Skip to content

Posts from the ‘Tibetan Masters’ Category

The Life and Works of Tsulchen Rinpoche (2)

To receive and welcome him, there were dharma practitioners, disciples of the previous Tsulchen Rinpoche, and devotees of Yungdrung Bon and other schools including King Meu (King of Ngawa). At such a young age, he could miraculously recite prayers to remove obstacles and dedication prayers.

Read more

The Life and Works of Tsulchen Rinpoche

The detail of his life and teachings are shared on the occasion of Tsulchen Rinpoche’s upcoming visit to Thailand during December 13-23, 2017 to give teachings, and oral transmissions as well as chair the Phapa offering ceremony for the World Peace Great Stupa under construction at Kundrol Ling, Thailand.

This biography of Tsulchen Rinpoche is compiled from a collection of teachings by Tsulchen Rinpoche as well as an interview with Ajarn Meu Yonten, who spent 27 years at Tokden Monastery under guidances of Tsulchen Rinpoche and the late Triwa Rinpoche.

Read more

Praise to the Great Stupa

บทตั้งปณิธานและบูชาอานิสงส์ของการสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป”

พระอาจารย์และเทพ
ผู้สืบสายธารแห่งธรรมจากตรีกายของพระพุทธเจ้า
พระตถาคต เทพปางสันติ เทพปางพิโรธ ทั้งนอก ใน และลึกล้ำ

เหล่าธรรมบาล ผู้มุ่งมั่นปกป้องพระสูตร พระธรรมเตรมา และพระกรณียกิจทั้งสี่อยู่เป็นนิจ ข้าพเจ้าขอประณตน้อมแด่พระองค์ทั้งหลาย ด้วยการบูชาพระสถูปตราบจนถึงการตรัสรู้

ในเวลานี้ เพื่อให้สัตว์ผู้ท่องไปในสังสารวัฏทั้งหกภพภูมิได้สั่งสมบุญบารมี จึงตั้งปณิธานจะประดิษฐานพระสถูปตามแบบ “ยุงตรุง เกอเลก เชอแตง” สถูปอันสรรค์สร้างไว้อย่างวิจิตรดังปาฏิหาริย์

พระสถูปมีคุณลักษณะดังนี้…
พระสถูปอันเป็นธรรมกาย
สิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า
คัมภีร์อันเป็นสัมโภคกาย
สิ่งแทนพระวจนะของพระพุทธเจ้า
พระพุทธรูปอันเป็นนิรมาณกาย
สิ่งแทนตรีกายของพระพุทธเจ้า
รูปพระอาจารย์ ยีตัม ฑากินี
สิ่งแทนมนตร์ธารณี
รูปพระตถาคตทั้งสี่
สิ่งแทนพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์
รูปพระเทรมปา นัมคา พระเซวัง รินซิน พระคุรุปัทมสมภวะ
สิ่งแทนความกตัญญูยิ่งใหญ่ต่อพระธรรมและสัตว์ทั้งหลาย
รูปพระกุนเทรอ ทรักปา
สิ่งแทนการเผยแผ่พระธรรมให้ขจรไกล
รูปพระศรีเทวี เชนเจ ผู้ให้คำสัตย์ปฏิญาณ
สิ่งแทนผู้ปกป้องคำสอนและสัตว์ทั้งปวง
พระสถูปคือเทพปางสันติประทับอยู่ในความไพศาล
คือพระรูปส่องสว่างอยู่กลางอากาศ
ด้วยพุทธานุภาพ ขอสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงจงมลายสิ้นไป
เหล่าเทพปางพิโรธพิชิตผู้ยากจะปราบได้โดยมิหยุดหย่อน
ขอมารยักษิณีไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวกลับใจสู่บุญกุศล
ขออกุศลนานัปการของมารทั้งสามกาลจงแปรเปลี่ยนไป
ขอความชั่วร้ายในโลกนี้จงสิ้่นสูญ
ขอศานติสุขจงบังเกิดขึ้นในโลกไม่ว่าแห่งหนตำบลใด
ขอให้บังเกิดความเห็นแจ้งว่า ปรากฏการณ์และสิ่งดำรงอยู่คือศูนยตาอันไพศาล ขอพระธรรมจงดำรงมั่นและขจรไกลไปทั่วสากลจักรวาล
ขอพระธรรมทั้งสามมรรควิถีจงเผยแผ่ชั่วกาลนานมิมีวันเสื่อมสลาย ขอบุญบารมีทั้งสองอันอุดมยังประโยชน์ทั้งส่วนตนและผู้อื่นด้วยเทอญ

พระอาจารย์กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ซกญี เกียมโซ รจนาเพื่อประโยชน์ของพระธรรมและสัตว์โลก ในระหว่างการดำเนินงานเพื่อประดิษฐานพระศานติตารามหาสถูป ณ ขทิรวัน ศูนย์ปฏิบัติธรรมของมูลนิธิพันดารา ประเทศไทย

นครเฉิงตู
วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอความดีเพิ่มพูนทวี

Longevity Prayer of H.H. 33rd Menri Trizin Rinpoche

วันนี้ (9 ตุลาคม 2555) เป็นวันที่ทางฝ่ายทิเบตจะสวดมนตร์และประกอบพิธีขอให้สมเด็จพระสังฆราชแมนรี ริมโปเชองค์ที่ 33 ลุงตก เต็มเบ ญีมา ริมโปเช (ประมุขนิกายยุงตรุงเพิน/พุทธเพิน) มีอายุยืนยาว

ขอเชิญกัลยาณมิตรและเพื่อนๆของมูลนิธิพันดาราร่วมสวดมนตร์บทขอพรนี้ (ได้แปลเป็นภาษาไทยและให้ทำนองสวดไว้ด้านล่าง)

สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระปฐมอาจารย์ของครูซกเช็นของเราคือท่านญีมา ทรักปา ริมโปเช ท่านเป็นโยคีที่แอบซ่อนเปี่ยมด้วยปรีชาญาณยิ่งใหญ่ มีขันติธรรมอันเป็นเลิศ มีจิตไม่แบ่งแยกนิกาย ท่านได้ช่วยการงานทางศาสนาของสมเด็จองค์ดาไลลามะ ท่านยังเมตตาต่อโครงการพระศานติตารามหาสถูปด้วยการสวดมนตร์อวยพรให้โครงการถึง 3 วัน 3 คืน

 

นามของท่าน “ลุงตก เต็มเบ ญีมา” แปลว่า พระอาทิตย์แห่งพระธรรมอันกอรปด้วยสัจธรรมทั้งสอง นามของท่านเตือนใจเราให้เห็นว่าสมมติสัจและปรมัตถสัจไม่แยกจากกันและเราไม่สามารถแยกการปฏิบัติธรรมออกจากชีวิต

 

บทขอพรให้สมเด็จพระสังฆราชแมนรี ทริซิน องค์ที่ 33 มีอายุยืนยาว

เอมาโฮ

รับชัม ชกจู เกียลวา เซเช จี

เชียนเซ ยีชี โงโว จิกดู บา

ซับเจ เชนเต็น เปเว ทรินเล เช็น

ลุงตบ เต็มเบ ญีมา ตักชา โช

 

ปรีชาญาณแห่งสัพพัญญูในพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งสิบทิศ

รวมเป็นหนึ่งเดียวในท่าน ผู้เปี่ยมด้วยความรักและปัญญา

ผู้ประกอบกรณียกิจในการเผยแผ่พุทธธรรมอันลึกซึ้งและกว้างไกลขององค์พระศาสดา

ขอให้พระอาจารย์ลุงตก เต็มเบ ญีมาฉายแสงตลอดไป

ดู Link นี้สำหรับทำนองสวด และสามารถสวดไปพร้อมกับพระลามะทิเบต http://www.olmoling.org/section/file/181/H.H.Longevity_Prayer_Audio.wav

Today we invite friends and students to join us in praying for His Holiness 33rd Menri Trizin Rinpoche’s long life. May the sun of teachings as in his name shine forever!

Longevity Prayer of H.H. 33rd Menri Trizin Rinpoche

E MA HO

RAB JAM CHHOK CHU GYAL WA SE CHE KYI

The omniscient wisdom of the Buddhas and Bodhisattvas of the ten directions

KHYEN TSE YESHE NGO WO CHIK DUI PAI
Is condensed into a single essence in you, Highest One

ZAB GYE SHEN TEN PEL WE THRIN LE CHEN
Possessor of the enlightened activity of the profound, expanded, increasing teachings of Tonpa Shenrab

LUNG TOG TENPAI NYIMA TAG CHHAR SHOG
We pray that you Lungtok Tenpa’i Nyima shine forever.

 

Public Talks on “Journey of Life and Mind”

The foundation invites the general public to attend  a conference/seminar on “Journey of Life and Mind” at Room 105 Mahachulalongkorn Building, Chulalongkorn University, Bangkok.

There will be two public talks by Latri Khenpo Geshe Nyima Dakpa Rinpoche on “Samsara…Journey of Life and Mind” and “Life’s Last Journey”. There will also be an introduction of Rinpoche’s book “Opening the Door to Bon” in the occasion of  its being translated into Thai.

 

Program of Rinpoche’s Talks in English (with Thai translations)

Saturday 11 February 2012

9.10-10.15 hrs: Samsara…Journey of Life and Mind

10.15-10.30 hrs: Refreshments

10.30-11.30 hrs: Opening the Door to Bon. An introduction to Tibetan ancient wisdom

Sunday 12 February 2012

13.00-14.30 hrs: Life’s Last Journey

14.30-15.00 hrs: Refreshments

15.00-16.00 hrs: Discussion

For registration, please email us at 1000tara@gmail.com. There are no registration fees. Donation to support the activities are welcome.

“Tashi Lhunpo Monastic University”

=========================
THE TASHI LHUNPO MONASTIC UNIVERSITY by Ruth Hayward, PhD
at Serindia Gallery, O.P. Garden, Soi Charoenkrung 36
Saturday 20 February 4 –6 pm
(Talk is in ENGLISH)
————————————————
Free of Charge, Refreshments served
Seats limited. Please RSVP
RSVP serindiagallery@gmail.com
Tel: 02 238 6410
Mobile: 081 428 5453

The history of Tashi Lhunpo Monastic University in Tibet intersects with that of the relationship over the centuries of the Dalai Lama and the Panchen Lama. Gendun Drup, who posthumously was recognized as the first Dalai Lama, founded Tashi Lhunpo in 1447 in Shigatse, Tibet’s second largest city. He was an outstanding but wandering teacher who was inspired by Jey Tsong Khapa, founder of the Gelukpa or “Yellow Hat” sect and of the first Gelukpa monastic university, Ganden, in Lhasa, to build his own “Ganden” in Shigatse. Both he and the second Dalai Lama resided there. The Great Fifth Dalai Lama, who built the Potala in Lhasa, gave Tashi Lhunpo in appreciation to his teacher, Lobsang Choyki Gyaltsen, (1570–1662) as his seat, along with support from some nearby villages, freed from paying tax to Lhasa. The Great Fifth named him the “Panchen Lama,” or “Great Scholar”; reserved the title “Panchen” only for him and his reincarnates and declared him to be the incarnation of Amitabha Buddha. Since then, Tashi Lhunpo Monastic University has been intended as the seat of the successive Panchen Lamas. They and the Dalai Lamas have played important roles in recognizing each other’s reincarnations and as each other’s teachers where possible. Together they are generally considered the two highest religious leaders for Tibet, the “sun and moon.”

The historic link of the Dalai Lama and the Panchen Lama to Tashi Lhunpo makes it an important institution. And it specializes in teaching logic. In addition, its geographic location nearer to the border with India and further west than Lhasa, put it into contact as early as the 17th century with European explorers and foreign powers seeking influence in Tibet , but who were not always welcome in Lhasa. There were apparent attempts from many quarters to manipulate the Panchen Lama and disrupt ties with and influence of the Dalai Lama, for the advantage of foreign powers as well as some insiders.

Ruth Hayward will discuss and show a DVD about the history of Tashi Lhunpo Monastic University in Tibet and the Tashi Lhunpo in exile in India, and its relevance in contemporary history as well as for the future of Tibetan Buddhism. She is a Social Anthropologist (PhD Harvard, ’70), with both an academic and United Nations career, and is the President and Executive Director of the Panchen Lama-Tashi Lhunpo Project . She has published on topics ranging from child to international development, including lessons from South Asia on how to end violence against women and girls, and contributed to Serindia Publications’ “Wooden Wonders: Tibetan Furniture in Secular and Religious Life” (2004).

Telling Lies

การโกหกเป็นหนึ่งในอกุศลกรรมทางวาจา มีอยู่สองอย่าง  การโกหกที่เป็นอกุศลกรรมมาก เช่น การที่เราไม่มีสมบัติแต่บอกว่าเรามี  หรือการที่เราไม่มีพลังอำนาจหรือพลังวิเศษ แต่เราไปโกหกว่าเรามี       ส่วนโกหกแบบที่สองที่เราอาจจะคุ้นเคยกันซึ่งเป็นการโกหกในชีวิตประจำวัน เช่น ตอนนี้เราอยู่กรุงเทพฯ แต่พอมีคนโทรมาหา เราบอกว่าเราอยู่ปักกิ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นการโกหกแบบไหนก็ถือว่าเป็นอกุศลกรรมซึ่งควรละเว้นทั้งสิ้น

คำถาม: บางครั้งถ้าเราไม่พูดโกหกอาจทำให้คนสองคนผิดใจกัน อันนี้จะบาปหรือไม่

ริมโปเช: การพูดปดหรือพูดโกหกกับเก่งในอุบายแตกต่างกัน  ที่เรียกว่าเก่งในอุบายคือเรามีอุบายที่ไม่ให้คนสองคนผิดใจกัน  เราพยายามถนอมน้ำใจของคนสองคน  แต่ถ้าเราพูดปดมันหมายถึงจิตของเราต้องการพูดปดกับคนอื่น เหมือนกับทองกับทองเหลือง ดูข้างนอกหน้าตาคล้ายกันแต่มันเทียบกันไม่ได้ ทองก็เหมือนเก่งในอุบาย แต่ทองเหลืองก็เหมือนการโกหก

จากหนังสือเรื่อง “อกุศลกรรมสิบประการ” สิ่งที่ควรละเว้นเพื่อประโยชน์สุขในชีวิต โดยกุงกา ซังโป ริมโปเช หนังสือสายธารแห่งธรรม มูลนิธิพันดารา แจกเป็นธรรมทานเนื่องในวันมาฆบูชา 2553

Getting to Know Vajrayana Buddhism

ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ โครงการพระศานติตารามหาสถูป  มูลนิธิพันดารา

ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจเข้าฟังธรรมบรรยายเรื่อง

“ทำความรู้จักพระพุทธศาสนาวัชรยาน” (Getting to Know Vajrayana Buddhism)

โดย

พระอาจารย์กุงกา ซังโบ ริมโปเช (Kunga Sangbo Rinpoche)
วัดเจคุนโดและวัดต้าชี่กง ทิเบต

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553
13.00-16.00 น.
ห้อง 707 อาคารบรมราชกุมารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ทำไมถึงควรรู้จักวัชรยาน

ในปัจจุบัน มีผู้พูดกันมากเกี่ยวกับพระพุทธศาสนานิกายนี้ และมีความเข้าใจไม่ครบถ้วน มีความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในหมู่ผู้ศึกษาในเชิงเปรียบเทียบ ผู้ปฏิบัติธรรม และผู้สนใจเรื่องราวของทิเบต/หิมาลัย

ประเด็นบรรยายและสนทนา

ความเหมือนความต่างของวัชรยานกับเถรวาทและมหายาน
อุดมคติของพระโพธิสัตว์และพระอรหันต์
การปฏิบัติธรรมในสายวัชรยาน
ประวัติความเป็นมาของนิกายสาเกียปะ
ทิศทางของวัชรยานในโลกปัจจุบัน

การบรรยายเป็นภาษาทิเบต รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ แปลเป็นภาษาไทย

*ไม่เก็บค่าลงทะเบียน
*โปรดแจ้งชื่อผู้เข้าฟังภายในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ 1000tara@gmail.com โทร. 02 2184761 คุณภาคภูมิ

Karma & Confession (2)

เมื่อชำระล้างอกุศล การปฏิบัติก็จะดีขึ้น เพราะอุปสรรคต่างๆหมดสิ้นไป หรือพูดได้ว่า เราเอาตัวอุปสรรคออกไปจากหนทางแห่งธรรม

พลังทั้งสี่

การชำระล้างทำได้โดยยึดพลังทั้ง 4 ได้แก่

1. Power of witness พลังของผู้รับรู้/พยาน – ตั้งจิตต่อหน้าพระพุทธรูปที่จะยึดพระพุทธเจ้าเป็นสรณะไปจนกว่าจะถึงการตรัสรู้ ขอให้พระองค์ประทานพรต่อการสลายบาปกรรม

2. Power of regret พลังแห่งการสำนึกผิด – สำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปอย่างจริงใจ

3. Power of commitment พลังแห่งการสัญญา – ตั้งคำมั่นสัญญาที่จะไม่ทำอกุศลกรรมนั้นอีก

4. Power of application พลังของการฝึกปฏิบัติ – ตั้งจิตฝึกปฏิบัติธรรมด้วยกาย วาจา ใจตั้งแต่นี้ต่อไป

เมื่อตั้งจิตเช่นนี้แล้ว ให้นึกว่าพระพุทธองค์ทรงรับรู้ในความผิดของเรา ให้เราคิดว่าบาปกรรมต่างๆหมดสิ้นไป ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก

ข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

– เมื่อเราได้ปฏิบัติธรรม ให้สังเกตว่าตัวเรามีศรัทธาเพิ่มพูนในพระรัตนตรัยมากน้อยเพียงไร เชื่อในกฎแห่งกรรมมากขึ้นหรือไม่ เราเปลี่ยนไปอย่างไร (Am I the same person?) สังเกตว่าการสวดมนตร์ภาวนาให้ผลอย่างไร

– เมื่อเราไม่มีทุกข์ ไม่มีปัญหา เราลืมพระพุทธเจ้าหรือเปล่า

– ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ให้จิตของเราอยู่กับพระพุทธเจ้าตลอดเวลา ให้นึกรู้ว่าพรของพระองค์อยู่กับเราตลอด

คำสอนของญีมา ทรักปา ริมโปเช ในหัวข้อ “การปฏิบัติเบื้องต้น “อาทรี” เพื่อการฝึกปฏิบัติซกเช็น บ้านมูลนิธิพันดารา วันที่ 9 ตุลาคม 2552

Karma & Confession (1)

กรรมและการชำระล้างให้บริสุทธิ์

การชำระล้าง (ชักปา/Shagpa)  เรียก อีกอย่างได้ว่า การสารภาพบาป  โดยที่การสารภาพอย่างสำนึกในความผิดและเสียใจในอกุศลกรรมที่ได้ทำลงไปทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของการชำระล้างนี้

กรรม

มีทั้งที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรม ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ก็ย่อมมีผลของการกระทำทั้งสิ้น ตัวผู้ทำเป็นผู้รับผิดชอบผลของการกระทำ เพราะมนุษย์เราไม่สมบูรณ์ (imperfect) เราจึงทำสิ่งต่างๆ บางครั้งเพราะขาดเจตนา บางครั้งเพราะไม่รู้ ทำเพราะถูกสั่งให้ทำ หรือทำร่วมกับผู้อื่น เช่น สมรู้ร่วมคิด

หนทางในการชำระล้าง

ไม่มีใครร่วมรับผลกรรมของเราได้ แต่พระพุทธเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ (ทุกจีเช/thukjiche)  และทรงมีพระปรีชาญาน (ทับแคปา/ thapkhepa) ทรงสอนวิธีในการสลายบาปกรรมเพื่อให้สัตว์ทั้งหลายได้ชำระล้างอกุศลกรรมที่ได้เคยทำ เมื่อผู้ใดทำผิดพลาด ก็สามารถแก้ไขได้ เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่เลอะเทอะ ก็สามารถชำระล้างให้สะอาดได้ ถ้าซักไม่ได้ ซักไม่ออก หรือไม่มีทางซัก เราก็ต้องทนใส่เสื้อที่สกปรกนั้น

ความสกปรก

ความสกปรกยังเปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ติดบนกระจก กระจกที่มีผู้อยากใช้แต่ไม่มีใครอยากทำความสะอาด เป็นกระจกที่งดงามภายใต้ฝุ่นละออง

ผลของการกระทำ

ในภาษาทิเบตเรียก พักชัก (phakchak) เป็นร่องรอยของกรรมที่ติดตัวเราไปตลอด ไม่ว่านกจะบินสูงเพียงไร ก็จะปรากฏเงาบนพื้นเมื่อมันบินสู่พื้นดิน การกระทำใดๆย่อมทิ้งร่องรอยไว้เบื้องหลัง อีกตัวอย่างหนึ่ง เรามีห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยของต่างๆ ไม่ว่าเราจะใช้หรือไม่ ของก็อยู่ในห้องนั้น

เรามีสิ่งที่เรียกว่า “กุนฉี (kunzhi)”ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ทุกอย่าง เป็นรายการบันทึกการกระทำทั้งหลาย ทั้งดีและไม่ดี เมื่อเหตุปัจจัยเหมาะสม ผลของการกระทำก็เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น เราพูดถึงความทุกข์อย่างเดียวไม่พอ เราต้องชำระล้างให้หมดไปด้วย ถ้าเราซักเสื้อสกปรกให้สะอาดเร็วเพียงใด เราก็เหนื่อยน้องลงเพียงนั้น

(ยังมีต่อ)

สรุปความจากการบรรยายของญีมา ทรักปา ริมโปเช ในหัวข้อเกี่ยวกับการปฏิบัติเบื้องต้น “อาทรี” เพื่อการฝึกปฏิบัติซกเช็น