Skip to content

Posts tagged ‘ศูนย์ขทิรวัน’

พระศานติตารามหาสถูป/ The Kundrol Great Stupa for Peace and Harmony

 

46671_438060982944368_1091045165_n

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลายท่านสอบถามถึงองค์ประกอบของพระมหาสถูปที่ทางมูลนิธิกำลังสร้าง อาคารด้านล่างที่อยู่ในระหว่างวางฐานราก จะมีเสาใหญ่ลวดลายทิเบต 9 เสา เป็นหอศิลป์และสถานบำเพ็ญบุญกุศลขนาดใหญ่ ลานเดินภาวนา ซึ่งสามารถใช้กราบอัษฎางคประดิษฐ์และบริกรรมมนตราเพื่อให้จิตได้ตั้งอยู่ในธรรมและได้แผ่ความกรุณาให้แก่ผู้อื่น

หอสมาธิและวิหารประดิษฐานองค์พระประธานสี่พระองค์ องค์โดมเหนือหอสมาธิเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุจากทิเบต ยอดพระสถูปเป็นพระขรรค์และเปลวไฟเผาผลาญอวิชชาให้หมดสิ้น นอกจากนี้ องค์ประกอบอื่นๆ ของพระสถูปล้วนแต่เป็นรหัสธรรม อาทิ ชั้น 5 ชั้นด้านล่างแทนเบญจธาตุที่ประกอบมาเป็นตัวเราและจักรวาล ชั้น 4 ชั้นเหนือวิหารแทนความรัก ความกรุณา มุทิตา และอุเบกขาอย่างไม่มีประมาณ

เมื่อสร้างเสร็จ พระมหาสถูปจะเป็นดังพุทธเกษตรของพระพุทธเจ้า เป็นสถานปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ที่เราจะใช้เพื่อการทำสมาธิ เดินและกราบภาวนาร่วมกัน ตลอดจนใช้เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลแก่ผู้ล่วงลับและผู้ป่วย พระมหาสถูปยังเป็นห้องเรียนจิตวิญญาณขนาดใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งความงามอันวิจิตรที่จะดำรงอยู่ตลอดชั่วกาลนาน

photo-30

 

Senators’ Visit to Khadiravana

18 March 2011 : Khadiravana (Kundrol Ling) welcomed two senators, Nongplub mayor and 40 people mainly from the Nongplub district who came to receive the senators. It was a joy to have them with us.

A dharma gift to the center by Dr. Worasak, former owner of the land.

Bangkok Senator Rosana and Petchburi Senator Sumon visited the center and learned a new expression of Tibetan wisdom here.

Senator Rosumon in the retreat zone with blooming Kapi tree.

Thai sakura

The senators learned about Khadiravana’s philosophy and the Stupa project.

A walk in the retreat zone to the Stupa site

At our special banyan in the innermost zone

Informal forum with the senators.

 

 

 

When Compassion Blooms in Our Heart

Photos from “Maghapuja Compassion & Yoga Retreat,” Khadiravana Center, 17-20 February 2011

เมื่อความกรุณาเบ่งบานในใจของเรา

มาฆบูชาภาวนา 17-20 กุมภาพันธ์ 2554 ศูนย์ขทิรวัน

ความรัก ความสุข สุขภาพ สมาธิ และจุดเร่ิมต้นของมิตรภาพธรรม

ทุกวันมาฆบูชา เราจะปฏิบัติธรรมเพื่อบ่มเพาะความกรุณา ฝึกจิตให้อ่อนโยนและเมตตาต่อทุกสรรพชีวิต นี่คืออีกหนึ่งวันที่จะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระแม่ตารา พระโพธิสัตว์ตารา ผู้ตั้งมหาปณิธานอันประเสริฐที่จะดำรงอยู่ในสังสารวัฏเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์จนกว่าชีวิตสุดท้ายจะเข้าถึงการหลุดพ้น

ปีนี้เป็นปีที่สามของการจัดมาฆบูชาภาวนาที่ศูนย์ขทิรวัน สวนป่าแห่งความรื่นรมย์ที่พวกเราน้อมถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อสานต่อการงานพระโพธิสัตว์โดยเฉพาะการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิจิตในจิตใจของผู้คน

นอกจากจะได้สวดตารามนตรา นั่งสมาธิถึงพระองค์ ทำกิจกรรมการกุศลต่างๆ เรายังได้ฝึกโยคะเพื่อสุขภาพและสมาธิร่วมกัน ครูดล ครูแดง ครูอ๊อด จากเครือข่ายชีวิตสิกขาทำให้มาฆบูชาภาวนาปีนี้กลายเป็นช่วงเวลาดีๆที่เราได้เตรียมกายให้พร้อมสำหรับจิตที่กระจ่างใสและมั่นคง

ขอขอบคุณและอนุโมทนาต่อกัลยาณมิตรทุกคน ต่อจิตอาสาและผู้ประสานงานพันดารา ทำให้มาฆบูชาภาวนาครั้งนี้เต็มไปด้วยบุญกุศล ความเบิกบานและเสียงแห่งความสุข

ศาลาวสุตารา ที่ทำสมาธิและกราบพระ ตั้งตระหง่านกลางแมกไม้และดอกไม้

อาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ หลังภาวนายามเช้าไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

ยืดหลัง ผ่อนสิ่งที่ตึง คลายความหมกมุ่นในจิตใจ

เมื่อกำมือ เหมือนกำอัตตาไว้แน่น

เมื่อคลายมือ อัตตาสลายไป

ทำแต่ละท่วงท่าอย่างอ่อนโยน ผ่อนคลาย เบิกบาน

นอน นั่ง ยืน เดิน

ทุกท่วงท่า คือ โยคะ

ทุกท่วงท่า คือ สมาธิ

“บ้าน” หน้าขุนเขา

 

ไม่ว่าหลับตา หรือลืมตา เราจะสลัดการปรุงแต่งให้หมดไป คงเหลือเพียงจิตกระจ่างใส สว่าง สะอาด เบิกบาน

การปฏิบัติธรรมคือการเช็ดกระจกให้ใส เอาเขม่าแห่งกิเลสออกจากกระจกแก้วที่เป็นจิตภายใน วิธีการต่างๆ เป็นเหมือนน้ำยาเช็ดกระจก ถ้าไม่เช็ด กระจกก็จะหมอง ขุ่นมัวไปเรื่อยๆ จนเรามองไม่เห็นตัวตนที่แท้ของเราเอง

เบิกบานในทุกเวลา โดยเฉพาะเวลานี้

ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนโยน และเปี่ยมด้วยเมตตาของครูดล โยคะกลายเป็นเรื่องง่าย

ขอน้อมถวายพระจันทร์วันเพ็ญเป็นพุทธบูชา

“โอม ตาเร ตุตตาเร ตุเร โซฮา”

มนตราบทนี้จะหมุนกลางใจของเราจนกว่าจิตเย่อหยิ่งจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณา

ดุจดังจิตของพระแม่ตารา

ช่วงเวลาแห่งการภาวนาทำให้เราได้มีเวลาใคร่ครวญ เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น และรู้จักตัวตนของเราเอง

กองทัพธรรมเดินด้วยท้อง ขอบคุณแม่ครัวใจบุญของเรา

ถึงเวลาลาศีล อ.เยินเต็นตีฉาบอวยชัย

สถูปมนตร์แห่งนี้ เตือนใจให้นึกถึงพระอาจารย์ผู้ประเสริฐ และวันคืนดีๆกับสังฆะพันดารา

สวดมนตร์อวยชัย


 

ปัญญากับกรุณาเป็นของคู่กัน เหมือนปีกทั้งสองของนก เหมือนเท้าทั้งสองของเรา


Great Stupa in Action

More pilings were delivered at Khadiravana Center on May 19. Although we had problem with the workers the day before, all the problems are now fixed and today (May 21) a group of new workers have arrived. The pilings work will resume tomorrow. About 250 more pilings will be planted.

250 pilings of various sizes successfully planted

Newly transported pilings

Vasutara Sala and Mantra Stupa amidst green summer

Interesting cloud over the Stupa site

Natural meditation site

Story of 1000 Stars White Tara Thangka

Thangka by Emaho (Atipong Tadanupong), who presented it to me. It’s now available for worship at Khadiravana Center. “The real owner is Tara, who inspired me to create this artwork.” Emaho!

ทังกา

ภาพทังกาพระแม่ตาราขาว นี้ ผมวาดไว้เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2004 วาดที่บ้านหลังเล็กๆ เชิงเขาหิมาลัย ณ เมืองธรัมศาลา ประเทศอินเดีย โดยมีเจ้าของบ้าน คือเพื่อนช่างเขียนชาวทิเบต รวมถึงลูกศิษย์ของเขาคอยแนะนำช่วยเหลือแทบทุกขั้นตอน เป็นทังกาภาพแรกและภาพเดียวที่วาด กล่าวได้เพียงว่าผมเป็นผู้วาด แต่มิใช่เจ้าของ เจ้าของภาพนี้คือพระแม่ตารา ท่านดลให้เกิดความสุขใจระหว่างจับดินสอพู่กัน

ปัจจุบัน พระแม่ตาราขาวภาพนี้อยู่กับอาจารย์กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ เป็นความภูมิใจของผม ที่ท่านได้ไปสถิตอยู่กับอาจารย์ซึ่งรัก และมีความเข้าใจในเรื่องราวเกี่ยวกับทิเบตอย่างลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งของ ประเทศไทย

อ.กฤษฯ นับถือพระแม่ตาราและสวดมนตร์ธารณีบูชาท่านเสมอลมหายใจ อ.บอกว่าเมื่อลาเซ ริมโปเช ลามะชั้นสูงซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านมาเมืองไทย จะเรียนท่านให้ทำพิธีมนตราอภิเษกภาพนี้ให้ ผมรู้สึกปลื้มใจ ( และโล่งใจ ) มาก เพราะหากเก็บท่านไว้กับตัวผม พระแม่ตาราภาพนี้ก็คงเป็นเพียงภาพวาดธรรมดา ท่านจะมีคุณค่าและความศักดิสิทธิ์ก็ต่อเมื่ออยู่กับผู้ที่คู่ควรเท่านั้น ซึ่งมิใช่ผม ผู้มีฐานะแค่ช่างเขียน

สำหรับทังกา ผู้เขียนเปรียบเหมือนอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ทำให้ภาพสำเร็จ มีค่าเท่ากับสี พู่กัน ผ้าใบ กาวหนังสัตว์ ฯลฯ รวมถึงขนมนมเนยที่รับประทานระหว่างทำงานด้วย ไม่มีสิ่งใดสูงส่งกว่ากัน

ในเมื่อไม่มีการบอกว่าใช้พู่กันยี่ห้อ ไหน เบอร์ไหนที่เขียน ไม่ได้บอกว่าธรรมชาติประทานหินแร่ชนิดใด มาให้บดเป็นผงสี ไม่มีการเอ่ยถึงสัตว์ตัวที่ถูกจับเอาขนมาทำพู่กัน หรือตัวที่เนื้อหนังกลายเป็นกาว กระดูกถูกเผาทำเป็นสีดำ ก็ไม่ควรมีการบอกด้วยว่าใครเขียน ดังนั้น ทังกาโดยธรรมเนียมดั้งเดิมจะไม่มีการเซนต์ชื่อผู้เขียนเลย เป็นการทำถวายโดยแท้จริง

ระหว่างวาด มีเรื่องราวสนุกๆ มากมาย ผมจะกล่าวถึงชีวิตในธรัมศาลา การวาดทังกา เพื่อนช่างเขียนชาวทิเบต และเพื่อนๆชาวอินเดียในภายหลัง ตามแต่โอกาสอำนวยครับ – เอก/เอมาโฮ (อธิพงศ์​ ธาดานุพงศ์) http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=buttertea&date=18-02-2010&group=1&gblog=2

ปัจจุบันภาพพระแม่ตาราขาวภาพนี้อยู่ที่ศูนย์ขทิรวันเพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสสักการะบูชา ท่านลาเซ ริมโปเช ญีมา ทรักปา ริมโปเช และกุงกา ซังโป ริมโปเชได้ทำพิธีปลุกเสกให้ โดยเฉพาะท่านกุงกา ซังโป ยังได้ประกอบพิธีมนตราภิเษกพระแม่ตาราให้ถึงสองครั้ง ภาพพระแม่ตาราภาพนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของมูลนิธิด้วยค่ะ ท่านลาเซ ริมโปเชได้นำรูปเล็กของพระองค์ไปติดบูชาคู่กับพระแม่ชัมมา พระแม่ตาราอีกปางหนึ่ง

When There Is No Fire In the Forest

เมื่อไฟไม่ไหม้ป่า : เสียงสะท้อนจากขทิรวัน

บ้านมะค่าสี่ซองเป็นหมู่บ้านเล็กๆในตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นี่เป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนที่เราจะเข้าไปในเขตช้างป่า บ้านพักของชาวกะเหรี่ยง และน้ำตกป่าละอู ทางตะวันตกของหัวหิน

ฉันรู้จักที่นี่โดยบังเอิญเมื่อมาดูที่ดินเพื่อหาที่ตั้งของศูนย์ทิเบตและธรรมาศรมที่ฉันตั้งใจสร้างในนามมูลนิธิพันดารา

สี่ปีแล้วที่ฉันได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินผืนนี้ ฉันยังจำวันแรกที่ได้มาเยือนที่แห่งนี้ได้ชัดเจน วันนั้นที่ดินเขียวชอุ่มไปด้วยหญ้าคา มีต้นหางนกยูง ต้นปาล์ม และต้นไม้่ป่าอีกหลายต้น ที่ประทับใจเป็นอย่างมาก คือ ต้นไทรใหญ่ด้านหลังของที่ดินที่มีรากฝังบนก้อนหิน และต้นฟักข้าวที่ออกผลเป็นสีทองอร่าม

ด้านหน้าของที่ดินผืนนี้มีสระน้ำเก็บน้ำซับจากภูเขา เมื่อเดินเข้าไปข้างในที่ดิน แล้วมองไปรายรอบจะเห็นเทือกเขาสุดลูกหูลูกตา เพราะภูเขา ฉันจึงหลงรักที่ดินผืนนี้

ภูเขาทำให้ฉันนึกถึงทิเบต นึกถึงการฝึกจิตขั้นสูงในพุทธแบบทิเบตที่เรียกว่า “ซกเช็น” ในการฝึกปฏิบัติมีการให้พินิจพระอาทิตย์พระจันทร์ที่ขึ้นเหนือยอดเขา

ฉันกับเพื่อนๆตั้งชื่อที่ดินผืนนี้ว่า “ขทิรวัน” แปลว่า ป่าสีเสียด ไม่ใช่เพราะที่แห่งนี้มีต้นสีเสียดอยู่เต็มไปหมด แต่เป็นเพราะเราต้องการตั้งชื่อตามสถานที่ที่พระอาจารย์นาคารชุนเห็นนิมิตพระแม่ตารา ที่ๆเป็นดังสวรรค์ของพระองค์ และเพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าศากยมุนีในคราวที่เสด็จป่าสีเสียดเมื่อพระองค์อาพาธหลังตรัสรู้ได้ 8 พรรษา

เมื่อซื้อที่ดินใหม่ๆ ข้างๆ ขทิรวันยังเป็นพื้นที่สีเขียว มีต้นไม้ประปราย

สองปีต่อมา เริ่มมีการทำไร่สับปะรดมากขึ้น ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกรถแบคโฮถอนรากถอนโคลนอย่างไม่ปรานี ไม่ไกลจากที่ทำการอบต. หนองพลับ มีบริษัททำสับปะรดกระป๋องของอเมริกาตั้งอยู่

ชาวบ้านดูจะไม่สนใจปัญหาเรืื่องดินเสียหลังทำไร่สับปะรด พวกเขานิยมจุดไฟเผาหญ้า เผาป่า เป็นวิธีที่จะทำให้ดินได้รับการปรับโดยเร็ว และสิ่งที่ไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นหญ้าคา หรือตอสับประรดได้รับการขจัดออกไปอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อเผาป่า นอกจากส่ิงไม่พึงประสงค์จะหมดไป ระบบนิเวศที่ธรรมชาติมอบให้พวกเราก็หมดไปด้วย สัตว์ป่าขาดบ้าน ต้องหนีเตลิดเปิดเปิงไปตามที่ต่างๆ ตกเป็นเหยื่อของนายพราน นี่ไม่นับสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่หนีไม่ทันและต้องสังเวยชีวิตเพราะน้ำมือของมนุษย์ที่เป็นพญาม้จจุราช

วันนี้ ขทิรวันยังคงเขียวชอุ่มท่ามกลางความร้อนระอุของไอแดดในเวลากลางวัน แต่ที่ดินข้างๆแทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่อีกแล้ว เมื่อหันไปทางขวาของขทิรวัน เราเจอที่ดินปรับแล้วรอการลงต้นกล้าสับประรด เมื่อมองทางด้านซ้าย เราเห็นดงสับปะรดที่ปลูกเป็นแถว ร่มเงาแห่งธรรมชาติหมดสิ้นไป เหลือเพียงต้นสับประรดที่ออกลูกออกผลให้เจ้าของและเกษตรกรที่มาเช่าที่ดินได้ชื่นใจ

คืนแล้ว คืนเล่า เราเห็นไฟป่าตามจุดต่างๆทั่วหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง ฉันมองดูกองไฟเหล่านั้นเหมือนอยากจะให้ส่ิงที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นเพียงฝันร้าย

ไฟสีแดงเปลี่ยนสีเมฆให้กลายเป็นสีเดียวกัน ควันขโมงในยามค่ำคืนปิดบังความงามของดวงดาวบนฟากฟ้า ฉันนึกถึงฝูงสัตว์ที่หวาดกลัวต่อเสียงประทุของไฟ ต่อความร้อนแรงของอัคนีที่จะแผดเผาทุกอย่าง

ขอพระแม่ตาราโปรดคุ้มครอง โปรดประทานความเข้มแข็งแก่ทุกชีวิตที่หวาดกลัว

อีกนานแค่ไหนหนอที่ไฟจะดับไปจากป่า ขทิรวันจะช่วยดูแลรักษาป่าได้อย่างไร ฉันถามตัวเอง

ไม่ว่าจะเนิ่นนานหรือยากลำบากเพียงไร ฉันจะเฝ้ารอวันนั้น วันที่ไฟไม่ไหม้ป่า วันที่ที่ดินทุกผืนเขียวชอุ่ม และสัตว์เล็กใหญ่อยู่อย่างอิสระปราศจากความกลัว

ขอผู้อ่านทุกท่านโปรดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาป่าหรือสนับสนุนศูนย์ขทิรวันให้สามารถคงความเป็นป่าแห่งความรื่นรมย์เพื่อเป็นแหล่งพักพิงใจของมนุษย์และสัตว์และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ