปะ รวมทั้งโจนังปะ มาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

On Shambhala Film

ชัมบาลาอีกครั้ง
พบภาพนี้โดยบังเอิญ เป็นหลังฉากของหนัง “ชัมบาลา” ตอนที่ทีมงานไปถ่ายทำหนังด้วยกัน ถ้าไม่ดูว่าเป็นเรื่องแต่งขึ้นของหนัง ภาพนี้ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ…ชาวต่างชาติผู้ตัดสินใจไปกราบแสวงบุญเพื่อไถ่บาปที่ตัวเองเคยทำ (แสดงโดยอนันดา) ถ่ายรูปกับคนทิเบตผู้ตั้งใจจะไปช่วยผู้ไถ่บาป ให้เขาได้ค้นพบ “ชัมบาลา” ที่แท้ (แสดงโดยโจ)นอกจากความงามของต้นฤดูหนาวของทิเบต ภาพสะท้อนความงามในจิตใจของผู้จาริกแสวงบุญ…แม้ว่าหนังอาจจะไม่ได้ถ่ายทอดมุมมองแง่คิดของคนทิเบตอย่างลึกซึ้งและอาจจะแต่งเติมสีสันด้านลบแก่ตัวละคร “ทิน” ที่แสดงโดยอนันดาจนรู้สึกมากเกินพอดี หนังก็ประสบความสำเร็จในการที่ทำให้เราได้เห็นว่าการสำนึกผิดเป็นสิ่งสำคัญ และเมื่อสำนึกผิดแล้ว ก็ต้องทำความดีทดแทน

On Meditation (2)

บางครั้งเมฆสีดำปกคลุมท้องฟ้า เมฆมีสีอะไรไม่สำคัญ

สิ่งสำคัญคือเรารู้จักสภาวะดั้งเดิมของท้องฟ้าหรือไม่

ในทำนองเดียวกัน ความคิดมีทั้งดีและไม่ดี

ความคิดเป็นอย่างไรไม่สำคัญ

สิ่งสำคัญคือเรารู้จักสภาวะเดิมแท้ของจิตหรือไม่

ผู้ที่เข้าถึงความเป็นสมถะในสมาธิจะประสบความสงบนิ่งเหมือนทะเลที่ปราศจากคลื่น

แม้ความคิดเกิดขึ้น ก็ไม่ถูกรบกวนเพราะจิตไม่ตามความคิดไป

ช่วงแห่งสมถะเป็นช่วงเวลาที่เราได้สัมผัสความว่างแห่งจิต

ได้ตระหนักรู้ว่าความคิดแต่ละครั้งเกิดขึ้นและดับไป

เป็นช่วงแห่งความสงบสุข ปีติ เบิกบาน

แต่สมถะไม่สามารถนำเราไปสู่การบรรลุธรรมได้

สมถะเป็นเพียงการเตรียมจิตให้พร้อมสำหรับการลงไปสู่ก้นบึ้งของทะเล

ซึ่งมีหลากหลายประสบการณ์ที่จะสอนให้เรารู้จักสภาวะที่แท้ของจิต

Prince Kongse and Thought on Our Stupa Work

A Gift for the Future …

ในสมัยพุทธกาลของพระพุทธเจ้าเติมปา เชรับ
มีเจ้าชายจากราชนิกูลจีนพระองค์หนึ่งพระนามว่า
กงเซ ทรูลกิ เกียลโป ท่านต่างจากเชื้อพระวงศ์
พระองค์อื่น เพราะทรงเป็นนิรมาณกายของพระ
กรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้า ทรงดำริว่า
ทรงร่ำรวยในชาตินี้ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ
เกี่ยวกับทรัพย์สมบัติ แต่ท่านไม่ปรารถนาที่จะดำรง
ชีวิตอยู่ แก่และตายจากไปเท่านั้น ปรารถนา
จะทำงานกุศลอันยิ่งใหญ่ จึงทรงสร้างพระสถูป
ที่พิเศษมากองค์หนึ่งอยู่ใจกลางเกาะ
พระนามของพระสถูปนี้คือ เซคัง กานัก ตาเซ
ซึ่งเป็นพระสถูปต้าชี่ โกมัง (สถูปหลายประตู)
ประเภทหนึ่ง ทรงปรารถนาให้พระสถูปเป็น
ของขวัญสำหรับผู้คนรุ่นหลัง

พระองค์ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าปีศาจ
ในการสร้างพระสถูปนี้ แต่ปีศาจได้ตั้งเงื่อนไขว่า
พระองค์จะต้องไม่ให้มนุษย์คนใดมีส่วนเกี่ยวข้อง
กับการสร้างและไม่ต้องการให้พระองค์บอกข่าวนี้
แก่ใคร ทรงรับเงื่อนไขดังกล่าว และประสบความ
สำเร็จเป็นอย่างมากจนพระสถูปใกล้สำเร็จ

เนื่องจากทรงหายไปจากพระราชวังเป็นเวลานาน
ก็ทำให้มีทั้งผู้เป็นห่วงและผู้สงสัย ทรงตัดสินใจ
บอกข่าวแก่พระมารดาพระองค์เดียวเื่พื่อให้ท่าน
ไม่เป็นห่วง เวลาผ่านไป ทุกคนเป็นห่วงพระองค์
ยกเว้นพระมารดา ทำให้พระชายาเกิดความสงสัย
พระชายาของเจ้าชายกงเซได้ถามพระมารดาของ
พระองค์ว่า ทรงไปอยู่ที่ไหน และทรงทำอะไรอยู่
พระนางขู่ว่าถ้าไม่บอก นางจะฆ่าตัวจาย
ด้วยเหตุนี้ พระมารดาจึงจำต้องบอกความลับ
เมื่อทราบว่า เจ้าชายกำลังสร้างพระสถูป นางก็เกิด
ความริษยาและกริ้วที่พระองค์ต้องการจะสั่งสมบุญ
บารมีเพียงลำพัง นางจึงตัดสินใจเดินทางไปที่
สถานที่สร้างพระสถูป

เมื่อใกล้ถึง พระนางเห็นพระสถูปอันวิจิตรที่กำลัง
สร้างใกล้เสร็จ เมื่อเหล่าปีศาจเห็นพระนาง ก็เกิด
ความโกรธ พวกเขาประณามเจ้าชายว่าเป็นคน
หลอกลวง แล้วจากพระองค์ไป ไม่เพียงแต่
พวกเขาจากพระองค์และเลิกสร้างพระสถูปให้
แต่พวกเขายังพยายามจะทำลายสิ่งที่พวกเขา
สร้างโดยขุดดินที่ฐานพระสถูป เจ้าชายตกอยู่
ในความโศกเศร้า และผิดหวังอย่างที่สุด
ทรงไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ทรงคุกเข่า
ลงบนพื้น ยกมือทั้งสองเหนือพระเศียร ทรงมอง
ท้องฟ้าด้วยสายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความอาดูร
ทรงตะโกนถาม มีผู้ใดที่ได้เห็นความโศกเศร้า
ของเรา มีผู้ใดได้ยินเสียงแห่งความรันทดของเรา

ขณะนั้น นัมปา เกียลวา พระพุทธเจ้าผู้ปราบมารและ
พลังบ่อนทำลายทั้งหลาย เสด็จมาพร้อมกับเหล่าบริวาร
ทรงได้ยินเสียงร้องของพระองค์ จึงทรงปกป้องไม่ให้
ปีศาจทำลายพระสถูป ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ
เจ้าชายกงเซจึงสร้างพระสถูปได้สำเร็จ
เจ้าชายกงเซสามารถสร้างได้แม้ว่าคนงานและ
ผู้สนับสนุนพระองค์ได้จากพระองค์ไปในวินาที
สุดท้ายและพยายามจะทำลายสิ่งที่พวกเขาได้สร้าง

………………………………………..
ท่านญีมา ทรักปะ ริมโปเชเล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง
เพื่อให้กำลังใจในการสร้างพระศานติตารามหาสถูป
ไม่ว่าเราจะเผชิญอุปสรรคอะไรก็ตาม
ริมโปเชบอกว่าเราควรบอกตัวเองว่า
ข้าพเจ้าพร้อมที่จะฝ่าฝันอุปสรรคใดๆก็ตาม
ข้าพเจ้ามีอนาคตและมีบุญในการทำงานนี้
ด้วยปณิธานอันบริสุทธิ์ …
ข้าพเจ้าจะนำสันติภาพมาสู่ประเทศไทยและสู่โลก

ริมโปเชเน้นว่าเราต้องเชื่อว่าพระพุทธเจ้ากำลัง
เฝ้ามองเราอยู่ ถ้าเราไม่เชื่อว่าพระองค์ดำรงอยู่
สิ่งที่เราสร้างก็เป็นเพียงกองอิฐเท่านั้น …

Kongbo Pilgrimage on Air

เทปออกอากาศเรื่องจริงผ่านจอ  วันที่ 1 กันยายน 2554