Skip to content

Posts from the ‘Tara’ Category

Art of Love & Compassion

ภาวนาศิลปะแห่งความรักความกรุณา (8-10 ธันวาคม 2555)

ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน

ร่วมเรียนรู้วิธีปฏิบัติบูชาพระอารยาตาราตามบทสาธนะของท่านสุรยคุปต์ ซึ่งรจนาโดยพระอาจารย์จัมยัง เคียนเซ วังโป สวดมนต์และตั้งจิตแบบโยคี/โยคินี เรียนรู้ปรัชญาของการฝึกปฏิบัติเพื่อละอัตตา ฝึกหา

ยใจแบบทงเลน และสนทนาธรรมเกี่ยวกับรูปแบบการปฏิบัติธรรมในทิเบตที่ได้กลายเป็นวิถีแห่งจิตวิญญาณในโลกสมัยใหม่ที่เราดำรงอยู่ ภาวนามนตรา อบรมและฝึกจิตให้เปี่ยมไปด้วยความรัก ความกรุณา ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยขุนเขา ทะเลสาบ และป่าอันรื่นรมย์แห่งศูนย์ขทิรวัน ธรรมาศรมแบบทิเบต ของมูลนิธิพันดารา ตั้งอยู่ที่ถนนหัวหิน-ป่าละอู ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

รายละเอียดและโปรแกรมการอบรม:
http://www.facebook.com/events/506214626070339/

การลงทะเบียน:
กรุณาส่งใบสมัครให้มูลนิธิทางอีเมล์ 1000tara@gmail.com ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555

Tara Meditation and Prayer

ตาราภาวนา

สำหรับผู้ปรารถนาจะปลุกพลังแห่งความรักของพระแม่ตาราในจิตใจในระหว่างวันไม่ว่าจะประกอบการงานใด สามารถสรรเสริญพระองค์ด้วยสองบทนี้ ก่อนรับประทานอาหาร ตั้งจิตถวายอาหารเป็นเครื่องบูชาเพื่อบำรุงกายเนื้อของเราให้แข็งแรง เพราะกายนี้จักเป็น

เครื่องรองรับการปฏิบัติธรรม และเพราะกายนี้ไม่แบ่งแยกจากพระวรกายอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ จากนั้นสวดบทนี้

เหล่าเทพและอสูรต่างนอบน้อมต่อพระองค์
ด้วยบาทบัวเหนือเศียรเกล้า
พระผู้ขจัดความยากไร้ทั้งปวง
ข้าพเจ้าขอถวายกระยาหารแด่พระองค์
(ถ้าสรรเสริญในยามปกติโดยไม่ได้ถวายอาหาร สวดว่า “ข้าพเจ้าขอกราบประณตน้อมแด่พระองค์)

มารดาแห่งพระชินเจ้า
พระวรกายของผู้เข้าถึงการตรัสรู้
เหล่าบริวาร พระชนมายุ พุทธเกษตร
คุณลักษณะอันเป็นเลิศของพระองค์เป็นเช่นไร
ณ บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้าและผู้อื่นได้เป็นเช่นนั้น
ขอให้พระธรรมแผ่ขจายไปและความสุขสวัสดีจงมีไปตลอดชั่วกาลนาน

ก่อนนอนตั้งจิตนึกถึงพระองค์แล้วสวดบทนี้ ตื่นเช้ามาก่อนออกไปทำการงาน สวดถึงพระองค์ด้วยบทนี้ ระหว่างวันนึกถึงคุณลักษณะอันเป็นเลิศของพระองค์และตั้งจิตอธิษฐานให้พุทธธรรมแผ่ไปไม่จบสิ้น ให้ทุกชีวิตมีแต่ความสุขและศานติ…การนึกถึงพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์เพียงเวลาสั้นๆ แม้เราจะไม่มีเวลาสวดมนตร์หรือทำสมาธิ เพียงแค่นึกถึงด้วยจิตเปี่ยมไปด้วยศรัทธาก็เป็นกุศลอันยิ่งใหญ่

In Praise of Tara

 

 

ความมืดมนของสังสาระอันยากที่จะกำจัด
พระองค์ทรงเอาชนะได้ดุจแสงแห่งตะวัน
ข้าพเจ้าขอกราบองค์ตาราไปตลอดกาลนาน
ผู้ซึ่งพระหทัยเปี่ยมไปด้วยความกรุณา
[พระอาจารย์จันทรโคมิน]

Images of Khadiravani Tara by Thousand Stars Foundation

องค์พระขทิรวนีตารา (Green Tara) ได้รับการบรรจุมวลสารจากลาซา ภูเขาไกรลาศ และสถานจาริกแสวงบุญสำคัญของทิเบต และมวลสารของพระอาจารย์ชั้นสูงในสายสาเกียปะ ได้แก่ เครื่องรองรับแทนกาย วาจา ใจของพระพุทธเจ้าที่พระอาจารย์ได้เก็บไว้หลายรุ่นอายุ นอกจากนี้ ยังมีมนตราพระแม่ตาราและมนตราสำคัญอีกหลายบทรวมทั้งมนตราแห่งการเยียวยาและบทสวดบูชาพระผู้ประทานโชคลาภ อัญมณี หินมีค่า ชาโบราณ สมุนไพรที่เป็นยา และของบริสุทธิ์อีกมากมายหลายอย่าง (ตามรายการที่กำลังจัดทำ)…โครงการประติมากรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปหล่อของพระแม่ตาราที่ได้รับการบรรจุตามประเพณีในพุทธวัชรยาน และเพื่อระดมทุนสร้างพระศานติตารามหาสถูป ผู้ใดที่มีจิตศรัทธาจะร่วมทำบุญและรับองค์พระไปบูชา สามารถติดต่อมูลนิธิได้ที่ 1000tara@gmail.com

This image of Khadiravani Tara or Green Tara who protects against eight fears is from the Foundation’s recent sculpture project. Apart from preserving Tibetan art and helping devotees to have Tara images for worship, the project contributes to the building of the Tara Great Stupa, which is under way. This image is among those blessed and consecrated by Ven. Kunga Sangbo Rinpoche. It contains sacred objects particularly from the Sakya lineage, precious stones from pilgrimage sites like Mt. Kailash, ancient Tibetan tea leaves, medicinal herbs, mantra scrolls, among others. Those who are interested in contributing to the Stupa and having these images for worship, please contact us at 1000tara@gmail.com.

Tara Consecration and Retreat

The Thousand Stars Foundation invites friends and interested persons to attend a consecration ceremony of our beloved Tara image from the land of Himalayas and attend a meditation retreat on Tara on May 5, 2012. Volunteers are invited to help with cleaning, preparing the place and making flower offerings on May 4. On May 6-8, there will be more talks and meditation conducted by Kunga Sangbo Rinpoche. The event will end with a Tara empowerment on May 9. This event is our annual offering to Bodhisattva Tara. There are no registration fees. Food and accommodation will be provided. Please register before May 1 at 1000tara@gmail.com.

“ตาราภาวนา : เพื่อกรุณาและสันติสุข”
ภาวนาบนวิถีพระแม่ตารา
มูลนิธิพันดาราขอเชิญร่วมกิจกรรม
วันศุกร์ที่ 4 ถึงวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555
ณ ศูนย์ขทิรวัน ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
โดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช
หมายเหตุ : ไม่มีค่าลงทะเบียนกรุณาลงทะเบียนภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เพื่อสะดวกในการจัดเตรียมที่พักและอาหารสาหรับทุกท่าน ทางมูลนิธิยินดีรับบริจาคทั้งจากผู้ร่วมอบรมและผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป ตามกาลังศรัทธา “รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว สมทบทุนร่วมสร้างศานติตารามหาสถูปและค่าเดินทางของพระอาจารย์
ขอเชิญร่วมนาดอกไม้สด กระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อจัดเป็นเครื่องบูชาอันประเสริฐแด่องค์พระโพธิสัตว์ตารา และ ทุกท่านสามารถอยู่ร่วมภาวนาในกิจกรรม “มงคลชีวิตจากปัญญาแห่งพุทธวัชรยาน” ระหว่างวันที่ 6-9 พฤษภาคม 2555 ได้ที่ศูนย์ขทิรวัน
วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2555
ชวนจิตอาสามูลนิธิพันดารา ร่วมกันจัดเตรียมพื้นที่
13.00 น. ถึงศูนย์ขทิรวัน ประชุมจิตอาสา
(กรุณารับประทานอาหารกลางวันมาให้เรียบร้อย)
วันแรกเราจะจัดอาหารมื้อเย็น 1 มื้อ
14.00 กิจกรรม “จิตอาสา ร้อยใจพันดารา” ร่วมกันจัดเตรียมพื้นที่สาหรับพิธีพุทธาภิเษก
17.00 พัก
17.30 รับประทานอาหารเย็น
19.30 ทาวัตรเย็น เตรียมภาวนา
21.00 เข้านอน


วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555
ขอเชิญร่วมพิธีพุทธาภิเษก และบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์
พระอารยาตารามหาโพธิสัตว์
นาโดยพระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช
กิจกรรม “ตาราภาวนา : เพื่อกรุณาและสันติสุข”
ร่วมสวดมนตราแห่งพระแม่ตารา 21 พระองค์
06.00 รถตู้ออกเดินทางจากบ้านมูลนิธิ
09.30 ถึงขทิรวัน
10.00 การบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีพุทธาภิเษก
13.00 รับประทานอาหารกลางวัน
15.00 บรรยายธรรมและสมาธิภาวนา
17.30 รับประทานอาหารเย็น
19.00 ทาวัตรเย็น เสวนาธรรม สมาธิ
21.00 เข้านอน
ลงทะเบียน ได้ที่ 1000tara@gmail.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 087-829-9387, 083-300- 8119
การเดินทาง

เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถตู้ที่ทางมูลนิธิเช่าให้มีค่าใช้จ่ายท่านละ 500 บาท สาหรับการเดินทางไปกลับ
สถานที่พัก
*ห้องพักรวม 2-3 ท่าน ศาลาวสุตารา หรือ ท่านสามารถ นา เตนท์ส่วนตัวไปกางนอนเดี่ยวได้,ทางศูนย์มีเตนท์ไว้บริการเพิ่มเติม, ห้องน้ารวม
สิ่งของที่ควรเตรียมไปสาหรับการเข้าพัก
* แต่งกายเสื้อสีสุภาพ กางเกงขายาวหรือสามส่วนสีสุภาพสาหรับการปฏิบัติธรรมจานวนเพียงพอโดยไม่ต้องซัก
* ศูนย์ขทิรวันในช่วงกลางวันแดดร้อน ตกค่าอากาศเย็น ควรเตรียมหมวก ร่ม และเสื้อแขนยาว
* ขวดน้าส่วนตัว แก้วน้าดื่ม มีฝาปิด หรือกระติกน้าขนาดพกติดตัว
* เครื่องใช้ส่วนตัว อุปกรณ์การอาบน้าผ้าถุง ผ้าขาวม้า กระดาษทิชชู
* ยารักษาโรคประจาตัว ยา/โลชั่นทากันยุง
* ไฟฉาย เรือนนอนแยกจากห้องน้า

Tara Practice and Tsog Offering

ภาวนาตารา

เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตและเพื่อฉลองปีใหม่ มูลนิธิพันดาราขอเชิญกัลยาณมิตรร่วมปฏิบัติบูชาพระอารยาตารามหาโพธิสัตว์ (“เกียลยุม เตรอมา” พระแม่ตารา ผู้นาพาไปสู่ความหลุดพ้น) และร่วมเสวนาธรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนาทิเบต

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 ณ บ้านมูลนิธิพันดารา ลาดพร้าว ซอย11 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพ ฯ

กำหนดการ
9.30 น. สวดยึดพระรัตนตรัยพร้อมกับกราบอัษฎางคประดิษฐ์
10.00 น. สวดเจริญโพธิจิต พรหมวิหาร 4 สวดบทปฏิบัติบูชาพระแม่ตาราพร้อมถวายเครื่องบูชา (tsog) สวดมนตราหัวใจ ทำสมาธิ
11.00 น. เสวนาธรรมพร้อมกับรับประทานอาหารว่างร่วมกัน
12.00 น. อุทิศบุญกุศล

ร่วมทาบุญสนับสนุนกิจกรรมตามจิตศรัทธา
ผู้สนใจสามารถขอให้ทางคณะของมูลนิธิสวดมนตร์อุทิศบุญกุศลในการจัดกิจกรรมให้แก่ผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะหรือให้แก่การงานใดที่ต้องการความช่วยเหลือ
ลงทะเบียนที่ Email : 1000tara@gmail.com โทร. 087- 829 – 9387, 083 – 300 – 8119

The foundation invites devotees of Tara and friends to do a Tara practice and tsog offering for auspiciousness particularly at the turn of the year at the foundation house on 15 January 2012, 9.30-12 noon.

Program

9.30-10.00 hrs: Taking refuge prayer and prostration

10.00-11.00 hrs: Tara practice including tsog offering, Tara mantra recitation and meditation

11.00-12.00 hrs: Dharma discussion; dedication of merits

Praising Tara

ขอนอบน้อมแด่องค์อารยาตาราเทวี!

ความมืดมนของสังสาระอันยากที่จะกำจัด

พระองค์ทรงเอาชนะได้ดุจแสงแห่งตะวัน

ข้าฯขอกราบองค์ตาราไปตลอดกาลนาน ผู้ซึ่งพระหทัยเปี่ยมไปด้วยความกรุณา

องค์พระเทวี ด้วยพรของพระองค์ สิงห์ อันดุร้าย

ซึ่งสามารถฆ่าได้แม้คชาธารอันใหญ่ยิ่ง

และเฉลียวฉลาดเป็นอันมาก

ก็ยังตื่นกลัวและเตลิดหนีออกไป

พญาช้างสาร ซึ่งสามารถแยกหินออกจากกัน

และถอนต้นไม้ออกมาได้ด้วยงาอันแหลมคม

แต่เมื่อข้าฯท่องมนตร์ของพระองค์

ช้างนั้นก็วิ่งหนีไปด้วยความตกใจกลัว

เปลวเพลิง ที่เผาผลาญทุกสถานที่

ด้วยกำลังอันแรงกล้า และที่ทนได้ยากยิ่ง

เปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงโหมไหม้นิเวศสถาน

แต่สายฝนอันได้แก่พรของพระองค์ก็ดับไฟนั้นลง

งู ที่ส่งเสียงแหลมสูง ซึ่งเปล่งออกมาจาก

ลำคออันเต็มไปด้วยพิษร้าย

งูนั้นกลับเกรงกลัวคำสรรเสริญองค์พระเทวี

ดุจดังเกรงกลัวกำลังของพญาครุฑ

แม้เหล่าโจรร้าย จะตัดผู้เดินทางเป็นชิ้นๆ

และแขนขาของโจรเหล่านั้นจะเปื้อนเลือด

แต่เมื่อโจรเหล่านั้นได้ยินพระนามของพระองค์

ก็สูญสิ้นซึ่งกำลังใดๆ

เมื่อใครคนหนึ่งถูกราชมันซึ่งรับใช้พระราชา

ดึงผม และ ล่ามด้วยโซ่

แต่หากใครคนนั้นสรรเสริญพระเทวี

ผู้ทรงช่วยให้รอดจากคุกตาราง ก็จะปราศจากความกลัว

เมื่อคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำจากทั้งสิบทิศ

และจากท้องฟ้าอีกด้วย ผู้ที่เป็นข้าของพระองค์

ซึ่งลอยคออยู่ในท้องทะเล หลังจากที่เรืออับปาง

ก็จะปลอดภัยถึงฝั่ง

เหล่าปิศาจ ซึ่งเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบสมอง

ซึ่งปิศาจนั้นชอบกินเป็นอาหาร

โอพระเทวี! ปิศาจนั้นก็เตลิดหนีไป

เพียงเมื่อได้ยินบทมนตราของพระองค์

ผู้ที่ประสบเคราะห์กรรมจากโรคเรื้อน แขนขาขาด

มีหยดเลือดและหนองไหลออกมาจากจมูก

แต่เมื่อเขาเหล่านั้นมาร่วมตัวอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์

พวกเขาก็เปรียบเสมือนเทพบุตรเทพธิดาบนสรวงสวรรค์

ขอทาน ซึ่งซูบผอมดุจเปรต

ร่างเปลือยเปล่า ทนทรมานด้วยความหิวกระหาย

แต่เมื่อเขากราบกรานพระองค์

เขาก็กลายเป็นจักรพรรดิ

ด้วยอำนาจแห่งบุญบารมีที่ข้าฯ

ได้สั่งสมมาด้วยการสรรเสริญพระองค์ ผู้บริสุทธิ์สะอาด

ผู้ทรงทำให้ความกลัวทั้งหลายต้องมลายไป

ขอให้โลกได้ประสบซึ่งความสุขเถิด

บทสรรเสริญองค์อารยาตาราเทวี รจนาโดยพระอาจารย์จันทรโคมินจบบริบูรณ์

กล่าว กันว่าด้วยการท่องบ่นบทสรรเสริญนี้ พระอาจารย์จันทรโคมินได้ทำให้พระรูปไม้ขององค์ตาราเทวี ยกนิ้วชี้ขึ้น เมื่ออาจารย์ทูลถามพระองค์ว่า “เหตุใดจึงทรงทำเช่นนี้” องค์เทวีดำรัสตอบว่า “ก็เพราะเจ้าแต่งบทสรรเสริญนี้ได้ดี!” หลังจากนั้น องค์ตารานี้ก็เป็นที่รู้จักกันในนามว่า “ตาราผู้ทรงยกน้ิวชี้ขึ้น”

โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ แปล

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (2)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)

เรียบเรียงโดย รศ.ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์

ความไม่มีประมาณสี่ประการ (Four Limitless)

หัวใจของการฝึกปฏิบัติตาราคือการปฏิบัติความเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งจำเป็นต้องฝึกฝนความไม่มีประมาณ 4 ประการได้แก่

1. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข

2. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นมิตรหรือศัตรู

3. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงความสุขอันเป็นบรมสุข

4. ความปรารถนาอย่างไม่มีประมาณที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าถึงสันติสุขอันยั่งยืนโดยปฏิบัติต่อทุกคนด้วยจิตอุเบกขา

ใคร ก็ตามที่ฝึกฝนทั้งสี่ข้อ เขาจะอยู่บนวิถีพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ครูบาอาจารย์ได้เคยปฏิบัติมาแล้วและได้ผลจากการปฏิบัตินั้น

บทปฏิบัติตารา/ตาราสาธนะ (Tara Sadhana)

เป็น ชื่อคัมภีร์ที่เน้นให้เราไม่เพียงทำสมาธิเพื่อเปลี่ยนจิตของเราให้เป็นดัง จิตของพระพุทธองค์ แต่ยังยึดพระองค์เป็นสรณะ เจริญโพธิจิต รักษาศีล หลีกเลี่ยงการประกอบอกุศลกรรม บำเพ็ญบุญ และอุทิศบุญกุศล การปฏิบัตินี้จึงเป็นการปฏิบัติโดยสมบูรณ์ที่เน้นปัญญา สมาธิ และการกระทำแห่งความกรุณาในเวลาเดียวกัน บทปฏิบัติมีทั้งขนาดสั้นเป็นพิเศษ สั้น ยาว และยาวเป็นพิเศษ จะใช้บทใดขึ้นอยู่กับเวลาสำหรับการปฏิบัติและสถานการณ์ โดยจะต้องได้รับการรับมอบคำสอนจากคุรุผู้มีคุณสมบัติที่จะสามารถมอบคำสอนได้ ได้รับมนตราภิเษก (empowerment/initiation) ซึ่งเป็นการขอพรจากคุรุและสายการปฏิบัติธรรมของท่าน ได้รับอนุญาตให้นั่งสมาธิถึงพระแม่ตาราและบริกรรมมนตราหัวใจประจำพระองค์

ปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง (Practice to Transform Oneself)

แต่ การฝึกปฏิบัติไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่เรายังต้องฝึกเพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราให้ดีขึ้น ดูแลอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง สังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบที่เรามักทำเมื่อมีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น โดยมีจุดหมายหลักเพื่อรู้จักตัวตน ถ้าปฏิบัติตารา แต่ไม่พยายามจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น การปฏิบัตินอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอาจเป็นอันตรายด้วย ทำให้อัตตาเพิ่มพูน และสมาธิที่ฝึกฝนก็เป็นเพียงอีกหนึ่งวิธีในการทำสมาธิ หากเข้าใจเช่นนี้ การปฏิบัติตาราแม้ว่าจะสืบทอดจากทิเบต แต่เป็นสิ่งสากล ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชาวทิเบตเท่านั้น

ตารามนตราภิเษก (Tara Empowerment)

1. Purification

ทำความสะอาดอวมงคลในตัวเรา ในชีวิต และอกุศลกรรมที่ได้เคยทำมา ด้วยการอมน้ำมนตร์และบ้วนออกมา

2. Torma Offering

นำ ตอร์มา (เครื่องบูชา/พลี) ที่อุทิศให้แก่ดวงวิญญาณที่ไม่พึงพอใจ ออกไปจากมณฑลพิธี (หิ้งพระที่ตั้งจิตให้เป็นสถานจำลองพุทธเกษตร) การทำขั้นตอนนี้เพื่อขจัดอุปสรรคในการทำพิธีออกไปและทำให้เรารู้สึกว่าได้ รับการคุ้มครอง

3. Tara Story

ริมโปเชเล่าเรื่องพระแม่ตาราใน ขณะเสวยชาติเป็นเจ้าหญิงพระนามว่า “พระจันทร์แห่งปัญญา” ในกัลปะของพระพุทธเจ้าไวโรจนะ พระองค์ทรงเปี่ยมไปด้วยศรัทธาในพระรัตนตรัย ทรงบำเพ็ญบุญกุศล และตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบำเพ็ญบารมีแห่งพระโพธิสัตว์ในร่างของสตรีทุกภพทุก ชาติเนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นเชื่อว่าบุรุษเท่านั้นที่จะเข้าถึงการตรัสรู้ เมื่อพระภิกษุในพระราชวังขอให้ทรงตั้งจิตอธิษฐานให้ได้กำเนิดเป็นชาย ทรงกล่าวว่า “ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบุรุษ หรือสตรี เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ตัวตน ชื่อบุรุษ และสตรีเป็นสิ่งปรุงแต่งจากจิตเปี่ยมด้วยอวิชชาของมนุษย์ เพราะพวกเขาปราศจากความเข้าใจอย่างแท้จริงถึงความจริงในระดับปรมัติถ์”

4. Sadhana Lineage

บท ตาราสาธนะ บทปฏิบัติมีแบบใดบ้าง สายการปฏิบัติที่ริมโปเชทำพิธีมาจากสมเด็จองค์การ์มาปะที่สาม ผู้รับมนตราภิเษกได้รับพรจากสายการปฏิบัตินี้

5. Preliminary Practice

การปฏิบัติเบื้องต้น

-สวดยึดพระรัตนตรัยและพระอาจารย์ (จตุสรณคมน์) เป็นสิ่งเริ่มต้นสำหรับการปฏิบัติทุกอย่าง

-สวดเจริญโพธิจิต การปฏิบัตินี้ไม่ใช่ประโยชน์ของเราคนเดียว แต่เพื่อสัตว์ทั้งหลายได้รับการหลุดพ้น

-สวดสลายบาปกรรม

-แสดงความปีติยินดีต่อบุญกุศลของพระโพธิส้ตว์ทั้งหลาย

-ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขที่ยั่งยืนและอุทิศบุญกุศล

6. Actual Empowerment

การทำมนตราภิเษก

ถ้า เราเป็นนักเรียนแพทย์ เราเห็นอาจารย์แพทย์เป็นแบบอย่าง ในทำนองเดียวกัน เราเปลี่ยนตัวเราให้เป็นดังพระแม่ตารา เรามองพระองค์เป็นแบบอย่างและเราปฏิบัติอย่างเดียวกับพระองค์

7. Emptiness Mantra

สวดมนตราเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นความว่างที่เป็นสภาวะเดิมแท้

8. Arising of Tara Emblem

ในความว่าง มีดอกบัว บนดอกบัวมีอักขระแทนตาราและจิตวิญญาณของเรา

9. Radiating of Lights

จากอักขระ มีแสงนับพันส่องไปทั่วทั้งสิบทิศ

10. Requesting Buddhas’ Blessings

แสงออกไปสัมผัสพระพุทธเจ้าและพระอริยสัตว์ทั้งหลาย เราได้รับปัญญา กรุณา และพรของพระองค์

11. Consciousness Totally Blessed

แสงแห่งพรย้อนกลับมาที่อักขระ จิตวิญญาณของเราได้รับพรเต็มเปี่ยม

12. Healing Sentient Beings

แสง อีกชุดส่องไปสัมผัสสรรพชีวิต เยียวยาจิตใจของพวกเขา ขจัดอกุศลกรรมของพวกเขา ทำให้กาย วาจา ใจของพวกเขาสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้โรคภัยไข้เจ็บของพวกเขาหมดสิ้นไป ทำให้พวกเขามีความปรีเปรมดิ์และมีความสุข

13. Achievement of Two Benefits

เมื่อแสงทำหน้าที่ทั้งสองแล้ว แสงกลับมาอยู่ที่อักขระ นั่นคือ แสงได้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของเราเองและผู้อื่น

14. Visualization

ตั้ง นิมิตถึงตารา ซึ่งในที่นี้คือ ตาราองค์สีเขียว ผู้ประทับบนดอกบัว มีหนึ่งพักตร์ สองหัตถ์ หัตถ์ขวาอยู่ในท่าประทานพร หัตถ์ซ้ายถือดอกอุบล (ดอกบัวสีน้ำเงิน) ที่บานอยู่ที่พระกรรณ ทรงอาภรณ์และเครื่องประดับในลักษณะสัมโภคกายของพระพุทธเจ้า พระบาทขวายื่นออก พระบาทซ้ายพับเข้า รอบพระองค์มีพระแม่ตาราในลักษณะเดียวกันอีก 4 องค์

15. Receiving Body, Speech and Mind Blessings

ให้คิดว่าผู้ร่วมพิธีได้รับพรจากพระแม่ตารา ทั้งกาย วาจา ใจ

16. Body Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางกายของเรา และเปลี่ยนกายของเราให้เป็นดังพระวรกายของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีรับน้ำมนตร์จากโถมงคล

17. Speech Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนวาจาของเราให้เป็นดังพระวจนะของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีบริกรรมตารามนตรา

18. Mind Empowerment

ริมโปเช ประกอบมนตราภิเษก เพื่อสลายอกุศลกรรมทางวาจาของเรา และเปลี่ยนใจของเราให้เป็นดังพระหทัยของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีทำสมาธิถึงพระแม่ตารา

20. Quality Empowerment

ริมโปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนคุณลักษณะของเราให้เป็นดังคุณลักษณะของพระโพธิสัตว์

21. Activity Empowerment

ริม โปเชประกอบมนตราภิเษก เพื่อเปลี่ยนการกระทำของเราให้เป็นดังพระกรณียกิจของพระโพธิสัตว์ ผู้ร่วมพิธีได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการทำงานสานต่อพระกรณียกิจของ พระพุทธเจ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้น

22.Receiving Torma Blessings

ผู้ ร่วมพิธีรับพรจากองค์ตอร์มาซึ่งเปรียบเสมือนมันดาลา (มณฑล) แห่งพระแม่ตาราและเหล่าบริวารและทำความเคา รพพระอาจารย์ ให้คิดว่าตัวเราและมันดาลาเป็นหนึ่งเดียวกัน

23. Dedication of Merits

อุทิศบุญกุศล ขอให้สัตว์ทั้งหลายไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวได้เข้าถึงพระสัมมาสัมโพธิญาณ

Summary of Teachings from Green Tara Retreat (1)

งานเยียวยาจิตใจบนวิถีตารา (Green Tara Retreat)

5-6 กุมภาพันธ์ 2554

บรรยายและนำภาวนาโดยพระอาจารย์ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช (Ringu Tulku Rinpoche)


สถานที่จัดงาน (About Khadiravana)

งาน ภาวนาจัดขึ้นที่ “ขทิรวัน” ซึ่งประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ “ขทิระ” และ “วนะ” หมายถึง ต้นสีเสียด และ ป่า คำนี้จีงหมายถึงป่าขทิระหรือป่าสีเสียด มูลนิธิพันดาราตั้งชื่อสถานปฏิบัติธรรมนี้ว่าขทิรวันเพื่อเป็นเครื่องเตือน ใจถึงพระโพธิสัตว์สตรีในฝ่ายวัชรยาน ผู้ตั้งมหาปณิธานที่จะไม่เสด็จไปนิพพาน แต่จะดำรงอยู่ในโลกทุกภพทุกชาติจนกว่าสัตว์ชีวิตสุดท้ายจะได้รับการหลุดพ้น พระองค์ได้รับการขนานนามว่า “ตารา” หมายถึง ผู้นำไปสู่การหลุดพ้น ป่าขทิระคือสถานที่ที่พระอาจารย์ชาวอินเดียชื่อนาคารชุนได้เห็นนิมิตของพระองค์

พระอาจารย์ผู้นำภาวนา (about Ringu Tulku Rinpoche)


ท่าน ชื่อ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช เป็นพระอาจารย์สำคัญของพุทธวัชรยาน ท่านสืบคำสอนของนิกายกาจูร์ปะ ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนสมเด็จองค์การ์มาปะในยุโรป ริงกุ เป็นชื่อ ชุมชนชนเผ่าเร่ร่อนที่เป็นบ้านเกิดของท่านในแคว้นคาม ทิเบตตะวันออก ทุลกุ เป็นฉายาสำหรับพระอาจารย์ผู้ได้รับการประกาศว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ริมโปเช เป็นคำเรียกพระอาจารย์ (ลามะ) โดยความหมายตรงตัวคือ ผู้ประเสริฐ เมื่ออายุได้ 4-5 ปี ทิเบตเสียเอกราชและริมโปเชต้องลี้ภัยไปสิกขิม

คำสอนของพระอาจารย์ (Rinpoche’s Teachings and Work)

ท่าน เขียนหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับคำสอนในสามยานของพระพุทธศาสนา การฝึกจิต และปรัชญาแบบรีเม (ไม่แบ่งแยกนิกาย) ท่านตั้งองค์กรการกุศลชื่อ โพธิจริยา (Bodhicharya) ในเบลเยี่ยม เน้นการทำงาน 3 ด้าน คือ การให้ความช่วยเหลือ การเยียวยาจิตใจ และการประสานความสัมพันธ์ ท่านพูดเสมอว่า เราต้องเปิดใจที่จะเรียนรู้ผู้อื่นและประเพณีทางจิตวิญญาณอื่นๆ เราจึงจะฉลาดขึ้นและมีความเข้าใจอย่างแท้จริง ท่านยังให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การงานของพันดารา (1000 Stars Work)

นอกจากสร้างสถานปฏิบัติธรรมและแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมทิเบต/หิมาลัยแล้ว มูลนิธิยังดำเนินการก่อสร้างพระมหาสถูปเพื่อสันติภาพของโลกซึ่งอุทิศแด่พระ โพธิส้ตว์ตารา ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานของมูลนิธิ ริงกุ ทุลกุ ริมโปเชกล่าวชื่นชมการงานของมูลนิธิ ชมขทิรวันว่ามีความงดงาม และท่านมีความปีติยินดีที่ได้กลับมาสถานที่ที่กำลังก่อสร้างพระมหาสถูปตารา  ท่านบอกว่าขทิรวันมีความก้าวหน้าหลายอย่าง ท่านแสดงความยินดีและอนุโมทนากับอาจารย์กฤษดาวรรณและสังฆะพันดาราทุกคน

พระแม่ตารา (Bodhisattva Tara)

เรื่องราวของพระองค์เกี่ยวโยงกับการบำเพ็ญเพียรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยที่ ยังทรงเป็นพระโพธิส้ตว์ดังที่เราเคยอ่านหรือได้ยินจากนิทานชาดก ก่อนที่จะทรงเข้าถึงการตรัสรู้ ทรงบำเพ็ญบารมีหกของพระโพธิสัตว์ และตั้งปณิธานว่าจะเกิดเป็นสตรีในทุกภพทุกชาติเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลกทั้ง หลาย ด้วยความรักและกรุณาอันไม่มีขีดจำกัดของพระองค์ ทรงได้รับการขนานนามว่า “พระโพธิสัตว์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์” พระองค์ทรงเข้าถึงการตรัสรู้ด้วยวิริยะอุตสาหะในการสั่งสมบุญบารมี ช่วยเหลือสัตว์โลก และเข้าถึงปัญญาญานอันยิ่งใหญ่ แต่ทรงขอดำรงอยู่ จึงได้รับพระนามว่า พระโพธิสัตว์

การภาวนาถึงตารา (Tara Practice)

ปณิธาน ของพระแม่ตารา : ผู้ใดระลึกถึงพระองค์ เอ่ยพระนามของพระองค์ บูชาพระองค์ ขอให้เขาเป็นอิสระจากความกลัวและภัยอันตรายทั้งหลาย ขอให้เขาได้รับการปกป้องและขอให้คำอธิษฐานของเขาสมประสงค์ กล่าวกันว่า พรของพระองค์รวดเร็ว ดุจดังแม่ที่ตอบสนองต่อลูกทันทีที่ลูกเรียกหา

ผู้ภาวนาถึงตารา (Tara Great Devotees)

ครูบาอาจารย์หลายท่านผูกพันกับพระองค์และสวดบูชาพระองค์เป็นนิจสิน เช่น ท่านนาคารชุน อตีศะทีปังกร องค์การ์มาปะที่สาม องค์ดาไลลามะที่หนึ่ง และพระอาจารย์หลายท่านสืบจนปัจจุบัน ในจำนวนท่านทั้งหลาย ท่านอตีศะ (ต้นศตวรรษที่ 11) เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย

อตีศะไปทิเบต (Atisha)

ใน สมัยนั้นพุทธวัชรยานเสื่อมลงเนื่องจากเกิดการปลงพระชนม์กษัตริย์ ทำให้ขาดผู้นำทางการปกครองและทางจิตวิญญาณ ท่านยีชี เออ มีความประสงค์จะนิมนต์พระอาจารย์อตีศะมาทิเบต แต่ระหว่างทางถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ โจรต้องการทองเท่าตัวของท่านจึงจะปล่อยตัว หลานชายของท่านหาทองให้ท่านได้จนเกือบเท่าตัวแล้ว แต่โจรบอกว่ายังไม่พอเพราะเอาตัวไปได้แต่เอามือไปไม่ได้ ท่านมีหนังสือลับถึงหลานว่า ไม่ต้องไปหาทองมาอีก ท่านแก่แล้ว ขอให้นำทองนั้นไปถวายพระอาจารย์เพื่อนิมนต์ท่านมาทิเบตดีกว่า จะเป็นประโยชน์มากกว่า หลานของท่านจึงเดินทางไปเชิญท่านอตีศะมาทิเบต

อตีศะภาวนาถึงตารา (Atisha’s Praying to Tara)

เพราะ ท่านอตีศะผูกพันกับพระแม่ตารามาก ท่านจึงภาวนาถึงพระองค์ขอให้ทรงดลใจให้ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องว่าจะไปทิเบต ดีหรือไม่ เหล่าสาวกของท่านล้วนแต่กังวลใจ เพราะทิเบตดูเป็นดินแดนป่าเถื่อน เต็มไปด้วยคนกินคน สูงและหนาวเย็น ท่านอตีศะเดินทางไปสวดภาวนาที่โพธิคยา ซึ่งมีพระรูปพระแม่ตาราอยู่ ที่นั่นท่านได้นิมิตพระแม่ตารา พระองค์บอกท่านว่า ถ้าท่านไปทิเบต ท่านจะทำประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ชีวิตท่านจะสั้น ท่านจะไม่ได้กลับมาอินเดียอีก ท่านอตีศะตัดสินใจไปทิเบตเพื่อไปทำประโยชน์ในการเผยแผ่พระธรรม และมรณภาพในทิเบตในเวลาต่อมา ท่านเป็นต้นกำเนิดของสายกาดัมปะ (Kadampa) ซึ่งได้กลายมาเป็นนิกายสาเกียปะ (Sakyapa) และนิกายเกลุกปะ (Gelugpa)

โพธิจิตกับการปฏิบัติบูชาตารา (Bodhicitta & Tara Practice)

หัวใจหลัก คือ โพธิจิต เป็นการบ่มเพาะความกรุณาด้วยปัญญา เป็นความกรุณาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู เราปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์ การปฏิบัตินี้จึงเน้นที่ผู้อื่นเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้เน้นที่ตัวเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าการคิดเกี่ยวกับความทุกข์ของผู้อื่นจะทำให้เราเป็น ทุกข์ หรือท้อแท้ ตรงกันข้าม กลับทำให้เรามีพลังทางบวกมากขึ้น มีแรงบันดาลใจในการดำรงชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น ในการปฏิบัตินี้ เราให้พระแม่ตาราเป็นตัวอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อให้เราเข้าถึงปัญญาและกรุณาเช่นเดียวกับของพระพุทธเจ้าที่มีอยู่ภายในตัวเรา

Green Tara Retreat


Memories from Ringu Tulku Rinpoche’s second visit to Khadiravana Center and Green Tara Retreat (5-6 February 2011)

การเยือนศูนย์ขทิรวันครั้งที่สองและภาวนา ” เยียวยาจิตใจบนวิถีตารา”

February 5-6, 2011, Khadiravana Center

Rinpoche relaxed on a rock overlooking the Tara Great Stupa project. He said this rock was a natural chair. It’s pleasant looking at all the mountains surrounding the center.
ริงกุ ทุลกุ ริมโปเช พักผ่อนบนก้อนหินข้างต้นไทร มองดูความก้าวหน้าของการก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ท่านบอกว่า ก้อนหินนี้เป็นเก้าอี้ธรรมชาติ และท่านรู้สึกสบายที่เห็นภูเขารายล้อมศูนย์

Rinpoche and students at our Tibetan mud house.

ริมโปเชและศิษย์ที่เรือนปฏิบัติธรรมบ้านดินทิเบต

Three years ago (November 2007) Rinpoche came to Thailand for the first time. He performed a White Tara empowerment at Khadiravana. At that time, there is only the Mantra Stupa.

3 ปีก่อน ริมโปเชมาเมืองไทยเป็นครั้งแรก ท่านประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราขาวที่ขทิรวัน ครั้งนั้นมีเพียงสถูปมนตร์ที่เห็นด้านหลัง
The Bodhi tree planted by Rinpoche back then. Its trunk has become tall, straight and firm, as if telling us that the Buddha dharma could not be destroyed and would be everlasting just like the noble aspiration of a Bodhisattva.
ต้นโพธิ์ที่ริมโปเชปลูกเป็นครั้งแรก โตใหญ่ ลำต้นตั้งตรงเหมือนจะบอกว่า สัจธรรมไม่มีวันถูกทำลาย และจะคงเป็นนิรันดร์ดังเช่นปณิธานอันประเสริฐของพระโพธิสัตว์


Rinpoche offered an auspicious khatak at Vasutara’s shrine. He said he was happy to come back particularly to the land where the Stupa is being built. Khadiravana is beautiful. He’s impressed to see a lot of progress here.
ริมโปเชถวายผ้าคาตักมงคลที่ศาลาวสุตารา ท่านบอกว่าดีใจที่ได้กลับมาที่นี่ซึ่งเป็นสถานก่อสร้างพระสถูป ท่านยังกล่าวว่าขทิรวันงดงามมาก และท่านดีใจที่เห็นการงานก้าวหน้า
Mindful walk to the innermost zone of the land. Our destination was this ancient banyan tree, where we remember Tara and other Bodhisattvas.
เดินภาวนาไปบริเวณในสุดของที่ดิน โดยมีต้นไทรโบราณ “วิหารธรรมชาติ” ที่เราระลึกถึงพระแม่ตาราและเหล่าพระโพธิสัตว์
“I searched for my spiritual self. I found compassion here,” said a physicist from Zambia.
คุณหมอจาบูจากแซมเบียนั่งภาวนาที่ต้นไทร “ผมตามหาตัวตนทางจิตวิญญาณ แล้วมาพบความกรุณาที่นี่”
Evening at Khadiravana
ขทิรวันในยามเย็น
Kesang, Rinpoch’s brother enjoyed his visit.
The torma symbolizes Tara, her retinue and the sacred mandala.

ตอร์มา สัญลักษณ์แทนพระแม่ตาราและเหล่าบริวารของพระองค์ในมณฑลพิธี

Green Tara Empowerment – Rinpoche presented Aj Krisadawan with all the donations he received from the empowerment to support the construction of the Tara Great Stupa. His loving kindness touched our heart. Thank you very much Rinpoche for your support which will be remembered forever.
ที่งานมนตราภิเษกพระแม่ตารา ริมโปเชมอบเงินทำบุญทั้งหมดให้มูลนิธิพันดาราเพื่อร่วมสร้างพระศานติตารามหาสถูป ความเมตตาของริมโปเชจะอยู่ในหัวใจของเราตลอดไป
Refreshments after morning meditation
 

Exhaustion over the years is gone when I see Rinpoche.
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดสูญสลายไปเมื่อได้พบริมโปเช
May the Bodhicitta which hasn’t been born arise. May the Bodhicitta which has already arisen forever increase!
ขอให้โพธิจิตที่ยังมิได้บังเกิดจงบังเกิด ที่บังเกิดแล้วจงเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป
Planting Bodhi tree. K Pramod, next to Rinpoche also offered his Jain chanting after the planting.
ปลูกต้นโพธิ์ด้วยกัน คุณปราโมทย์ยังสวดจากศาสนาเชนด้วย นี่เป็นช่วงเวลาดีๆอีกช่วงหนึ่ง
“Imagine if you are captured, how would you feel?” Rinpoche led us on fish releasing.
Celebrating our friend and foundation’s board Cholatis’s birthday at the site.
ฉลองวันเกิดคุณชลทิศ กัลยาณมิตรและกรรมการมูลนิธิที่งานปล่อยปลา
Rinpoche congratulates Methi, one of the Stupa engineers, and thanks Mayures and Cholatis and all involved for requesting a large amount of fish to be released.