Skip to content

Posts tagged ‘พุทธวัชรยาน’

โพธิจิตอะไร

ในโลกที่เราอยู่นี้ โพธิจิตสวนทางกับกระแสหลักที่ผู้คนคำนึงถึงแต่ประโยชน์และความสุขของตนเอง เราอาจถามคำถามว่า ในขณะที่โลกยังวุ่นวาย สังคมยังเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการเอารัดเอาเปรียบ การเจริญโพธิจิตจะมีประโยชน์อันใดเล่า

Read more

รู้จักพุทธวัชรยาน (1)

ในพุทธทิเบตที่เราเรียกว่า "พุทธวัชรยาน" ไม่ได้ประกอบด้วยหนทางการปฏิบัติธรรมเดียว มีหลายวิธีการและหลายมรรควิถีในยานใหญ่นี้ ซึ่งแม้จะมีพื้นฐานอุดมคติเดียวกัน นั่นคือ การเข้าถึงโพธิญาณเพื่อกลับมายังประโยชน์ต่อสรรพสัตว์ แต่รูปแบบและการมองโลกอันนำไปสู่การอุทิศตนเพื่อสัตว์โลกแตกต่างกัน

Read more

พระศานติตารามหาสถูป/ The Kundrol Great Stupa for Peace and Harmony

 

46671_438060982944368_1091045165_n

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายท่านสอบถามถึงองค์ประกอบของพระมหาสถูปที่ทางมูลนิธิกำลังสร้าง อาคารด้านล่างที่อยู่ในระหว่างวางฐานราก จะมีเสาใหญ่ลวดลายทิเบต 9 เสา เป็นหอศิลป์และสถานบำเพ็ญบุญกุศลขนาดใหญ่ ลานเดินภาวนา ซึ่งสามารถใช้กราบอัษฎางคประดิษฐ์และบริกรรมมนตราเพื่อให้จิตได้ตั้งอยู่ในธรรมและได้แผ่ความกรุณาให้แก่ผู้อื่น

หอสมาธิและวิหารประดิษฐานองค์พระประธานสี่พระองค์ องค์โดมเหนือหอสมาธิเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุจากทิเบต ยอดพระสถูปเป็นพระขรรค์และเปลวไฟเผาผลาญอวิชชาให้หมดสิ้น นอกจากนี้ องค์ประกอบอื่นๆ ของพระสถูปล้วนแต่เป็นรหัสธรรม อาทิ ชั้น 5 ชั้นด้านล่างแทนเบญจธาตุที่ประกอบมาเป็นตัวเราและจักรวาล ชั้น 4 ชั้นเหนือวิหารแทนความรัก ความกรุณา มุทิตา และอุเบกขาอย่างไม่มีประมาณ

เมื่อสร้างเสร็จ พระมหาสถูปจะเป็นดังพุทธเกษตรของพระพุทธเจ้า เป็นสถานปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ที่เราจะใช้เพื่อการทำสมาธิ เดินและกราบภาวนาร่วมกัน ตลอดจนใช้เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลแก่ผู้ล่วงลับและผู้ป่วย พระมหาสถูปยังเป็นห้องเรียนจิตวิญญาณขนาดใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความงามอันวิจิตรที่จะดำรงอยู่ตลอดชั่วกาลนาน

photo-30

 

Thought on Dzogchen (2)

IMG_0754

 

ความผ่อนคลายแห่งจิต สุขภาวะที่เราปรารถนา แต่ยิ่งหากลับไม่พบ ยิ่งเราไขว่คว้า สภาวะนี้กลับหลุดลอยไป เราหงุดหงิด สับสน เพิ่มทุกขภาวะทั้งทางกายและทางใจ ดุจดังการสุมกองฟืนไว้ในอก เมื่อมีเชื้อ ก็พร้อมจะติดไฟ คุรุอาจารย์จำนวนมากจึงจากเมืองไปอยู่ป่า จากความเสแสร้างปรุงแต่งไปอยู่กับความบริสุทธ์ในธรรมชาติ บำเพ็ญเพียรด้วยการทำลายกองฟืนแห่งยาพิษจิตใจ จนเห็นความโง่เขลาของตัวตน เห็นการประสานระหว่างเรากับอวกาศ ระหว่างเรากับผู้อื่นจนไม่มีการแบ่งแยก ไม่มีการแบ่งเป็นสองเหลือเพียงหนึ่งเดียวของชีวิตและสรรพสิ่ง เมื่อเข้าถึงสภาวะนั้น ความผ่อนคลายที่แท้ฉายออกมาจากจิตแล้วแทรกซึมไปทุกแห่งหน ดุจดังไอหมอกแห่งความรื่นรมย์ยามเช้าที่แพร่ไปในทุกอณูของนภากาศ

ภาพ : สถานจาริกบุญแห่งกงโบ้

Thought on Dzogchen

SONY DSC

สถาจาริกแสวงบุญ กงโบ้ เพินรี (Mt. Kongbo Bonri, Central Tibet)

“ถ้าเราบีบคั้นจิตจนเป็นทุกข์ เราจะไม่เข้าถึงการตรัสรู้ ถ้าเราผ่อนคลาย เราจะเห็นสัจธรรม”

คำสอนซกเช็นนี้เตือนใจให้รู้ว่าสภาวะเดิมแท้ของจิตคือผ่อนคลาย ไม่ซีเรียส เครียด กังวล หรือเต็มไปด้วยกฎกติกา จิตต้องไม่หนัก แต่เบา สบาย เบิกบาน อันนำไปสู่คุณสมบัติดีๆ อื่นๆ อีกมากมาย

ซกเช็นไม่เน้นรูปแบบภายนอก ไม่ได้ระบุว่าเราต้องทำอย่างนี้และไม่ทำอย่างนี้ ไม่ได้ระบุว่าเราต้องกินอาหารอย่างไร แต่งตัวอย่างไร แต่เน้นการตื่นรู้ในจิตใจของเราแต่ละคน เน้นพรของครูและศรัทธาของศิษย์

เมื่อเรามีความมั่นคงกับการปฏิบัติ แม้ไม่มีกฎที่ผู้อื่นกำหนด เราจะรู้ทิศทางและเป้าหมายของชีวิต แต่การไม่มีกฎ ไม่มีรูปแบบ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่ได้แปลว่าเราทำอะไรก็ได้ที่เบียดเบียนคนอื่นหรือกระทำสิ่งต่างๆตามอำนาจของกิเลส และการที่เราผ่อนคลายไม่ได้แปลว่าเราเกียจคร้านได้ การผ่อนคลายในที่นี้หมายถึงสภาวะของจิตอันเป็นสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากมากเพราะในแต่ละขณะเราคิดปรุงแต่งและเพิ่มเติมสีสันให้แก่จิตเราอยู่ตลอดเวลา

 

Obstacles to Good Meditation

อุปสรรคของสมาธิสามประการ ประการที่สามผู้ทำสมาธิไม่ทั้งง่วงหรือวอกแวก แต่จิตไม่มีกำลัง การนั่งนั้นจึงไม่แจ่มใส ขาดความชัดใส ดูภายนอก ผู้นั่งสมาธิกำลังทำสมาธิ แต่จริงๆ แล้ว เขาเพียงแต่นั่งเฉยๆ เพราะการทำสมาธิที่แท้ จิตจะต้องมีกำลัง มีความรู้ตัว มีการตื่นรู้

Read more

Bond between Spiritual Teacher & Student

photo-11

สายใยระหว่างคุรุกับศิษย์เป็นความมหัศจรรย์ยิ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกี่วัน กี่เดือน กี่ปี เมื่อเราตั้งจิตว่าคุรุอยู่เหนือกระหม่อม ท่านมองดูเราอย่างปรานีและเราผู้เป็นศิษย์เปี่ยมไปด้วยศรัทธาภักดีในท่าน เราจะไม่มีวันพรากจากท่าน และพรของคุรุจะหลั่งไหลมาสู่จิตใจของศิษย์เสมอ ไม่มีคำว่า ใกล้ หรือ ไกล สายใยนี้เชื่อมโยงเรากับท่านไว้ไม่เพียงแต่ในชาตินี้เท่านั้น แต่จะผูกพันเราไปตราบจนเข้าถึงการหลุดพ้น ไม่ว่าเราจะเกิดใหม่อีกกี่ภพกี่ชาติ เราจะได้พบคุรุ ผู้เราภาวนาถึง ได้บำเพ็ญเพียรต่อกับท่าน ได้ประกอบการงานเพื่อสรรพสัตว์กับท่านอีก

ด้วยเหตุนี้ มิลาเรปะจึงไม่เคยแยกจากมาร์ปะไม่ว่าท่านทั้งสองจะอยู่ห่างไกลกันเพียงไร เมื่อมิลาเรปะ ผู้ใช้ชีวิตในป่าเขา คิดถึงมาร์ปะผู้เป็นคุรุ มาร์ปะก็สามารถรับรู้ได้ เช่นเดียวกับท่านฑากินียีชี ซกเกียลที่แม้จะบำเพ็ญภาวนาในถ้ำอย่างโดดเดี่ยวห่างไกลจากพระปัทมสัมภวะ ก็สามารถติดต่อกับคุรุผ่านกระแสจิต พรของคุรุทำให้ท่านเข้มแข็งและฝ่าฟันความยากลำบากนานับประการจนท่านเข้าถึงจุดหมายสูงสุดของชีวิต

ในสายซกเช็นแห่งพุทธวัชรยาน ปัญญากับกรุณาของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์หลอมรวมอยู่ในพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ คุณงามความดีทั้งปวงของคุรุถ่ายทอดผ่านพระองค์ เมื่อเรานึกถึงคุรุ เราแปรเปลี่ยนท่านเป็นสัมโภคกายในลักษณะ “พระพุทธเจ้าแห่งแสงกระจ่าง” โดยความกระจ่างเป็นคุณลักษณะของจิตเดิมแท้ของเรา ท่านมีพระวรกายผ่องแผ้ว ไม่มัวหมองจากความมืดมนของกิเลส ทรงแผ่แสงแห่งความกรุณาแก่สรรพสัตว์ ทรงบำเพ็ญสมาธิอยู่เหนือศรีษะของเรา ท่านกับคุรุของเราไม่แยกจากกัน

ด้วยวิธีการเช่นนี้ สมาธิจึงเชื่อมโยงเรากับคุรุไว้ด้วยกัน ประสานจิตของเรากับของท่านอันเป็นจิตเดียวกับพระหทัยของพระพุทธเจ้าไว้ด้วยกัน เมื่อเราหมั่นทำสมาธิ ระยะทางกับกาลเวลาจึงไม่สามารถกั้นขวางความรักและพรได้ และแม้ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเครื่องมือสื่อสารอันวิเศษใดๆ แม้เราจะไม่ได้พูดคุยกับท่านเลย เราก็ยังสามารถเชื่อมโยงกับท่านได้ทุกเวลานาที

Reflection on Love between Teacher & Student

ความผูกพัน ความรักที่เรามีต่อครูบาอาจารย์ เป็นความรู้สึกพิเศษที่ไม่เหมือนความรักทั่วไป ความรักนี้เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต เป็นความอบอุ่นในคืนหนาวเย็น เป็นแสงสว่างในคืนเดือนมืด และเป็นน้ำฝนชโลมใจในวันที่เรารู้สึกชีวิตแห้งแล้ง ไร้ทิศทาง ไม่ว่าครูจะอยู่ไกลจากเราเพียงไร เรากลับรู้สึกว่าท่านอยู่กับเรา ณ วินาทีนี้ โดยไม่มีพรมแดนสถานที่หรือเวลากั้นขวางเราเอาไว้ ความรักนี้ไม่ได้ทำให้เราอยากอยู่กับท่าน ไม่ได้ทำให้เราอยากเป็นเจ้าของท่าน ในทางตรงกันข้าม ความรักนี้กลับทำให้เราเข้าใจความหมายของการปลดปล่อยจากตัวตน ทำให้เห็นยาพิษที่กัดกร่อนจิตใจ และเพราะความรักเช่นนี้เอง เราจึงมองเห็นสิ่งที่เราไม่เคยมองเห็น นั่นคือตัวตนมายาที่แท้ของตัวเราเอง

Where is Compassion?

สมเด็จองค์ดาไลลามะมักจะตรัสว่าถ้าโลกนี้ไม่มีความกรุณา เราคงถูกปล่อยให้ตายไปโดยไม่มีใครเหลียวแล ทรงกล่าวว่าลองคิดดูว่า ถ้าเราหกล้มอยู่กลางถนนแล้วไม่มีใครยื่นมือมาฉุดให้เราลุกขึ้น เราจะเป็นอย่างไร

นึกถึงเย็นวันหนึ่งในฤดูหนาวที่เดลี ฉันนั่งอยู่บนรถเมล์เล็กๆ คันหนึ่งมุ่งหน้าสู่ธรรมศาลา เมืองทางเหนือของแคว้นฮิมาลประเทศของอินเดียที่ได้กลายเป็นที่ประทับขององค์ดาไลลามะ ขณะรถแล่นไปบนถนน ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งถูกรถชนขณะข้ามถนน เขาล้มลงโดยไม่มีใครใส่ใจ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นภาพลวงตามากกว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ภาพของชายคนนั้นล้มลงต่อหน้าผ่านไปอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ของรถโดยสารเก่าๆที่แล่นไปบนถนนนำพาเราไปสู่ดินแดนแห่งการจาริกแสวงบุญ ความมืดค่อยๆปกคลุมพื้นที่ ทิวทัศน์ของเมืองหลวงแปรไปกลายเป็นป่าสีดำ ฉันหลับตาลงรู้สึกอ้างว้างในหัวใจท่ามกลางผู้คนไม่รู้จัก…

เรามักได้ยินครูบาอาจารย์สอนไว้เสมอว่าความกรุณาคือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ นิยามนี้ดูจะเป็นอุดมคติที่ไกลตัวเรา หลายคนพูดแย้งว่าตัวเรายังเอาไม่รอดเลย จะไปช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้อย่างไร ในยามที่เราร้องไห้ โลกดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่เลยนอกจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ฉัน” ที่ครุ่นคิดคำนึงถึงแต่ความโศกเศร้าที่อยู่เบื้องหน้า แต่ถ้าเราเปลี่ยนนิยามของความกรุณาใหม่เป็นน้ำใจ เพียงแค่น้ำใจที่เรามีให้แก่กัน น้ำใจแบบที่รุ่นปู่ย่าตายายของเราเคยให้แก่กัน น้ำใจแบบที่ผู้จาริกแสวงบุญอย่างอาจารย์ประมวลเคยได้รับบนเส้นทางเดินสู่อิสรภาพ น้ำใจแบบนี้ที่หล่อหลอมโลกของเรา เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าแม่น้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเราเอาไว้

ฉันนึกว่าถ้าฉันล้มอยู่กลางถนน แล้วถูกปล่อยให้ผ่านไป ฉันจะเป็นอย่างไร นึกถึงหมาแมวที่ถูกรถชนกลางถนน แล้วยังมีกบ คางคก ฯลฯ ชีวิตมนุษย์เราบางครั้งก็ถูกปล่อยให้ไร้ค่าเช่นนั้น

Tibetan Masters of the Major Traditions

รูปประวัติศาสตร์ พระอาจารย์ใหญ่ของทิเบต…
สมเด็จองค์ดาไลลามะประทับยืนอยู่ตรงกลาง ทางขวาของพระองค์คือสมเด็จสาเกีย ทริซิน ริมโปเช (ประมุขนิกายสาเกียปะ) และสมเด็จซูชิกริมโปเช (อดีตประมุขนิกายญิงมาปะ) ทางซ้ายของพระองค์คือสมเด็จแมนรี ทริซิน ริม

โปเช (ประมุขนิกายพุทธเพิน/ยุงตรุงเพิน) และสมเด็จองค์การ์มาปะ (ประมุขนิกายกาจูร์ปะ) พระอาจารย์อาวุโสสุดในขณะนี้คือแมนรี ริมโปเช และสาเกีย ริมโปเช สำหรับท่านสาเกีย ริมโปเช ท่านไว้ผมยาว นุ่งสบงสีขาว สัญลักษณ์ของผู้ปฏิบัติตนเป็นโยคี (ไม่ใช่พระภิกษุ) พระอาจารย์ทั้งหลายมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน มีใจเปิดกว้าง และภาวนาด้วยกันไม่ว่าท่านจะได้รับการฝึกฝนในนิกายใด