Skip to content

Posts from the ‘Tibetan Masters’ Category

Trungpa

with audience

Kris at Trungpa's talk

Some reflections on today’s seminar on Trungpa Rinpoche.

วันนี้ดิฉันมีโอกาสไปร่วมเสวนาเกี่ยวกับท่านทรุงปะ ริมโปเช ธรรมาจารย์ในสายวัชรยานที่มีผู้กล่าวถึงมากที่สุด ผู้ร่วมเสวนาอีกสองท่านคืออาจารย์สุลักษณ์กับคุณวิจักขณ์

สองชั่วโมงที่เราได้คุยกันเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า เราพูดกันหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นชีวิตของทรุงปะ สิ่งที่ท่านสอน ยานทั้งสาม ชัมพาลา หลายคนถามปัญหาคาใจโดยเฉพาะที่โยงกับเรื่องเพศสัมพันธ์และตันตระ

บางส่วนจากการสนทนา
มุมมองของดิฉัน:

ถาม: ได้อะไรจากคำสอนของทรุงปะริมโปเช
ตอบ: ท่านทำให้เราเห็นว่าสภาวะอริยะที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่อยู่ภายในใจเรา แม้ว่าจะไม่เคยปฏิบัติธรรมกับท่าน ไม่ใช่ลูกศิษย์ หรือหลานศิษย์ แต่ท่านทำให้เข้าใจความหมายของคำว่า “ครู” บุคคลที่เปลี่ยนหัวใจของเราได้ ท่านเป็นตัวอย่างของ “ครู” ที่มีผลกระทบต่อจิตใจของศิษย์แม้ว่าท่านจะละสังขารไปตั้งแต่ปี 1987 คำสอนหนึ่งที่ท่านเน้นคือจงไปเหนือเปลือกที่เราสร้างขึ้นมา ดูท่านเป็นกระจกเพื่อให้เข้าใจตัวเอง

ถาม: ตันตระคืออะไร
ตอบ: คำนี้หลายครั้งถูกมองไปในแง่ลบ เช่นเกี่ยวโยงกับเพศสัมพันธ์ที่เป็นตัณหา เกี่ยวโยงกับคัมภีร์ที่เราไม่รู้จัก แต่ตันตระเป็นมรรควิถีที่เน้นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นส่วนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ทุกคนล้วนแต่เป็นวิทยาธรและฑากินีผู้มีจิตตรัสรู้ ตันตระสอนให้เราเปลี่ยนตัวเราจากผู้ที่มีจิตไม่บริสุทธิ์ให้เป็นผู้มีจิตบริสุทธิ์ ตันตระสอนให้เราอยู่แบบผู้ยิ่งใหญ่ ท่านทรุงปะใช้คำว่า “อยู่แบบกษัตริย์” เป็นผู้เข้าถึงศูนยตาและธรรมชาติ ซึ่งก็คือผู้เข้าใจจิตของตัวเองนั่นเอง

หนังสือใหม่เกี่ยวกับท่านทรุงปะ (ฉบับแปลเป็นภาษาไทย) หาซื้อได้ที่สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา แนวคิดเรื่องการฝึกตนแบบชัมพาลา อ่านได้จาก http://vichak.blogspot.com

Precious Teaching

Here are some essential points on Dzogchen teaching by Chogyal Namkhai Norbu Rinpoche on May 1-3, 2009:

1. Dzogchen is beyond tradition and limitation. It is a necessary teaching if one needs total realization.

2. We need to apply the teaching to everyday living because we live in limited society, limited condition.

3. No matter what role we assume, what kind of work we do, we can integrate the teaching to our life. We don’t need to live in monasteries to be a practitioner.

4. The main point is to be always in the present state.

5. Be aware and relaxed. Today’s problems are caused by tensions and confusions.  There is no other way to cope with them unless we discover our real nature.

6. How can we become relaxed – regard everything as unreal. Life is a dream. But it’s not a dream of one night. If we understand this, we can be relaxed.

7. The most important practice is guru yoga – be in the same state with your master.

8. Guru yoga can be combined with other practices that may be needed at certain times in our life, such as Avalokiteshvara, Tara, Guru Padmasambhava, Long life, Medicine Buddha and others. The key is when we do these practices, we no longer remain in dualism. In that way, we can say that we are integrating Dzogchen to the practices.

9. Dedicate yourself to Dharma practice. Nothing is difficult if we are determined to learn.

10. Do quality practices together to develop each person’s capacity.

Rinpoche concludes that a good Dzogchen practitioner is never distracted. He/she is always in the present state. He also emphasizes on the importance of transmission from a qualified master (lung). Without lung, mantra just doesn’t function.  And the last point he mentioned is harmony among students.