Skip to content

Posts from the ‘Tibetan Masters’ Category

The Life and Works of Tsulchen Rinpoche (2)

To receive and welcome him, there were dharma practitioners, disciples of the previous Tsulchen Rinpoche, and devotees of Yungdrung Bon and other schools including King Meu (King of Ngawa). At such a young age, he could miraculously recite prayers to remove obstacles and dedication prayers.

Read more

The Life and Works of Tsulchen Rinpoche

The detail of his life and teachings are shared on the occasion of Tsulchen Rinpoche’s upcoming visit to Thailand during December 13-23, 2017 to give teachings, and oral transmissions as well as chair the Phapa offering ceremony for the World Peace Great Stupa under construction at Kundrol Ling, Thailand.

This biography of Tsulchen Rinpoche is compiled from a collection of teachings by Tsulchen Rinpoche as well as an interview with Ajarn Meu Yonten, who spent 27 years at Tokden Monastery under guidances of Tsulchen Rinpoche and the late Triwa Rinpoche.

Read more

Praise to the Great Stupa

บทตั้งปณิธานและบูชาอานิสงส์ของการสร้าง “พระศานติตารามหาสถูป”

พระอาจารย์และเทพ
ผู้สืบสายธารแห่งธรรมจากตรีกายของพระพุทธเจ้า
พระตถาคต เทพปางสันติ เทพปางพิโรธ ทั้งนอก ใน และลึกล้ำ

เหล่าธรรมบาล ผู้มุ่งมั่นปกป้องพระสูตร พระธรรมเตรมา และพระกรณียกิจทั้งสี่อยู่เป็นนิจ ข้าพเจ้าขอประณตน้อมแด่พระองค์ทั้งหลาย ด้วยการบูชาพระสถูปตราบจนถึงการตรัสรู้

ในเวลานี้ เพื่อให้สัตว์ผู้ท่องไปในสังสารวัฏทั้งหกภพภูมิได้สั่งสมบุญบารมี จึงตั้งปณิธานจะประดิษฐานพระสถูปตามแบบ “ยุงตรุง เกอเลก เชอแตง” สถูปอันสรรค์สร้างไว้อย่างวิจิตรดังปาฏิหาริย์

พระสถูปมีคุณลักษณะดังนี้…
พระสถูปอันเป็นธรรมกาย
สิ่งแทนพระหทัยของพระพุทธเจ้า
คัมภีร์อันเป็นสัมโภคกาย
สิ่งแทนพระวจนะของพระพุทธเจ้า
พระพุทธรูปอันเป็นนิรมาณกาย
สิ่งแทนตรีกายของพระพุทธเจ้า
รูปพระอาจารย์ ยีตัม ฑากินี
สิ่งแทนมนตร์ธารณี
รูปพระตถาคตทั้งสี่
สิ่งแทนพระพุทธเจ้าหนึ่งพันพระองค์
รูปพระเทรมปา นัมคา พระเซวัง รินซิน พระคุรุปัทมสมภวะ
สิ่งแทนความกตัญญูยิ่งใหญ่ต่อพระธรรมและสัตว์ทั้งหลาย
รูปพระกุนเทรอ ทรักปา
สิ่งแทนการเผยแผ่พระธรรมให้ขจรไกล
รูปพระศรีเทวี เชนเจ ผู้ให้คำสัตย์ปฏิญาณ
สิ่งแทนผู้ปกป้องคำสอนและสัตว์ทั้งปวง
พระสถูปคือเทพปางสันติประทับอยู่ในความไพศาล
คือพระรูปส่องสว่างอยู่กลางอากาศ
ด้วยพุทธานุภาพ ขอสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงจงมลายสิ้นไป
เหล่าเทพปางพิโรธพิชิตผู้ยากจะปราบได้โดยมิหยุดหย่อน
ขอมารยักษิณีไม่เว้นแม้แต่หนึ่งเดียวกลับใจสู่บุญกุศล
ขออกุศลนานัปการของมารทั้งสามกาลจงแปรเปลี่ยนไป
ขอความชั่วร้ายในโลกนี้จงสิ้่นสูญ
ขอศานติสุขจงบังเกิดขึ้นในโลกไม่ว่าแห่งหนตำบลใด
ขอให้บังเกิดความเห็นแจ้งว่า ปรากฏการณ์และสิ่งดำรงอยู่คือศูนยตาอันไพศาล ขอพระธรรมจงดำรงมั่นและขจรไกลไปทั่วสากลจักรวาล
ขอพระธรรมทั้งสามมรรควิถีจงเผยแผ่ชั่วกาลนานมิมีวันเสื่อมสลาย ขอบุญบารมีทั้งสองอันอุดมยังประโยชน์ทั้งส่วนตนและผู้อื่นด้วยเทอญ

พระอาจารย์กุนเทรอ เมินเกียล ลาเซ ซกญี เกียมโซ รจนาเพื่อประโยชน์ของพระธรรมและสัตว์โลก ในระหว่างการดำเนินงานเพื่อประดิษฐานพระศานติตารามหาสถูป ณ ขทิรวัน ศูนย์ปฏิบัติธรรมของมูลนิธิพันดารา ประเทศไทย

นครเฉิงตู
วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอความดีเพิ่มพูนทวี

Longevity Prayer of H.H. 33rd Menri Trizin Rinpoche

วันนี้ (9 ตุลาคม 2555) เป็นวันที่ทางฝ่ายทิเบตจะสวดมนตร์และประกอบพิธีขอให้สมเด็จพระสังฆราชแมนรี ริมโปเชองค์ที่ 33 ลุงตก เต็มเบ ญีมา ริมโปเช (ประมุขนิกายยุงตรุงเพิน/พุทธเพิน) มีอายุยืนยาว

ขอเชิญกัลยาณมิตรและเพื่อนๆของมูลนิธิพันดาราร่วมสวดมนตร์บทขอพรนี้ (ได้แปลเป็นภาษาไทยและให้ทำนองสวดไว้ด้านล่าง)

สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระปฐมอาจารย์ของครูซกเช็นของเราคือท่านญีมา ทรักปา ริมโปเช ท่านเป็นโยคีที่แอบซ่อนเปี่ยมด้วยปรีชาญาณยิ่งใหญ่ มีขันติธรรมอันเป็นเลิศ มีจิตไม่แบ่งแยกนิกาย ท่านได้ช่วยการงานทางศาสนาของสมเด็จองค์ดาไลลามะ ท่านยังเมตตาต่อโครงการพระศานติตารามหาสถูปด้วยการสวดมนตร์อวยพรให้โครงการถึง 3 วัน 3 คืน

 

นามของท่าน “ลุงตก เต็มเบ ญีมา” แปลว่า พระอาทิตย์แห่งพระธรรมอันกอรปด้วยสัจธรรมทั้งสอง นามของท่านเตือนใจเราให้เห็นว่าสมมติสัจและปรมัตถสัจไม่แยกจากกันและเราไม่สามารถแยกการปฏิบัติธรรมออกจากชีวิต

 

บทขอพรให้สมเด็จพระสังฆราชแมนรี ทริซิน องค์ที่ 33 มีอายุยืนยาว

เอมาโฮ

รับชัม ชกจู เกียลวา เซเช จี

เชียนเซ ยีชี โงโว จิกดู บา

ซับเจ เชนเต็น เปเว ทรินเล เช็น

ลุงตบ เต็มเบ ญีมา ตักชา โช

 

ปรีชาญาณแห่งสัพพัญญูในพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทั้งสิบทิศ

รวมเป็นหนึ่งเดียวในท่าน ผู้เปี่ยมด้วยความรักและปัญญา

ผู้ประกอบกรณียกิจในการเผยแผ่พุทธธรรมอันลึกซึ้งและกว้างไกลขององค์พระศาสดา

ขอให้พระอาจารย์ลุงตก เต็มเบ ญีมาฉายแสงตลอดไป

ดู Link นี้สำหรับทำนองสวด และสามารถสวดไปพร้อมกับพระลามะทิเบต http://www.olmoling.org/section/file/181/H.H.Longevity_Prayer_Audio.wav

Today we invite friends and students to join us in praying for His Holiness 33rd Menri Trizin Rinpoche’s long life. May the sun of teachings as in his name shine forever!

Longevity Prayer of H.H. 33rd Menri Trizin Rinpoche

E MA HO

RAB JAM CHHOK CHU GYAL WA SE CHE KYI

The omniscient wisdom of the Buddhas and Bodhisattvas of the ten directions

KHYEN TSE YESHE NGO WO CHIK DUI PAI
Is condensed into a single essence in you, Highest One

ZAB GYE SHEN TEN PEL WE THRIN LE CHEN
Possessor of the enlightened activity of the profound, expanded, increasing teachings of Tonpa Shenrab

LUNG TOG TENPAI NYIMA TAG CHHAR SHOG
We pray that you Lungtok Tenpa’i Nyima shine forever.

 

Telling Lies

การโกหกเป็นหนึ่งในอกุศลกรรมทางวาจา มีอยู่สองอย่าง  การโกหกที่เป็นอกุศลกรรมมาก เช่น การที่เราไม่มีสมบัติแต่บอกว่าเรามี  หรือการที่เราไม่มีพลังอำนาจหรือพลังวิเศษ แต่เราไปโกหกว่าเรามี       ส่วนโกหกแบบที่สองที่เราอาจจะคุ้นเคยกันซึ่งเป็นการโกหกในชีวิตประจำวัน เช่น ตอนนี้เราอยู่กรุงเทพฯ แต่พอมีคนโทรมาหา เราบอกว่าเราอยู่ปักกิ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นการโกหกแบบไหนก็ถือว่าเป็นอกุศลกรรมซึ่งควรละเว้นทั้งสิ้น

คำถาม: บางครั้งถ้าเราไม่พูดโกหกอาจทำให้คนสองคนผิดใจกัน อันนี้จะบาปหรือไม่

ริมโปเช: การพูดปดหรือพูดโกหกกับเก่งในอุบายแตกต่างกัน  ที่เรียกว่าเก่งในอุบายคือเรามีอุบายที่ไม่ให้คนสองคนผิดใจกัน  เราพยายามถนอมน้ำใจของคนสองคน  แต่ถ้าเราพูดปดมันหมายถึงจิตของเราต้องการพูดปดกับคนอื่น เหมือนกับทองกับทองเหลือง ดูข้างนอกหน้าตาคล้ายกันแต่มันเทียบกันไม่ได้ ทองก็เหมือนเก่งในอุบาย แต่ทองเหลืองก็เหมือนการโกหก

จากหนังสือเรื่อง “อกุศลกรรมสิบประการ” สิ่งที่ควรละเว้นเพื่อประโยชน์สุขในชีวิต โดยกุงกา ซังโป ริมโปเช หนังสือสายธารแห่งธรรม มูลนิธิพันดารา แจกเป็นธรรมทานเนื่องในวันมาฆบูชา 2553

Karma & Confession (2)

เมื่อชำระล้างอกุศล การปฏิบัติก็จะดีขึ้น เพราะอุปสรรคต่างๆหมดสิ้นไป หรือพูดได้ว่า เราเอาตัวอุปสรรคออกไปจากหนทางแห่งธรรม

พลังทั้งสี่

การชำระล้างทำได้โดยยึดพลังทั้ง 4 ได้แก่

1. Power of witness พลังของผู้รับรู้/พยาน – ตั้งจิตต่อหน้าพระพุทธรูปที่จะยึดพระพุทธเจ้าเป็นสรณะไปจนกว่าจะถึงการตรัสรู้ ขอให้พระองค์ประทานพรต่อการสลายบาปกรรม

2. Power of regret พลังแห่งการสำนึกผิด – สำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปอย่างจริงใจ

3. Power of commitment พลังแห่งการสัญญา – ตั้งคำมั่นสัญญาที่จะไม่ทำอกุศลกรรมนั้นอีก

4. Power of application พลังของการฝึกปฏิบัติ – ตั้งจิตฝึกปฏิบัติธรรมด้วยกาย วาจา ใจตั้งแต่นี้ต่อไป

เมื่อตั้งจิตเช่นนี้แล้ว ให้นึกว่าพระพุทธองค์ทรงรับรู้ในความผิดของเรา ให้เราคิดว่าบาปกรรมต่างๆหมดสิ้นไป ไม่มีอะไรติดค้างในใจอีก

ข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม

– เมื่อเราได้ปฏิบัติธรรม ให้สังเกตว่าตัวเรามีศรัทธาเพิ่มพูนในพระรัตนตรัยมากน้อยเพียงไร เชื่อในกฎแห่งกรรมมากขึ้นหรือไม่ เราเปลี่ยนไปอย่างไร (Am I the same person?) สังเกตว่าการสวดมนตร์ภาวนาให้ผลอย่างไร

– เมื่อเราไม่มีทุกข์ ไม่มีปัญหา เราลืมพระพุทธเจ้าหรือเปล่า

– ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ให้จิตของเราอยู่กับพระพุทธเจ้าตลอดเวลา ให้นึกรู้ว่าพรของพระองค์อยู่กับเราตลอด

คำสอนของญีมา ทรักปา ริมโปเช ในหัวข้อ “การปฏิบัติเบื้องต้น “อาทรี” เพื่อการฝึกปฏิบัติซกเช็น บ้านมูลนิธิพันดารา วันที่ 9 ตุลาคม 2552

Karma & Confession (1)

กรรมและการชำระล้างให้บริสุทธิ์

การชำระล้าง (ชักปา/Shagpa)  เรียก อีกอย่างได้ว่า การสารภาพบาป  โดยที่การสารภาพอย่างสำนึกในความผิดและเสียใจในอกุศลกรรมที่ได้ทำลงไปทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของการชำระล้างนี้

กรรม

มีทั้งที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรม ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ก็ย่อมมีผลของการกระทำทั้งสิ้น ตัวผู้ทำเป็นผู้รับผิดชอบผลของการกระทำ เพราะมนุษย์เราไม่สมบูรณ์ (imperfect) เราจึงทำสิ่งต่างๆ บางครั้งเพราะขาดเจตนา บางครั้งเพราะไม่รู้ ทำเพราะถูกสั่งให้ทำ หรือทำร่วมกับผู้อื่น เช่น สมรู้ร่วมคิด

หนทางในการชำระล้าง

ไม่มีใครร่วมรับผลกรรมของเราได้ แต่พระพุทธเจ้าทรงเปี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ (ทุกจีเช/thukjiche)  และทรงมีพระปรีชาญาน (ทับแคปา/ thapkhepa) ทรงสอนวิธีในการสลายบาปกรรมเพื่อให้สัตว์ทั้งหลายได้ชำระล้างอกุศลกรรมที่ได้เคยทำ เมื่อผู้ใดทำผิดพลาด ก็สามารถแก้ไขได้ เปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่เลอะเทอะ ก็สามารถชำระล้างให้สะอาดได้ ถ้าซักไม่ได้ ซักไม่ออก หรือไม่มีทางซัก เราก็ต้องทนใส่เสื้อที่สกปรกนั้น

ความสกปรก

ความสกปรกยังเปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ติดบนกระจก กระจกที่มีผู้อยากใช้แต่ไม่มีใครอยากทำความสะอาด เป็นกระจกที่งดงามภายใต้ฝุ่นละออง

ผลของการกระทำ

ในภาษาทิเบตเรียก พักชัก (phakchak) เป็นร่องรอยของกรรมที่ติดตัวเราไปตลอด ไม่ว่านกจะบินสูงเพียงไร ก็จะปรากฏเงาบนพื้นเมื่อมันบินสู่พื้นดิน การกระทำใดๆย่อมทิ้งร่องรอยไว้เบื้องหลัง อีกตัวอย่างหนึ่ง เรามีห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยของต่างๆ ไม่ว่าเราจะใช้หรือไม่ ของก็อยู่ในห้องนั้น

เรามีสิ่งที่เรียกว่า “กุนฉี (kunzhi)”ความรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ทุกอย่าง เป็นรายการบันทึกการกระทำทั้งหลาย ทั้งดีและไม่ดี เมื่อเหตุปัจจัยเหมาะสม ผลของการกระทำก็เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น เราพูดถึงความทุกข์อย่างเดียวไม่พอ เราต้องชำระล้างให้หมดไปด้วย ถ้าเราซักเสื้อสกปรกให้สะอาดเร็วเพียงใด เราก็เหนื่อยน้องลงเพียงนั้น

(ยังมีต่อ)

สรุปความจากการบรรยายของญีมา ทรักปา ริมโปเช ในหัวข้อเกี่ยวกับการปฏิบัติเบื้องต้น “อาทรี” เพื่อการฝึกปฏิบัติซกเช็น

 

 

Thousand Stars’s Treasure Bags

ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน มูลนิธิได้เริ่มเย็บถุงรัตนโชคลาภแบบทิเบตจำนวน 199 ใบ ขอขอบคุณคุณนริศและคุณลัดดาที่มาช่วยเย็บ ขอบคุณนุชและคุณพ่อคุณแม่ที่ช่วยหาซื้อผ้าสำหรับทำถุงและทำธงธวัชชัย

มูลนิธิกำลังดำเนินการเรื่องมนตราธารณีและเครื่องบูชาที่จะบรรจุในถุง เมื่อได้เครื่องบูชาครบและได้ประอบพิธีที่จำเป็นแล้ว จะได้แจ้งให้ทราบในวันที่เราจะบรรจุเครื่องบูชาใส่ถุง

ในการทำเครื่องบูชานี้ มูลนิธิมีความจำเป็นต้องใช้กิ่งสนสามใบที่มีกลิ่นหอมเป็นจำนวนมาก หากท่านใดสามารถให้ความช่วยเหลือในการจัดหากิ่งสน ทางมูลนิธิก็จะขอบคุณเป็นอย่างสูง

การทำถุงรัตนโชคลาภเป็นประเพณีเก่าแก่ของทิเบต ถือว่าเป็นการนำสิริมงคลมาต่อชีวิต ครอบครัวและชุมชนที่อาศัยอยู่ เมื่อทำถุงแล้ว ชาวทิเบตจะนำถุงไปฝังตามพื้นดินหรือโยนลงน้ำเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินและผืนน้ำซึ่งจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต

การทำเช่นนี้ยังเป็นการถวายเครื่องบูชาต่อพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ตลอดจนพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พิทักษ์แผ่นดิน

นอกจากจะฝังดินและโยนลงน้ำที่ทะเลสาขทิรวันในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนแล้ว มูลนิธิจะจัดให้พระอาจารย์นำถุงรัตนโชคลาภไปถ่วงที่ทะเลหัวหินเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและมหาสมุทร เพื่อความสุขของสัตว์น้ำทั้งหลาย และจะขอให้ริมโปเชสวดมนตร์เพื่อพระศานติตารามหาสถูป เพื่อสันติสุขของแผ่นดินไทยและสันติภาพในโลก

Enthronement (Cont’d)

บรรยากาศภายในงานแต่งตั้งทุลกุ

Enthronement Ceremony, Pachung Monastery, Nyagrong (Xinlong), Ganzi Tibetan Autonomous Prefecture, Sichuan Province, China

decorating car wiht Rinpoche's pitบรรยากาศภายในงาน รถยนตร์คันนี้ตกแต่งด้วยธงมนตร์สวยงาม ด้านหน้ามีรูปท่านลาเซ ริมโปเชวางอยู่

Cars are also beautifully decorated with prayer flags. This one has Lhasay Rinpoche’s picture in front.

in tent better pictบรรยากาศภายในเตนท์และเสื้อหนาวอย่างดีที่ทางวัดนำมาต้อนรับ

Our party in winter costumes provided by the monastery

monks waitingคณะพระภิกษุเข้าคิวนำ “ผ้าคาตัก” และของขวัญไปมอบให้แก่ท่านทุลกุใหม่

Monks in queue to make offerings to the new tulku

with ngagpaถ่ายรูปกับคณะ “งักปะ” ผู้ปฏิบัติธรรมในสายตันตรธรรม ท่านครองเรือนแต่จิตใจและปณิธานในการดำรงชีวิตเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสัตว์ทั้งหลาย งักปะเหล่านี้มาจากแคว้นอัมโด สองท่านด้านหน้า (เครื่องนุ่งห่มสีแดง) เป็นศิษย์ของยงซิน ริมโปเช ลุงและอาจารย์คนแรกของเยินเต็น

With “ngag-pa” tantric practitioners from Amdo. The two masters (in red) are Yongdzin Rinpoche’s (Yontan’s uncle and first master) disciples.

tsulchenซูลเช็น ริมโปเช อาจารย์คนปัจจุบันของเยินเต็น ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดตกเต็น เมืองงาวา แคว้นอัมโด

Tsulchen Rinpoche, abbot of Dokden Monastery, Ngawa (Aba). He’s Yontan’s principal master.

pachungบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง วัดปาชุง

Pachung in festive mood

on the throne2ท่านซังงัก ลิงปะ บนบัลลังก์ในโบสถ์ ระหว่างพิธีแต่งตั้ง พระอาจารย์ผู้ใหญ่สวมอาภรณ์ให้ ประกอบพิธีชำระล้างให้บริสุทธิ์ ถวายเครื่องบูชาแด่พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ สวดมนตร์อวยชัย และอ่านประวัติชีวิตของท่านซังงัก ลิงปะ (ทั้งในภพชาตินี้ และอดีตชาติ)

Samg-ngag Lingpa on the throne. Many ceremonies were performed: purification, making offerings, blessings, chanting and praising of his life histories.

ภาพด้านล่างเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธีกรรมเพื่อชำระล้างให้บริสุทธิ์

offering

Sang-ngag Lingpa’s Enthronement Ceremony

การเข้าร่วมพิธีแต่งตั้งลามะกลับชาติมาเกิดที่เมืองญารง (ชินหลง) เดินทางจากเฉิงตูใช้เวลาสามวันเต็ม

We left Chengdu on the 20 and arrived at Nyagrong on the 22. We stopped at Trango (Luhuo) to meet with Tsultrim Gyaltso Rinpoche, a lama from Sertha who kindly treated us with hot pot dinner.

having dinner with Tsultrim

We went further to Kandze but didn’t get there till early morning. To my surprise, our party was still in a cheerful spirit. In the morning we went to see Jamyang Rinpoche, an abbot of Sertha Larung, a great Buddhist center that holds a rimed “non-sectarian” philosophy. Rinpoche gave us blessings and best wishes for our dharma work.

Orn & Daeng

The trip was long and exhausting but once we arrived at Pachung monastery on the night of 22 our exhaustion went away. The festive atmosphere took us to a fairy land, to 18th century during the time of Sang-ngag Lingpa Rinpoche’s  teaching in Tibet. These photos not only capture historic moments but reflect our joy and happiness. All of us commented that we were fortunate to be part of this ancient ceremony, to witness unfailing faith and devotion of the Tibetan people.

welcome motorcyclewelcome horseMotorcycles and horses are decorated to welcome the tulku party.

welcome words

ขบวนต้อนรับ “ทุลกุ ซังงัก ลิงปะ ริมโปเช” พระอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 18 คำว่า ทุลกุ แปลว่า พระอาจารย์กลับชาติมาเกิด บางคนเรียก พระพุทธเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เรียกว่าเป็นพระอาจารย์จะถูกต้องกว่า

welcome 2การต้อนรับสไตล์ชนเผ่าเร่ร่อน

fog

fog2หมอกยามเช้า วัดปาชุง วัดเก่าแก่บนยอดเขา วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของท่านซังงัก ลิงปะ และท่านฑากินีคับเชอ วังโม

lhasayพระอาจารย์กุนเทรอ ทรักปา ลาเซ ริมโปเช พระอาจารย์ผู้มีจิตสูงส่ง ท่านมีเมตตาจะมาช่วยพวกเราสร้างพระศานติตารามหาสถูป ในภพชาตินี้ท่านซังงัก ลิงปะกำเนิดมาเป็นบุตรของท่าน

Kundrol Drakpa Lhasay Rinpoche, father of Sang-ngag Lingpa in this life. Lhasay Rinpoche kindly guides us on the building of the Tara Great Stupa in Thailand.

sang ngagท่านซังงัก ลิงปะ ก่อนจะเข้าไปรับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

Sang-ngag Lingpa before being enthroned

ceremonyพระอาจารย์สำคัญๆและคณะศิษย์เดินประทักษิณบริเวณพิธี

Sang ngag2ซังงัก ลิงปะเดินประทักษิณในร่มฉัตร

audienceลูกศิษย์ของท่านซังงัก ลิงปะในอดีตชาติและผู้จาริกแสวงบุญ

Sang-ngag Lingpa’s devotees and pilgrims

paradeขบวนพาเหรด

parade2พระอาจารย์ท่านแรกในรูปเป็นผู้แทนท่านชาซา ริมโปเช พระอาจารย์ผู้ได้ร่างประภัสสร (พระอาจารย์ของท่านลาเซ ริมโปเช) ท่านที่สองคือรินซิน วังโม บุตรีของท่านลาเซ ริมโปเชและน้องสาวของซังงัก ลิงปะ ริมโปเช

group photo with Sang ngagคณะของเราถ่ายรูปร่วมกับซังงัก ลิงปะ ริมโปเชและรินซิน วังโม

Out group takes picture with Sang-ngag Lingpa Rinpoche and Rigzin Wangmo, Rinpoche’s younger sister